รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Topic
ความก้าวหน้า โครงการกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ภาคสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา
นโยบายสาธารณะ >> ข้อมูลน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง กับนโยบายสาธารณะ (บทความ)
ความก้าวหน้า โครงการกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะภาคสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา
โดย ชาคริต โภชะเรือง

การสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพที่ดีของชีวิต นอกจาก 3 ประสานหลักที่จะมีส่วนสำคัญในการเขยื้อนภูเขา อันได้แก่ ฝ่ายนโยบาย ฝ่ายวิชาการ และฝ่ายชุมชนหรือประชาคม การผลักดันนโยบายสาธารณะดังกล่าวยังมีองค์ประกอบในส่วนของการขยายผล และร่วมผลักดันนโยบาย ได้แก่ สื่อมวลชน ยังเป็นส่วนสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้

หลังจากใช้เวลารวมตัวกันเพื่อที่จะช่วยกันขับเคลื่อนงานนโยบายสาธารณะในพื้นที่จังหวัดสงขลามาพอสมควร แม้จะมีอุปสรรคทำให้การทำงานไม่เป็นไปอย่างราบรื่นมากนัก แต่ก็ประคองตัวจนย่างเข้าสู่ช่วงปลายของการทำงาน ในที่สุดสื่อท้องถิ่นสงขลาก็ได้พร้อมใจกันนำเสนอความก้าวหน้า โครงการกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะภาคสื่อมวลชนท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เมื่อ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 ณ ห้องประชุมคณะเภสัชศาสตร์ มอ.หาดใหญ่

ข่าวเจาะนโยบายสาธารณะภาคใต้
ความก้าวหน้าในการทำงาน ในส่วนของกิจกรรมข่าวสืบสวนเชิงลึก ที่มุ่งข่าวเจาะใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นพลังงาน และประเด็นลุ่มน้ำ ซึ่งประกอบด้วยเรื่องโครงการท่อก๊าซ ไทย-มาเลเซีย โครงการโรงไฟฟ้าสงขลา โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์สะบ้าย้อย และโครงการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำปากพนัง ทีมงานได้วิเคราะห์แล้วว่า ทั้งหมดนั้นเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาภาคใต้ IMT-GT

โดยภารกิจในแผนงานหลักของโครงการ คือเสนอข่าวสืบสวนเชิงลึก และทำฐานข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ในการทำงานเชิงนโยบายสาธารณะ แผนงานนี้ของโครงการมุ่งเน้นศึกษาผลกระทบของนโยบายสาธารณะจากภาครัฐที่ส่งผลต่อชุมชน โดยมีกรอบแนวคิดที่ใช้ในการทำงาน จะพิจารณาผลกระทบจากสื่อกับการกำหนดวาระ” (Agenda-setting) ได้แก่ ๑.วาระข่าวสารของสื่อ(Media Agenda) ๒.วาระข่าวสารสาธารณะ(Public Agenda) ๓.วาระข่าวสารด้านนโยบาย(Policy Agenda)

ทั้งนี้ในการนำเสนอเจาะข่าวเชิงลึก ๑.ระยะแรก คณะทำงานต้องการเสนอข่าวระดับปรากฏการณ์ทั่วไป อย่างรอบด้าน ๒.ระยะสอง เสนอข่าวเชิงลึกแต่ละประเด็น ๓.ระยะสาม เจาะลึกแต่ละประเด็น และหาความเชื่อมโยงกับระบบนโยบาย

ประเด็นเนื้อหาข่าวปรากฏการณ์ข่าวเชิงลึก
whoบุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่ปรากฏตัวหรือเปิดเผยตัวค้นหาว่ามีบุคคลอื่นๆ อีกหรือไม่ที่สำคัญและยังไม่ปรากฏเป็นข่าว
whatเนื้อหาองค์ประกอบ ตามที่ปรากฏหรือที่แถลงเปิดเผยค้นหาเนื้อหาอื่นที่ยังไม่เปิดเผย หรือที่เกี่ยงโยงสัมพันธ์กัน
whereสถานที่หรือพื้นที่ข่าว ที่ปรากฏโดยเปิดเผยค้นหาว่ามีพื้นที่ข่าวอื่นๆ อีกหรือไม่ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน แต่ยังไม่เป็นข่าว
whenวันเวลาของข่าว ตามที่มี่การแถลง เปิดเผยค้นหาและแสดงความเกี่ยวเนื่องของประเด็นข่าวตามในช่วงเวลาต่างๆ
whyสาเหตุ หรือเหตุผล ที่ผู้เกี่ยวข้องเปิดเผย หรือแจ้งแก่สาธารณะค้นหาสาเหตุที่อาจถูกปกปิดอำพราง หรือเกี่ยวข้องกันแต่ไม่ถูกพูดถึง
howกระบวนการดำเนินไปของเนื้อข่าว ที่มีการอธิบายอย่างเปิดเผยกระบวนการดำเนินไปของเนื้อหาข่าวที่แสดงถึงเนื้อหาบางส่วนที่อาจถูกตัดทอน อำพรางไว้ หรือไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อน


ช่องทางในการนำเสนอ แบ่งออกเป็น ๑.สื่อมวลชนท้องถิ่น ได้แก่ นสพ.โฟกัสภาคใต้ นสพ.ทางไท ๒. สื่อมวลชนส่วนกลาง ได้แก่ นสพ.ผู้จัดการ นสพ.คมชัดลึก นสพ.ข่าวสด นสด.กรุงเทพธุรกิจ ทุกแห่งที่ประสานได้ และสื่ออินเตอร์เน็ต ได้แก่ประชาไท คลองอู่ตะเภา เครือข่ายการพัฒนานโยบายสาธารณะภาคใต้

ผลที่เกิดจากการทำงาน
๑. ผลในระดับ Media Agenda นับแต่วันเริ่มโครงการประกอบด้วย ข่าวทั้งหมด ๖๓ ข่าว ข่าวสถานการณ์ ๔๒ ข่าว ข่าวเชิงลึก ๒๑ ข่าว

๒. ผลในระดับ Public Agenda
-โครงการโรงแยกก๊าซ,โรงไฟฟ้าสงขลา,และท่อก๊าซ ได้เปิดประเด็นข่าว เรื่องผลกระทบจากการดำเนินโครงการ ในขณะที่สื่อทั่วไปยังเน้นการนำเสนอข่าว ความขัดแย้ง และการต่อต้านโครงการ แต่ข่าวเชิงลึกของโครงการฯได้เริ่มชี้ให้เห็นการก่อตัวของผลกระทบ ทั้งทางสังคมทั้งมลพิษทางน้ำ ทางเสียง ทางอากาศ เป็นต้น จนประเด็นเหล่านี้ได้กลายเป็นประเด็นข่าวหลักอย่างหนึ่งในการติดตามนำเสนอของสื่ออื่นๆ ในปัจจุบัน

-โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง ข่าวเชิงลึกของโครงการฯ ได้เปิดประเด็นใหม่ๆ ได้แก่ผลกระทบด้านลบที่ประชาชนได้รับอย่างกว้างขวาง แต่มักไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าว เช่นการล่มสลายของกลุ่มอาชีพในพื้นที่ อันเป็นผลจากการทำลายระบบนิเวศน์ และยังเชื่อมโยงเข้ากับประเด็นการพังทลายของชายฝั่ง จนเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงกว้างในที่สุด

๓. ผลในระดับ Policy Agenda
-ประเด็นการนำเสนอข่าวเรื่องการพังทลาย หรือการกัดเซาะของชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางโครงการฯ ได้เสนอข่าวเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับความรุน แรง ข้อมูลทางวิชาการ และความเกี่ยวข้องกับการพัฒนานโยบายสาธารณะเป็นตัวเร่งให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง เช่น การพัฒนาลุ่มน้ำปากพนัง การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นต้น ซึ่งบุคคลกรข่าวของโครงการฯ ถือเป็นสื่อมวลชนกลุ่มแรกที่มุ่งเจาะข่าวนี้อย่างจริงจัง ซึ่งผลจากการนำเสนอข่าวจนกลายเป็นประเด็นสาธารณะ มีสื่อมวลชนอื่นๆ นำไปเสนอต่ออย่างกว้างขวาง ส่งผลให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ต้องออกมาสั่งการทางนโยบาย ให้มีการติดตามแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบ โดยถือเป็นปัญหาระดับชาติ

-ประเด็นข่าวมลภาวะจาการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสารเคมีตกค้างในทะเลสาบสงขลา หรือเรื่องสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน ในโครงการโรงแยกก๊าซ ประเด็นเหล่านี้เริ่มเชื่อมโยงกัน เป็นภาพใหญ่ของข่าวภาวะมลพิษจากการพัฒนา ซึ่งการเสนอข่าวเรื่องนี้ทำให้มีความเคลื่อนไหวให้มีการแก้ปัญหา เช่นผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาต้องออกมาดูแลให้มีการชดเชยความเสียหายที่ชุมชนได้รับจากโครงการโรงแยกก๊าซ ไม่ว่าจะเป็นกรณีเสียงดังทำให้ฟาร์มไก่ได้รับผลกระทบ หรือกรณีน้ำปนเปื้อนสารเคมีที่ทำให้วัวตาย หรือการที่ผู้บริหารโครงการโรงไฟฟ้าสงขลาต้องออกมาลงทุนเพิ่มในการจัดให้มีบุคลากรที่คอยสังเกตการณ์ ผลกระทบที่จะเกิดแก่ชุมชนจากการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้า เป็นต้น

-ทะเลสาบสงขลา เริ่มต้นข่าวด้วยการทำแผนแม่บทฯ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มีการนำเสนออย่างต่อเนื่อง สิ่งที่พบคือ เมื่อแผนที่ออกมา ข้อเสนอของภาคประชาชนยังไม่ปรากฏในแผนแม่บทมากนัก มีแต่แผนงานของหน่วยงานหลัก
-ผลกระทบจากโครงการที่ลุ่มน้ำปากพนัง ขณะนี้ได้มีการชะลอโครงการไปเนื่องจาก เหตุการณ์ 3 จังหวัดได้ลุกลามมาถึงพื้นที่ คนร้ายลอบวางเพลิงบ้านพักโครงการขุดเจาะแร่ลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หมู่ที่ 1 ตำบลสะบ้าย้อย ทำให้ ‘กฟผ.’ชะลอเหมืองถ่านหินสะบ้าย้อยไปในที่สุด

สำหรับปัญหาการทำงานคือ ข่าวที่ได้ทำมายังอยู่ในวงแคบไม่ปรากฏในพื้นที่สาธารณะมากนัก ขณะที่ช่องทางหลักที่แผนงานมีคือ Internet ไม่สามารถแพร่หลายได้มากนัก ผลสะเทือนต่อวงกว้างไม่มากนัก ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับสื่อต่างๆ ก็ไม่ได้ผลมากนัก เพราะสื่อส่วนใหญ่สนใจข่าวเชิงปรากฏการณ์ มีสีสันมากกว่าสนใจเชิงเนื้อหา

ปัญหาหลักการทำงานอีกประการหนึ่ง คือ ความใหม่ของนักข่าว ขณะที่นักข่าวท้องถิ่นมีการปรับเปลี่ยน ทำงานข่าวไม่ต่อเนื่อง การเตรียมความพร้อมของโครงการ ปัญหาคือการขาดความต่อเนื่องของบุคลากรสื่อท้องถิ่น มีการปรับแนวทางคือสร้างบุคลากรของตัวเองมากขึ้น และมีการประสานงานกับสื่อท้องถิ่นบางส่วนเท่าที่จะทำได้

ความเห็นของผู้ทรงฯ
• การนำเสนอข่าว ควรเพิ่มเติมเนื้อหาเชิงประสบการณ์ของผู้สูงอายุในพื้นที่เพื่อสะท้อนความเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจน
• ผลกระทบในเชิงนโยบายนำเสนอผลรูปธรรม เพิ่มข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการแก้ไข และหาข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงหน่วยงานหลักๆ ได้แก่ สภาพัฒน์ TDRI นิด้า ฯลฯ
• ข่าวเชิงลึก สิ่งสำคัญอยู่ที่ข้อเท็จจริงในพื้นที่ มากกว่าข้อเท็จจริงจากภาครัฐ แต่ก็ต้องสื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันการทำงาน/บทบาทของภาครัฐและรู้ความต้องการของประชาชน ภารกิจของสื่อคือทำความจริงในพื้นที่ให้ปรากฏออกมา หากรวบรวมสิ่งเหล่านี้มานำเสนอจะมีคุณค่ามหาศาล
• กระบวนการสร้างจิตสำนึกต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ สื่อเป็นตัวกลางในการนำเสนอข้อมูลทั้งพื้นที่และภาครัฐ

ห้องปัญญาทางอากาศ
เยาวชนก็เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายที่สัมพันธ์กับการสร้างนโยบายสาธารณะ กล่าวคือ มีส่วนทั้งในด้านที่ได้รับผลกระทบและร่วมกันสร้างสรรค์ การทำงานกับเยาวชนของคุณชัยวุฒิ เกิดชื่น ในฐานะผู้รับผิดชอบแผนงาน เริ่มต้นด้วยการสร้างความเข้าใจถึงเนื้อหาให้กับเยาวชนที่มาจัดรายการวิทยุ ได้เรียนรู้นับแต่ระดับพื้นฐานจนจนถึงการวิเคราะห์เนื้อหาผ่านกระบวนการจัดรายการวิทยุ โดยเริ่มความสนใจงานเชิงนโยบายสาธารณะจากโครงการปฎิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่ โครงการคลื่นใสวัยทีน จนมาถึงแผนงานโครงการนี้

การทำงานช่วงแรกของแผนงาน จะเป็นเรื่องของการเรียนรู้พื้นฐานเนื้อหานโยบายสาธารณะ ช่วงต่อมา นำเยาวชนมาประมวล วิเคราะห์เนื้อหานโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน แล้วนำเสนอผ่านรายการวิทยุในเครือข่าย และขยายผลไปยังสื่อของภาคี
ผลการทำงาน ในช่วงแรก มีเยาวชนมาเรียนรู้กระบวนการนโยบายสาธารณะมากกว่าที่กำหนดไว้ การทำงานพยายามใช้กระบวนการมีส่วนร่วมเป็นเครื่องมือในการสร้างจิตสำนึก ในการร่วมสร้างบ้านสร้างเมืองของตนเอง แล้วให้เยาวชนลงไปเรียนรู้ข้อเท็จจริงในพื้นที่ และนำมาวางแผนจัดรายการวิทยุ จากกระบวนการดังกล่าวทำให้เยาวชนเข้าใจความหมายของนโยบายสาธารณะมากขึ้น

ผลที่ตามมา เยาวชนที่ร่วมโครงการประมาณ 20 คนตระหนักถึงนโยบายสาธารณะว่ามีประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงได้รวมกลุ่มกันทำโครงการเสียงที่เห็น มีกิจกรรมอ่านหนังสือให้กับคนตาบอด โดยประกาศรับอาสาสมัคร กระทั่งมีอาสาสมัครมาร่วมกิจกรรมร่วม 110 คน และได้การสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. นำเสนอผลงานสู่สาธารณะ

รูปธรรมอีกตัวคือ การทำเว็บไซต์ สวีท จูเนียร์ดอทคอม ของกลุ่มเยาวชน

ปัญหาในช่วงแรกที่พบคือ เยาวชนยังไม่เข้าใจในความหมายของนโยบายสาธารณะ ยังสับสนในจุดเริ่มต้นว่าเป็นนโยบายที่เกิดจากภาครัฐหรือภาคประชาชนพื้นที่กันแน่ แต่สิ่งที่แผนงานสร้างขึ้นมา ก็คือการสร้างจิตสำนึกสาธารณะให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันมาเป็นเวลาต่อเนื่อง

ความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ
• เด็กสามารถรู้กระบวนการในการทำงานเชิงนโยบายสาธารณะ จนเกิดจิตสำนึกสามารถหาพื้นที่ทำกิจกรรมสาธารณะ การทำงานต่อไปเด็กควรไวต่อการรับรู้ประเด็นผลกระทบที่มีต่อพื้นที่ แล้วนำประเด็นนั้นมาแลกเปลี่ยนความเห็นกัน
• สิ่งที่ต้องโยงให้ได้ คือ นำเสนอรูปแบบการเคลื่อนนโยบายสาธารณะที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นหน้าที่ของพี่เลี้ยงของโครงการที่จะชี้ประเด็น และการรายงานผล ควรให้เด็กและเยาวชนได้นำเสนอผลด้วยตนเอง ทั้งกระบวนการ ความรู้ ความรู้สึก
• ศึกษาจุดเปลี่ยนของเด็กและเยาวชนแต่ละคนว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

ชุมชนทางอากาศ
รายการวิทยุประเภทสนทนาแลกเปลี่ยนเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มีน้อยมากในประเทศนี้ นอกจากเนื้อหาที่น่าสนใจแล้ว ท่าทีในการนำเสนอของผู้จัดรายการก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะจูงใจผู้ฟัง อ.จรูญ หยูทอง ผู้รับผิดชอบแผนงาน ได้นำเสนอหลักการการทำงาน คือใช้เหตุและผลในการแลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นขัดแย้งทางสาธารณะ เพื่อต้องการสร้างพื้นที่การรับรู้ การแสดงความเห็นอันเป็นสิทธิในการแสดงออกต่อสาธารณะ การทำงานแผนงานนี้ ได้สร้างชุมชนทางอากาศขึ้นมากลุ่มใหญ่ และกลุ่มคนเหล่านี้ ล้วนเป็นคนมีจิตสำนึกสาธารณะ

ตามแผนงานเขียนไว้ให้จัดรายการวิทยุที่ สถานี มอ. FM.88.00 MHz แห่งเดียว แต่ต่อมาได้ขยายช่องทางต่อเนื่องไปยังวิทยุชุมชนอีก 1 แห่ง

จากประสบการณ์ที่ได้พบผ่านการจัดรายการที่มีอย่างต่อเนื่องหลายปี นอกจากมีส่วนช่วยคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดของคนให้ไปสู่ทิศทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น มาถึงวันนี้ได้พบความก้าวหน้าได้แก่ พบว่ากลุ่มคนฟัง คนที่มีความคิดดีๆ มีการกล้าแสดงความเห็น กล้าแสดงสิทธิของตนต่อสาธารณะมากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการกระตุ้นของแผนงาน

กิจกรรมหลักของแผนงาน มีการนำเสนอข่าวนโยบายสาธารณะ นำประเด็นข่าวสาธารณะจำนวนหนึ่งที่ได้นำมาสู่การสนทนา และมีประเด็นแลกเปลี่ยนอีก 20 กว่าประเด็น โดยเลือกประเด็นที่อยู่ในกระแส
ผลสรุป
1.ด้านการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน
ผู้รับฟังรายการวิทยุกระจายเสียงได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวของชุมชนท้องถิ่น ระดับประเทศและระหว่างประเทศอย่างหลากหลาย เช่น การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ศิลปินพื้นบ้านภาคใต้ สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยุชุมชน การเมืองการปกครอง สงครามต่อต้านการก่อการร้ายสากล การสัมมนาทางวิชาการ 14 ตุลาคม วันประชาธิปไตย การศึกษา การเมืองท้องถิ่น เป็นต้น

2.ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ผู้รับฟังรายการวิทยุกระจายเสียงได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลายในประเด็นต่างๆที่แต่ละคนสนใจโดยเสรีอย่างเต็มที่ เช่น สถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิทยุชุมชน การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร การให้บำเหน็จบำนาญข้าราชการการเมือง พระราชกำหนดฉุกเฉิน การถ่ายโอนอำนาจการศึกษาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ เป็นต้น

3.ด้านส่งเสริมการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
เมื่อมีการรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ มีข้อมูลเพียงพอ ผู้รับฟังรายการวิทยุกระจายเสียงได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของชาติบ้านเมืองทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติและนานาชาติ หากผู้นำในแต่ละระดับยอมรับฟังและนำไปสู่การปฏิบัติ ประเด็นการนำเสนอ ต้องการให้เกิดการแก้ปัญหาความขัดแย้งต่างๆของสังคม นำเหตุผลมาหักล้างเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน เช่น กรณีความขัดแย้งและความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

4.ด้านการเสริมสร้างจิตสำนึกสาธารณะของประชาชน
ผู้รับฟังรายการวิทยุ เมื่อได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ข่าวคราวความเคลื่อนไหวของชุมชนท้องถิ่น ระดับชาติและนานาชาติ มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นตามข้อมูล ประสบการณ์และทัศนของแต่ละคน มีความรู้สึกว่าตนเองได้มีส่วนร่วมและมีความสำคัญในการแก้ปัญหาของสังคมในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ ระดับนานาชาติ ย่อมเป็นการเสริมสร้างจิตสำนึก ความรับผิดชอบต่อส่วนรวมหรือสาธารณะทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป เช่น เรื่องน้ำท่วม

นอกจากนี้ก็ได้จัดเวทีในบทบาทอื่นๆ เช่น ในเรื่องปัญหาของวิทยุชุมชน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง

ความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ
• แผนงานนี้เป็นการสร้างชุมชนทางอากาศ และผู้จัดรายการมีความเป็นกลาง เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมกัน
• อยากเห็นประเด็นที่มีการแลกเปลี่ยนกัน และมีความเท่าเทียมกันในการแสดงออก การนำเสนอให้ถอยกลับไปดูลีลาของตัวละครทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดูว่าประเด็นสาธารณะที่เกี่ยวข้องคืออะไร
• ประเด็นที่ต้องทำให้ชัด คือ จุดยืนของรายการอยู่ที่ไหน พึงรักษาความเป็นกลางให้มากที่สุด อย่าเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่ง
• การนำเสนอเพื่อให้เกิดความชัดเจน เลือกผู้ฟังสัก 1 คนหรือ 2 คนที่มีการเปลี่ยนแปลงความคิดนับแต่เริ่มจัดรายการจนกระทั่งเกิดผลในการเปลี่ยนแปลง
• มิติที่ดีของแผนงานเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงออก บทบาทของผู้จัดรายการเป็นสิ่งสำคัญมาก ที่จะให้เหตุผล ให้ความรู้ กับคู่ขัดแย้งทางความคิดที่จะแลกเปลี่ยนความเห็น ซึ่งหนีไม่พ้นที่จะเพิ่มน้ำหนักให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
• อยากให้ประมวลความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อโครงการนโยบายสาธารณะในพื้นที่จังหวัดสงขลา สามารถนำเสนอเป็นผลของแผนงานได้
• (ผู้ทรงคุณวุฒิอีกท่านเห็นแย้ง) ความเห็นมีความหลากหลาย ความเป็นกลางมีอยู่จริงหรือไม่ และโดยสถานะของสื่อเองก็ขาดอิสระในการนำเสนอ
• สื่อควรติดตามปรากฏการณ์ข่าวนโยบายสาธารณะอย่างเกาะติดและต่อเนื่อง พร้อมทั้งสืบค้นข้อมูลเชิงลึกมากกว่าแค่รายงานข่าวธรรมดา

นโยบายสาธารณะที่ดีในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา
นโยบายสาธารณะมีทั้งด้านบวกและด้านลบ แล้วแต่การให้ความสนใจ ขณะเดียวกัน เพื่อให้เห็นภาพการทำงานในระดับพื้นที่กับการสร้างนโยบายสาธารณะได้อย่างแจ่มชัด คุณชาคริต โภชะเรือง ในฐานะผู้รับผิดชอบ นำเสนอแนวทางการทำงานที่เริ่มสนใจงานนโยบายสาธารณะตั้งแต่เข้าไปเรียนรู้เรื่องของโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย และได้อาศัยความเป็นนักวรรณกรรมนำเสนอเนื้อหาที่ย่อยยากออกมาในรูปแบบที่อ่านง่าย ได้อารมณ์ความรู้สึก เป็นการนำเสนอที่นำเอาแนวทางทำงานทางวรรณกรรมเข้ามาปรุงแต่ง

จากพื้นฐานเดียวกัน เมื่อมาทำงานอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา ได้ร่วมกับเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มบุคคลที่หลากหลาย อาทิเช่น นักวิชาการ ครู เยาวชน เอ็นจีโอ สื่อมวลชน อบต. พระสงฆ์ เข้ามาทำงานรวบรวมข้อมูล และต่อมาได้จัดทำเว็บไซต์ และจดหมายข่าว เพื่อเป็นสื่อสาธารณะของเครือข่ายฯ ในการนำเสนอความเคลื่อนไหวต่างๆในการอนุรักษ์และฟื้นฟูลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา
การทำงานของแผนงาน ตั้งใจที่จะเลือกนโยบายสาธารณะที่ดีในพื้นที่มานำเสนอ เพื่อจุดประกายความสนใจของผู้คน และให้น้ำหนักกับการสร้างนโยบายสาธารณะที่เกิดขึ้นจากพื้นที่ จากกลุ่มคน และจากหลายภาคีมาร่วมกันผลักดันในเชิงบูรณาการ ดังเช่น กิจกรรมสงขลาเมืองเก่า ธรรมยาตราเพื่อลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา แผนพื้นฟูลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดลุ่มน้ำ

กระบวนการทำงาน ได้ทำใน 2 ระดับ คือ เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะร่วมกับเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา และนำเสนอผลการขับเคลื่อนเชิงนโยบายผ่านสื่อที่รับผิดชอบ โดยมีช่องทางหลักในการนำเสนอ ได้แก่ ๑. จดหมายข่าว เล่มละ 1000 ฉบับ มีทั้งส่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกับประเด็นนำเสนอแต่ละเล่ม และเผยแพร่ในเวทีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ๒. เว็บไซต์ www.khlong-u-taphao.com นำเสนอความหมายของนโยบายสาธารณะ ความเคลื่อนไหวของนโยบายสาธารณะในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาและระดับประเทศ โดยเชื่อมประสานข้อมูลกับภาคีสื่อทั้งในพื้นที่และระดับประเทศ

ผลสรุปสำคัญของกิจกรรม ได้เผยแพร่นโยบายสาธารณะที่ดีในพื้นที่ลุ่มน้ำ ร่วมกับคณะธรรมยาตราได้เดินสำรวจปัญหาและหาทางแก้ไข รวมไปถึงขอเสนอในเชิงนโยบายในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา กระตุ้นให้สังคมได้ตระหนักถึงบทบาทของศาสนาที่สามารถประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาทางสังคม แก้ปัญหาความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นที่ต้นน้ำคลองอู่ตะเภา โดยร่วมกับประชาคมอนุรักษ์ป่าผาดำ เสนอเชิงนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ใช้มาตรา 25 ในการแก้ปัญหาผู้บุกรุก

ได้ร่วมกับเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผลักดันให้เกิดแผนบูรณาการแก้ปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา (แบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ)โดยความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงาน/องค์กรราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการจัดเวทีระดมแผนงานหลังจากนี้

และร่วมกันจัดตั้งกองทุนรักษ์คลองอู่ตะเภา เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอนุรักษ์ให้กับเครือข่ายฯ ปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้ว

และกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลนโยบายสาธารณะ มีผู้เข้าชมเว็บไซต์ www.khlong-u-taphao.com ขณะนี้ (12 มกราคม 2548) มีผู้เข้าชมทั้งหมด 81,345 คน จำนวนครั้งในการดู 34,4762 ครั้ง

ความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ
• สิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุดของแผนงานนี้ คือการจัดรูปองค์กรของเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในพื้นที่ และดูภาคปฎิบัติในแต่ละส่วน ดูบทบาท ใครทำอะไร มีหน้าที่อะไร ผลที่เกิดคืออะไร

บทสรุป
จากการนำเสนอความก้าวหน้าของโครงการ โดยภาพรวม ทั้ง 4 แ ผนงานพบว่าแม้จะมีความหลากหลาย แต่ก็มีจุดแกนหลักร่วมกันคือ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ดังนั้นในการนำเสนอความก้าวหน้าควรหาประเด็นเด่นของแต่ละแผนงานให้ชัดเจน ดังเช่น แผนงานที่ 1 มีประเด็นผลกระทบเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ในการนำเสนอ แผนงานที่ 2 มีผลกระทบต่อจิตสำนึกของเยาวชนที่ร่วมกิจกรรม แผนงานที่ 3 มีการสร้างชุมชนทางอากาศ แผนงานที่ 4 มีการขับเคลื่อนนโยบายสาธาณะเชิงพื้นที่

ทั้งหมดนี้สามารถผูกร้อยเข้าด้วยกันเพื่อมานำเสนอเป็นภาพรวมของการทำงาน เป็นการสร้างกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้วยกลุ่มสื่อมวลชนท้องถิ่นที่นับว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มก้าวย่าง.

โดย web team (ip:58...11)  เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2549 18:25:25 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 90764 ครั้ง ความคิดเห็น 4 รายการ ล่าสุดเมื่อ 18 ธันวาคม 53 21:02:39
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
 

จาก โครงการกระบวนการ(ip:203...247)  เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2550 19:51:01 น.


  ลำดับที่ 2
  น่าจะนำนโยบายออกมาเผยแพร่ให้มากกว่านี้ค่ะ

จาก จัน(ip:203...119)  เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 13:17:18 น.


  ลำดับที่ 3
 
click to view full image (photo size 521327 byte(s) : 2048 x 1536 pixel)
ขอสยัยสนุนนโยบายด้วยและขอเพิ่ม[b]เรื่องการสร้างสำนึกพลเมือง[/b]ด้วย เพราะสำนึกดีจะมีแต่เรื่องดี ๆ

จาก กิตติวัฒน์ ธีราพรหมเ(ip:222...200)  เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2553 16:53:33 น.


  ลำดับที่ 4
  นโยบายสาธารณะเป็นเรื่องวิถีชีวิตแต่ไฉนคนส่วนมากยังไม่เข้าใจและคิดว่าเป็นเรื่องของผู้ปกครองเมือง

การพูดคุยในเชิงแลกเปลี่ยนเรียนรู้น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

จาก ไอลดาเจ๊ะหะ(ip:117...28)  เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2553 21:02:39 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
ข่าวสาร (315)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 21 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7944604 person(s) and 26544583 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation