รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Topic
กรมทรัพยากรน้ำจับมือกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า)เพื่อศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงข
ข่าวสาร >> ทั่วไป (บทความ)
1. ความสำคัญและความจำเป็นของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน

ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นลุ่มน้ำทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด และอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทย โดยมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด คือ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งมีลักษณะพิเศษทางกายภาพ คือ เป็นลุ่มน้ำที่เป็นระบบนิเวศแบบเปิด 3 น้ำ โดยมีการผสมผสานของน้ำเค็ม น้ำจืด และน้ำกร่อย จึงทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ อันเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและพืชพรรณนานาชนิด อีกทั้งยังเป็นแหล่งประกอบอาชีพที่สำคัญของประชาชน รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมอีกด้วย

ปัจจุบันลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้เข้าสู่ภาวะวิกฤต เห็นได้จากการเผชิญปัญหาจากภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงมากขึ้น เช่น น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเสีย อันเกิดมาจากมนุษย์ซึ่งได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่และทรัพยากรต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำมากเกินไป จนทำให้ระบบนิเวศขาดความสมดุล ส่งผลให้แหล่งน้ำเสื่อมคุณภาพลง และที่สำคัญ คือ ขาดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ขาดการประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะเชิงรุก ทั้งในด้านการป้องกันเตือนภัย และการอนุรักษ์ แก้ไขฟื้นฟูทรัพยากรน้ำ

ปัญหาที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่ขาดการประสานความร่วมมือของภาคส่วนต่าง ๆ นั้น เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ ด้วยการพัฒนาความร่วมมือแบบบูรณาการ เพื่อการใช้น้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน (Integrated Water Resources Management : IWRM) โดย IWRM นั้น สามารถนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาในด้านเศรษฐกิจ ความสมดุลของระบบนิเวศทางธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัย และการอยู่ร่วมกันของชุมชนในพื้นที่โดยตรง พื้นที่ใกล้เคียงและภาคส่วนต่าง ๆ อย่างสันติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความยั่งยืน และที่สำคัญจะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นปกติสุขต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและใกล้เคียง

การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสานหรือ IWRM นั้น เป็นรูปแบบการบริหารการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สิ่งเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดประการแรกคือ การจัดการองค์กรหรือสถาบันซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญและจำเป็นที่สุดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในขั้นต่อ ๆ ไปของ IWRM ในหลาย ๆ ประเทศ การบริหารจัดการน้ำแบบผสมผสานหรือ IWRM ได้ใช้หลักการที่สำคัญคือ ให้ภาครัฐทำหน้าที่เพียงเป็นผู้อำนวยการ หรือผู้กำกับดูแลมากกว่าที่จะเป็นผู้ปฏิบัติโดยตรง โดยเฉพาะในภารกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงมือปฏิบัติ ภาครัฐควรที่จะลดบทบาทลงหรือเป็นเพียงผู้เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ หรือเป็นเพียงหุ้นส่วนในองค์กรและการบริหารจัดการเท่านั้น โดยการบริหารจัดการน้ำแบบผสมผสานหรือ IWRM นั้นจะเน้นการบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ และเน้นการมีส่วนร่วมจากชุมชนในพื้นที่โดยตรงและใกล้เคียง รวมทั้งภาคประชาชน เอกชน องค์กรเอกชนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ดูแลรักษาเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์สำหรับทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงและอย่างยั่งยืน โดยให้การตัดสินใจมาจากการเสนอของระดับล่างที่สุดของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องตรงจุดต่อปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

การสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ ร่วมกันนั้น จึงเป็นความท้าทายต่อบทบาทของภาครัฐในแนวทางการบริหารจัดการน้ำแบบผสมผสานหรือ IWRM เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติตามระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ตาม แต่ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐควรเริ่มต้นกระทำ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือวิกฤตการณ์อันเลวร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ต่อลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

ด้วยเหตุนี้ สำนักวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา กรมทรัพยากรน้ำ จึงได้ร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เพื่อศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน (IWRM) ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม


2. การดำเนินงานโครงการที่สำคัญตามลำดับ


ในการดำเนินงานของโครงการการวิจัยด้านทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มีรายละเอียดที่สำคัญตามลำดับดังนี้

2.1 วันที่ 24 สิงหาคม 2553 มีการจัดปฐมนิเทศโครงการฯ/การเปิดตัวโครงการ การวิจัยด้านทรัพยากรน้ำ : การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งมีเจตนาหลักเพื่อเปิดตัวโครงการวิจัยและแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องบริเวณลุ่มน้ำ โดยใช้ชื่อว่า สัมมนาปฐมนิเทศโครงการร่วมกันจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อคุณภาพสังคมของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สำหรับการเปิดตัวโครงการฯ ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธานฯ กล่าวเปิดงาน อีกทั้งยังมีผู้ที่มีความสนใจเข้าร่วมฟังการสัมนาเปิดตัวโครงการฯ จำนวน 104 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสภาพลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

2.2 ในช่วงเดือนสิงหาคม 53  กันยายน 53 ได้จัดให้มีเวทีสนทนากลุ่ม ในเขตทะเลน้อย และทะเลหลวง จำนวน 4 เวที คือ 1) เวทีสนทนากลุ่ม ที่ อบต.ปากรอ สิงหนคร จังหวัดสงขลา 2) เวทีสนทนากลุ่ม ที่ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง 3) เวทีสนทนากลุ่ม ที่ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และ4) เวทีสนทนากลุ่ม ที่ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งต่างได้ให้ข้อสรุปขององค์กรการบริหารจัดการน้ำว่า ต้องเป็นองค์กรที่มาจากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน และภาครัฐ รวมถึงเรื่องของแนวทางการแก้ไขปัญหาของลุ่มน้ำจะต้องคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ทั้งลุ่มน้ำอย่างเป็นระบบ


2.3 ช่วงเดือนตุลาคม 53  มกราคม 54 มีการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้
2.3.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ ได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ที่อยู่ห่างจากลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ในรัศมี 3 กิโลเมตร ของพื้นที่ 3 ทะเลสาบ (ทะเลน้อย ทะเลหลวง ทะเลสาบสงขลา) จำนวน 47 ตำบล โดยเก็บรวบรวมกลุ่มตัวอย่างจำนวน 407 ชุด

2.3.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1) การสัมภาษณ์เจาะลึกเกี่ยวกับรูปแบบองค์กรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กับผู้บริหารของหน่วยงานที่ความเกี่ยวข้อง ต่อการบริหารจัดการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จำนวนทั้งสิ้น 9 คน และ 2) การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อค้นหารูปแบบขององค์กร ขั้นตอนการขับเคลื่อนการดำเนินงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และการพัฒนาขีดสมรรถนะขององค์กรการจัดการ โดยเลือกศึกษาจากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ (Best Practice) ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จำนวน 3 กรณีศึกษาอันประกอบด้วย 1) กรณีตัวอย่าง กลุ่มเครือข่ายสตรีบ้านช่องฟืนพิทักษ์ทะเลสาบ ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง 2) พื้นที่ทะเลหลวง เลือกศึกษากรณีตัวอย่าง ลุ่มน้ำคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา และ 3) พื้นที่ทะเลสาบสงขลา เลือกศึกษากรณีลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

2.4 ในวันที่ 28 มกราคม 2554 ได้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์วัฒนธรรมคลองแห จ.สงขลา ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อทำการทดสอบตัวแบบที่พัฒนามาจากการศึกษาตัวแบบการบริหารจัดการน้ำขององค์กรและรูปแบบการบริหาร ที่ได้มีดำเนินการมาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพของลุ่มน้ำที่คล้ายคลึงกับลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (คือ มีลักษณะเป็นลากูน ที่มีนิเวศ 3 น้ำแปรผันตามฤดูกาล สภาพการเข้าถึงการใช้งาน ตลอดจนการจัดดำเนินการของมนุษย์ และที่สำคัญ คือ ได้มาจากรูปแบบองค์กรและรูปแบบการบริหาร ที่มาจากการดำเนินการจัดเวทีสนทนากลุ่มในชุมชนที่อยู่ชิดกับทะเลสาบทั้ง 3 ทะเลสาบในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและจากการสัมภาษณ์เจาะลึก ตลอดจนจากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ (Best Practice) ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาทั้ง 3 กรณี

ในการดำเนินการสัมมนาเชิงปฎิบัติการครั้งที่ 1 มีผู้เข้าร่วมจำนวน 109 คน ซึ่งมาจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 11 กลุ่มหลัก คือ ภาครัฐ ภาคเอกชน/สถานประกอบการ ภาคสื่อมวลชน ชุมชนต้นน้ำ (ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา) ชุมชนกลางน้ำอู่ตะเภา (บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) ชุมชนปลายน้ำอู่ตะเภา (ต. คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) ชุมชนปลายทะเลสาบสงขลา (ปากรอ อ.สิงหนคร จ.สงขลา) ชุมชนในทะเลสาบสงขลา (เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา) ชุมชนกลางทะเลหลวงฝั่งตะวันตก (ต.เกาะหมาก และ ต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง) ชุมชนชายฝั่งคาบสมุทรสทิงพระ(ชุมชนกระดังงาและคูขุด จ.สงขลา) ชุมชนทะเลน้อย(ต.พนางตุง และต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง) ผลการดำเนินงานพบว่า รูปแบบการบริหารจัดการที่มีความเป็นไปได้ในการตัดสินใจ และน่าจะรวดเร็วทันกับสถานการณ์ที่วิกฤตของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ในเชิงการบริหาร ต้องกระตุ้นองค์กรปกครองท้องถิ่น ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาทุกรูปแบบ โดยที่ประชุมเห็นว่า กระทรวงมหาดไทย น่าจะเข้ามามีบทบาทที่จริงจังและต่อเนื่องกว่าที่เป็นอยู่

2.5 วันที่ 16 มีนาคม 2554 มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อค้นหารูปแบบที่เหมาะสม และรูปแบบขององค์กรการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงเรื่องการจัดการเพื่อคุณภาพน้ำที่เป็นธรรมสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา อันมาจากข้อตกลงร่วมที่ผ่านความเห็นชอบร่วมกันจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 2 มีผู้สนใจเข้าร่วม จำนวนทั้งสิ้น 101 คน โดยเป็นตัวแทนจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด 12 กลุ่ม คือ ตัวแทนจากหน่วยงานข้าราชการ ตัวแทนจากองค์กรอิสระ ตัวแทนจากสื่อมวลชน ตัวแทนจากสถานประกอบการ ตัวแทนจากชุมชนต้นน้ำ (ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา) ตัวแทนจากชุมชนกลางน้ำอู่ตะเภา (ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) ตัวแทนจากชุมชนปลายน้ำอู่ตะเภา (ต. คลองแห อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) ตัวแทนจากชุมชนปลายทะเลสาบสงขลา (ปากรอ อ.สิงหนคร จ.สงขลา) ตัวแทนจากชุมชนในทะเลสาบสงขลา (เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา) ตัวแทนจากชุมชนกลางทะเลหลวงฝั่งตะวันตก (ต.เกาะหมาก และต.เกาะนางคำ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง) ตัวแทนจากชุมชนชายฝั่งคาบสมุทรสทิงพระ(ชุมชนกระดังงาและคูขุด จ.สงขลา) และตัวแทนจากกลุ่มประชาชนที่มีความผู้สนใจ

ผลการสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2 พบว่า แนวทางที่มีแนวโน้มที่น่าจะเป็นไปได้ สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำทะเลสาบ คือ การเพิ่มบทบาทให้องค์กรภาคประชาชน และองค์กรปกครองท้องถิ่น ในรูปแบบของ องค์กรเครือข่ายภาคประชาชนและท้องถิ่น เพื่อเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ร่วมกับภาครัฐเพิ่มมากขึ้น อันเป็นแนวทางที่ทำให้สามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และตรงจุดมากขึ้น โดยองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนและท้องถิ่น ถือเป็นกลไกหลักสำคัญในการขับเคลื่อนและดำเนินงานระดับพื้นที่ สำหรับหน่วยงานภาครัฐเปรียบเสมือนพี่เลี้ยงที่เข้ามาคอยช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริม องค์กรเครือข่ายภาคประชาชนและท้องถิ่น(ในพื้นที่) ในด้านต่าง ๆ นอกจากนี้ในการประชุมยังได้มีการเสนอการแบ่งกลุ่มการทำงานขององค์กรเครือข่ายภาคประชาชนและท้องถิ่น ด้วยกัน 2 แบบ คือ 1) การแบ่งกลุ่มองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนและท้องถิ่นออกเป็น 7 โซน และ 2) การแบ่งกลุ่มองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนและท้องถิ่นออกเป็น 3 โซน

3. แผนงานในการดำเนินการต่อไป

สำหรับแผนงานในการดำเนินการต่อ คือ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการทดสอบ และเผยแพร่ผลการศึกษา การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบแบบผสมผสาน (IWRM) ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาวันที่ 21 เมษายน 2554 ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ เวลา 13.30 น.  16.30 น. ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การสัมมนาเชิงปฏิบัติการทดสอบ และเผยแพร่ผลการศึกษา การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบแบบผสมผสาน (IWRM) ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา คือ 1) มุ่งทดสอบรูปแบบองค์กรขับเคลื่อนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และ 2) เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเผยแพร่สู่สาธารณะ

โดย kai (ip:223...10)  เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2554 08:42:13 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 85127 ครั้ง
 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
ข่าวสาร (315)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 27 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7942046 person(s) and 26519618 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation