รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
research home.
หมวด
ทั่วไป (10)
งานวิจัย
คุณลักษณะลำน้ำย่อยในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาฝั่งตะวันตก
งานวิจัย >> ทั่วไป (บทความ)
click to view full image (photo size 47932 byte(s) : 600 x 450 pixel)
Final Report






คุณลักษณะลำน้ำย่อยในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาฝั่งตะวันตก







โดย

นายสมบูรณ์ พรพิเนตพงศ์

ภาควิชาวิศวกรรมโยธา
คณะวิศวกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
มีนาคม 2545

การศึกษาคุณลักษณะทางอุทกวิทยาของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาฝั่งตะวันตก

1. ที่มาและความสำคัญของงานวิจัย

ลำน้ำคลองอู่ตะเภาเป็นลำน้ำสายหลัก ไหลผ่านชุมชนต่าง ๆ ของอำเภอสะเดา อำเภอหาดใหญ่ และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่บ้านแหลมโพธิ์ ลำน้ำ มีความยาวประมาณ 51 กม. ในปี 2531 เกิดการรุกของน้ำเค็มถึงตัวเมืองหาดใหญ่ จนก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง (เสรี, 2533) แม้ว่าปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็มในคลองอู่ตะเภาจะเป็นที่สนใจของประชาชนและผู้เกี่ยวข้องโดยทั่วไป แต่การศึกษาในรายละเอียดที่แสดงถึงปัจจัยที่อาจส่งเสริมหรือบรรเทาการรุกตัวของน้ำเค็มในแม่น้ำนี้ไม่ได้มีการศึกษาอย่างเป็นระบบและจริงจัง ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการรุกตัวของน้ำเค็มในคลองอู่ตะเภานอกเหนือไปจากสภาพเงื่อนไขทางชลศาสตร์และความเค็มในทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็นผลมาจากน้ำเค็มในอ่าวไทยแล้ว การขุดลอกและการเปลี่ยนแปลงลำน้ำจากการกระทำของมนุษย์ ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการรุกตัวของน้ำเค็มเช่นกัน ความเข้าใจพฤติกรรมทางธรรมชาติของ Estuary นี้จะยังประโยชน์ต่อการป้องกันการรุกตัวของน้ำเค็มในคลองอู่ตะเภา เพื่อรับรองการพัฒนาชุมชนเมืองหาดใหญ่ต่อไป

2. วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. สำรวจและรวบรวมคุณสมบัติทางอุทกวิทยาของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาฝั่งตะวันตก
2. วิเคราะห์คุณลักษณะทางอุทกวิทยาและชลภาพของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาฝั่งตะวันตกเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการศึกษาการหลากของน้ำท่วม

3. วิธีการศึกษา

การศึกษาแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ การวัดข้อมูลในสนามและการสังเคราะห์จากแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้
3.1. การสำรวจภาคสนาม
เพื่อความเข้าใจสภาพปัจจุบันของความสามารถในการระบายน้ำของลำน้ำย่อยสายสำคัญ 10 สายในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาฝั่งตะวันตก ได้แก่ คลองวาด คลองต่ำ คลองหลา คลองจำไหร คลองรำใหญ่ คลองหลำนุ้ย คลองเล คลองยาง คลองปริก และ คลองท่าช้าง-บางกล่ำช่วงเวลาการสำรวจระหว่างเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม 2544 ซึ่งเป็นช่วงฤดูแล้งทำให้ทราบถึงคุณลักษณะของลำน้ำได้ดี ข้อมูลพื้นฐานที่ทำการสำรวจมีดังนี้
1. ความลึกคลอง
2. ความลึกน้ำในฤดูแล้ง
3. ความกว้างคลอง
4. ความกว้างผิวน้ำในฤดูแล้ง
5. ความเร็วและอัตราการไหลในฤดูแล้ง
6. สิ่งกีดขวางลำน้ำ
7. สภาพภูมิประเทศโดยรอบจุดสำรวจ
8. รูปแบบของสะพานที่ตัดผ่านลำน้ำ
9. การตื้นเขินและความสามารถในการระบายน้ำ

3.1.2. วิธีการสำรวจ
เนื่องจากลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาซีกตะวันตกกินเนื้อที่กว้างขวางมาก การสำรวจตลอดแนวลำน้ำทั้ง 10 สายจึงเลือกบริเวณที่การคมนาคมสะดวก คือ บริเวณสะพาน ทั้งนี้ข้อดีของการสำรวจบริเวณนี้คือ เป็นจุดที่มีสิ่งกีดขวางการไหลมาก ทั้งจากเศษไม้ ขยะ และตอม่อสะพานทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งพบว่าเกือบทุกสะพานของถนนชนบทและ รพช น้ำไม่สามารถไหลได้สะดวก ส่วนคลองท่าช้าง-บางกล่ำนั้นการสำรวจกระทำอย่างละเอียดเนื่องจากเรือสามารถแล่นผ่านได้ตลอดสาย
ตัวอย่างคำอธิบายผลการสำรวจ

เพื่อให้เข้าใจผลการสำรวจหน้าตัดลำน้ำ จึงนำตัวอย่างของการสำรวจมาอธิบายดังต่อไปนี้
วันที่ 22/07/44
สถานที่ คลองต่ำ และ คลองวาด

รหัส T5 ต้นไม้ปกคลุมทึบ Cross-sectional Properties (m)
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13
Time คลอง ตำแหน่ง Slide# h W B Y D V R L Qmin
ต่ำ บ้านนอก 2 1.5 20.50 4.00 4.10 0.20 0.00 6.50 10.00 0











รายละเอียดมีดังนี้

วันที่สำรวจ 22 ก.ค. 2544
ชื่อลำน้ำที่สำรวจ คลองต่ำ และ คลองวาด
รหัสตำแหน่งที่ระบุในแผนที่ GIS = T5 (ดูแผนที่ที่แนบมา) คำอธิบายเพิ่มเติม = ต้นไม้ปกคลุมทึบ
Cross-sectional Properties (m) = คุณสมบัติของหน้าตัดในหน่วยเมตริก
ช่องที่ 1 เวลาสำรวจ
ช่องที่ 2 ชื่อคลอง
ช่องที่ 3 ตำแหน่งที่ทำการสำรวจ
ช่องที่ 4 หมายเลขภาพถ่าย (Slide#/Photo#)
ช่องที่ 5 ความสูงของตลิ่งถึงท้องสะพาน (h)
ช่องที่ 6 ความกว้างของคลอง (W)
ช่องที่ 7 ความกว้างของผิวน้ำขณะสำรวจ (B)
ช่องที่ 8 ความลึกจากพื้นสะพานถึงผิวน้ำ (Y)
ช่องที่ 9 ความลึกน้ำ (D)
ช่องที่ 10 ความเร็วน้ำ (V)
ช่องที่ 11 ระยะห่างจากขอบสะพานด้านขวาถึงผิวน้ำ (R)
ช่องที่ 12 ระยะห่างจากขอบสะพานด้านซ้ายถึงผิวน้ำ (L)
ช่องที่ 13 อัตราการไหลขณะทำการสำรวจ (Qmin)

รายละเอียดของตัวแปรต่างๆแสดงในรูป (ก) และส่วนรูป (ข) บรรยายลักษณะของลำน้ำที่ตัดผ่านสะพานและทิศทางการไหล

3.1.3. การหยั่งความลึกคลองท่าช้าง-บางกล่ำ
คลองท่าช้าง-บางกล่ำซึ่งเป็นคลองที่ขุดเชื่อมระหว่างคลองอู่ตะเภากับคลองบางกล่ำเพื่อช่วยในการระบายน้ำคิดเป็นระยะทางประมาณ 15 กม การสำรวจรูปทรงสัณฐานและหน้าตัดคลองดำเนินการเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2544 โดยการหยั่งความลึกคลองตลอดสายด้วย echo sounder ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความลึกแสดงในรูปที่ 1 ซึ่งพบว่า
1. คลองบางกล่ำมีความลึกเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 2.5 ม ถึง 5 ม โดยบริเวณวัดบางกล่ำมีความลึกมากถึง 7 ม และตำแหน่งที่ตื้นที่สุดอยู่ที่ทางแยกคลองโพธิรส ซึ่งมีความลึกประมาณ 1 ม
2. คลองท่าช้าง-คดยางมีความลึกเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1.5 ม ถึง 2.2 ม โดยส่วนใหญ่ของคลองท่าช้างมีความตื้นเขินอย่างมาก โดยเฉพาะใต้สะพานจะมีความลึกน้อยกว่า 1 ม
3. ความกว้างของคลองบางกล่ำเปลี่ยนแปลงอยู่ระหว่าง 80-100 ม ขณะที่คลองท่าช้างมีความกว้างประมาณ 40-60 ม และที่บริเวณบ้านคดยางมีความกว้างเพียง 10 ม ความสามารถในการระบายน้ำจึงขึ้นอยู่กับส่วนนี้ของคลอง
4. สภาพน้ำในคลองบางกล่ำบริเวณปากคลองถึงบ้านบางหยีมีความใส ขณะที่ตั้งแต่บ้านท่าช้าง-บ้านคดยางจะมีความขุ่นมาก
5. พบว่าพืชพรรณข้างตลิ่งคลองบางกล่ำซึ่งทำหน้าที่ป้องกันการชะล้างหน้าดิน และเป็นที่อยู่ของสัตว์ต่างๆถูกทำลายลงโดยกรมชลประทาน ซึ่งการตัดต้นไม้ริมคลองไม่ได้ช่วยเพิ่มการระบายน้ำเลย



3.2. การสังเคราะห์คุณลักษณะของลำน้ำจากแผนที่และภาพถ่ายทางอากาศ
การอธิบายคุณลักษณะของแต่ละลุ่มน้ำย่อยกระทำได้จากแผนที่ 1:50,000 และภาพถ่ายทางอากาศ โดยพบว่าในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาฝั่งตะวันตกสามารถจำแนกออกเป็น 5 ลุ่มน้ำย่อย คือ ลุ่มน้ำคลองวาด ลุ่มน้ำคลองต่ำ ลุ่มน้ำคลองหลา ลุ่มน้ำคลองจำไหร ลุ่มน้ำคลองลำ และลุ่มน้ำคลองเล คุณสมบัติที่ทำการสังเคราะห์ได้แก่ ขอบเขตลุ่มน้ำ พื้นที่รับน้ำ ความยาวลำน้ำสายหลัก จุดศูนย์ถ่วงของพื้นที่ลุ่มน้ำ ความลาดชันของลุ่มน้ำ ซึ่งสรุปไว้ในตารางที่ 1 และมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
3.2.1. ลุ่มน้ำคลองวาด เป็นลุ่มน้ำที่มีพื้นที่ขนาด 120 ตร.กม ประกอบด้วยลำน้ำสำคัญ 2 สายคือ คลองวาดซึ่งเป็นลำน้ำหลักมีความยาว 50 กม และคลอง ….. ภูมิประเทศสามารถแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ เป็นเทือกเขาสูงทางทิศตะวัตตกที่เป็นป่าต้นน้ำ มีความลาดชันประมาณ 0.01 ตอนกลางเป็นที่เนินสำหรับการเพาะปลูกยางพารากับสวนผลไม้ มีความลาดชันปานกลางประมาณ 0.002 ส่วนทางตอนล่างเป็นที่ค่อนข้างราบที่มีการทำเหมืองแร่จำนวนมาก มีความลาดชันน้อยประมาณ 0.0002
3.2.2. ลุ่มน้ำคลองต่ำ มีพื้นที่ขนาด 120 ตร.กม ประกอบด้วยลำน้ำสำคัญ 2 สายคือ คลองวาดซึ่งเป็นลำน้ำหลักมีความยาว 50 กม และคลอง ….. ภูมิประเทศสามารถแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ เป็นเทือกเขาสูงทางทิศตะวัตตกที่เป็นป่าต้นน้ำ มีความลาดชันประมาณ 0.01 ตอนกลางเป็นที่เนินสำหรับการเพาะปลูกยางพารากับสวนผลไม้ มีความลาดชันปานกลางประมาณ 0.002 ส่วนทางตอนล่างเป็นที่ค่อนข้างราบที่มีการทำเหมืองแร่จำนวนมาก มีความลาดชันน้อยประมาณ 0.0002
3.2.2. ลุ่มน้ำคลองต่ำ มีพื้นที่ขนาด 120 ตร.กม ประกอบด้วยลำน้ำสำคัญ 2 สายคือ คลองวาดซึ่งเป็นลำน้ำหลักมีความยาว 50 กม และคลอง ….. ภูมิประเทศสามารถแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ เป็นเทือกเขาสูงทางทิศตะวัตตกที่เป็นป่าต้นน้ำ มีความลาดชันประมาณ 0.01 ตอนกลางเป็นที่เนินสำหรับการเพาะปลูกยางพารากับสวนผลไม้ มีความลาดชันปานกลางประมาณ 0.002 ส่วนทางตอนล่างเป็นที่ค่อนข้างราบที่มีการทำเหมืองแร่จำนวนมาก มีความลาดชันน้อยประมาณ 0.0002
3.2.2. ลุ่มน้ำคลองต่ำ มีพื้นที่ขนาด 120 ตร.กม ประกอบด้วยลำน้ำสำคัญ 2 สายคือ คลองวาดซึ่งเป็นลำน้ำหลักมีความยาว 50 กม และคลอง ….. ภูมิประเทศสามารถแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ เป็นเทือกเขาสูงทางทิศตะวัตตกที่เป็นป่าต้นน้ำ มีความลาดชันประมาณ 0.01 ตอนกลางเป็นที่เนินสำหรับการเพาะปลูกยางพารากับสวนผลไม้ มีความลาดชันปานกลางประมาณ 0.002 ส่วนทางตอนล่างเป็นที่ค่อนข้างราบที่มีการทำเหมืองแร่จำนวนมาก มีความลาดชันน้อยประมาณ 0.0002
3.2.2. ลุ่มน้ำคลองต่ำ มีพื้นที่ขนาด 120 ตร.กม ประกอบด้วยลำน้ำสำคัญ 2 สายคือ คลองวาดซึ่งเป็นลำน้ำหลักมีความยาว 50 กม และคลอง ….. ภูมิประเทศสามารถแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ เป็นเทือกเขาสูงทางทิศตะวันตกที่เป็นป่าต้นน้ำ มีความลาดชันประมาณ 0.01 ตอนกลางเป็นที่เนินสำหรับการเพาะปลูกยางพารากับสวนผลไม้ มีความลาดชันปานกลางประมาณ 0.002 ส่วนทางตอนล่างเป็นที่ค่อนข้างราบที่มีการทำเหมืองแร่จำนวนมาก มีความลาดชันน้อยประมาณ 0.0002
ตารางที่ 1 คุณลักษณะทางอุทกวิทยาของลุ่มน้ำย่อย
ลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำ พืชพรรณในลุ่มน้ำย่อย ขอบเขตลุ่มน้ำ พื้นที่รับน้ำ ความยาวลำน้ำสายหลัก ความลาดชันของลุ่มน้ำ จุดศูนย์ถ่วงของพื้นที่ลุ่มน้ำ
คลองวาด คลองวาด
คลองต่ำ คลองต่ำ








3.3. สรุปผลการวิจัยและข้อเสนอแนะ

4. ทบทวนเอกสาร

4.1 คุณลักษณะของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา (U-Taphao River Basin) ครอบคลุมพื้นที่ 2,305 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำเค็มสาบสงขลา (Songkhla Lake Basin) (ภาคผนวก ก) มีสัณฐานของภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงทางทิศตะวันตก ส่วนพื้นที่ตอนกลางเป็นที่ราบตะกอนแม่น้ำ (Aluvium Deposit) มีการปลูกยางพาราขึ้นแทนพืชพรรณธรรมชาติ คลองอู่ตะเภาซึ่งเป็นลำน้ำสำคัญที่สุดในลุ่มน้ำ มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี เขตอำเภอสะเดา และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาทางทิศเหนือ ระหว่าง อ. สะเดา-อ. หาดใหญ่ ลำน้ำมีความลาดชันมาก และค่อยๆ ลาดลงระหว่าง อ. หาดใหญ่ (กม. +23) ถึงทะเลสาบ (กม. +0) ช่วงนี้ของลำน้ำนับเป็นเขตอิทธิพลของทะเล (Estuary) โดยระดับน้ำต่ำสุดที่สถานีอุทกวิทยา (X44) อำเภอหาดใหญ่มีค่าต่ำกว่าระดับน้ำเค็มปานกลาง (MSL) อยู่ 0.10 เมตร (AIT, 2537)
สถานที่ตั้งและรายละเอียดของสถานีอุทกวิทยาในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาถูกแสดงไว้ในภาคผนวก ก โดยพื้นที่รับน้ำที่สถานี X44 (อ. หาดใหญ่) มีขนาดประมาณ 1,740 ตารางกิโลเมตร ให้ปริมาณน้ำเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 791.94 ล้าน ลบ.ม (mcm) (ข้อมูลปี 1967-1986) การไหลของน้ำในคลองอู่ตะเภามีความผันแปรอย่างมาก (ภาคผนวก ก) โดยอัตราการไหลเฉลี่ยในฤดูแล้ง (เมษายน-กันยายน) มีค่าประมาณ 7.8 ลบ.เมตรต่อวินาที และในช่วงฤดูฝน (พฤศจิกายน-ธันวาคม) มีค่าประมาณ 88.6 ลบ.เมตรต่อวินาที (วินัยและสมบูรณ์ 2538)
ภูมิอากาศในลุ่มน้ำเป็นแบบร้อนชื้น ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งทำให้เกิดฝนตกหนัก ปริมาณฝนตกเฉลี่ย 1800 มม.ต่อปี มีฤดูแล้งอยู่ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีมีค่า 26.9oC และอัตราการระเหยรายเดือนเฉลี่ยเท่ากับ 139 มม. (ณ ศูนย์วิจัยการยาง ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่)

4.2. คุณสมบัติทางชลศาสตร์ของคลองอู่ตะเภา

สถาบัน AIT ร่วมกับกรมชลประทาน เมื่อปี 2537 ทำการสำรวจรูปตัดคลองอู่ตะเภา และทำระดับมาตรฐานเทียบกับระดับน้ำเค็มปานกลาง (MSL) ตลอดความยาวลำน้ำ ตั้งแต่อำเภอสะเดาถึงทะเลสาบสงขลาพบว่า ความกว้างของคลองอู่ตะเภาเปลี่ยนแปลงอยู่ระหว่าง 40-80 เมตร และความลึกของลำน้ำอยู่ระหว่าง 3-8 เมตร โดยมีความยาวตามแนวลำน้ำช่วงบ้านบางศาลา-อำเภอหาดใหญ่เท่ากับ 12 กม และช่วงหาดใหญ่-ทะเลสาบสงขลา 23 กม
ความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและอัตราการไหลของน้ำท่า (Stage-Discharge) ในคลองอู่ตะเภาที่สถานี X44 และ X90 ซึ่งวิเคราะห์โดย AIT (2537) แสดงในตารางที่ 1 ดังนี้

ตารางที่ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและอัตราการไหลของน้ำท่าในคลองอู่ตะเภา
สถานี ตำแหน่ง สูตร เงื่อนไข
X44 อ. หาดใหญ่) Q X44 = 26.77(H + 0.33 )1.32 -0.33 < H < 4.23
Q X44 = 35.58(H - 0.31 )1.31 H > 4.23
X90 บ.บางศาลา Q X90 = 0.66 (H - 0.09 )3.29 0.09 < H < 1.90
Q X90 = 1.69 (H + 0.09 )2.11 1.90 < H < 8.00

เมื่อ Q X44 ,Q X90 คืออัตราการไหล (ลบ.ม/วินาที)
H คือระดับน้ำ (ม MSL)

อย่างไรก็ตามพบว่าความสัมพันธ์ข้างต้นยังให้ค่าที่ไม่ละเอียดเพียงพอสำหรับการไหลน้อยๆในฤดูแล้ง ซึงมีผลอย่างมากต่อการรุกของน้ำเค็ม
สภาพอุทกศาสตร์ของคลองอู่ตะเภาในช่วงปากแม่น้ำ (Estuary) ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงในอ่าวไทยซึ่งมีค่าพิสัยประมาณ 40 ซม และ 60 ซม ในช่วงน้ำตายและน้ำเกิดตามลำดับ จากการวิเคราะห์ระดับน้ำขึ้นน้ำลงที่เกาะหนู (ภาคผนวก ข) ซึ่งพยากรณ์โดยกรมอุทกศาสตร์ทหารเรือ ระหว่างเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2540โดยวิธี Harmonic analysis พบว่ามี 5 องค์ประกอบหลักของน้ำขึ้นน้ำลง (Predominant tidal constituents) คือ M2 (H=19.4 cm) S2 (H=6.4 cm) N2 (H=5.3 cm) K1 (H=5.6 cm) และ O1 (H=4.3 cm) คลื่นน้ำขึ้นน้ำลงในอ่าวไทยเคลื่อนเข้าสู่ระบบทะเลสาบสงขลา สภาพภูมิประเทศของทะเลสาบทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะ (amplitude และ phase) จากรายงานการวัดระดับน้ำจำนวน 3 สถานีในเดือน มีนาคม-สิงหาคม 2538 โดยวินัยและสมบูรณ์ (2538) ที่บ้านเกาะนก (กม+2 จากปากคลองอู่ตะเภา) บ้านหาร (กม+15) และอำเภอหาดใหญ่ (กม+23) พบว่ามีค่าพิสัย (Tidal range) ประมาณ 8 ซม 15 ซม และ 11 ซม ตามลำดับ
วินัยและสมบูรณ์ (2538) วัดกระแสน้ำในรอบ 24 ชั่วโมง (Tidal cycle) ที่ทุกๆความลึก 1 ม ที่บ้านเกาะนก เมื่อวันที่ 21-22 เมษายน 2538 พบว่ากระแสน้ำขึ้นและน้ำลงมีความเร็วสูงสุดเท่ากับ 0.18 ม ต่อวินาที และ 0.15 ม ต่อวินาที (ภาคผนวก ข)

4.3. การรุกของน้ำเค็มในคลองอู่ตะเภา

ณรงค์ (2535) รายงานว่า ในเดือนพฤษภาคม 2534 น้ำเค็มรุกเข้าในคลองอู่ตะเภาไปไกลถึง 15 กม. โดยมีการผสมผสานของความเค็มเป็นแบบ partially mixed โดยความเค็มสูงสุดที่ปากคลองอู่ตะเภามีค่า 18 ppt และที่ กม+11 มีค่า 12 ppt วินัยและสมบูรณ์ (2538) วัดความเค็มในวันที่ 9 พฤษภาคม 2538 พบว่าความเค็มที่ปากคลองอู่ตะเภามีค่า 22 ppt และรุกเข้าไปเป็น ระยะทาง 11 กม (โดยความเค็มที่ท้องคลองเท่ากับ 10 ppt)

5. ข้อมูลทุติยภูมิของสภาพอุทกศาสตร์และความเค็มในทะเลสาบสงขลาและคลองอู่ตะเภา

การสำรวจภาคสนามของงานวิจัยนี้มีจุดประสงค์ที่สำคัญสามประการคือ
• เพื่อให้ทราบถึงสภาพปัจจุบันทางสมุทรศาสตร์และความเค็มของทะเลสาบสงขลาและคลอง
อู่ตะเภา
• เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานแก่แบบจำลองคณิตศาสตร์
• เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบและปรับตัวแปรในแบบจำลองทางคณิตศาสตร์
การวิจัยนี้ทำการเก็บข้อมูลภาคสนามระหว่างเดือน เมษายน-ตุลาคม 2540 ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

5.1. การสำรวจความลึก
เนื่องจากความลึกมีผลกระทบโดยตรงต่อสภาพชลศาสตร์และการรุกของน้ำเค็มในคลองอู่ตะเภา ดังนั้นเพื่อความละเอียดและถูกต้องในการศึกษาและพยากรณ์ สภาพชลศาสตร์และการรุกของน้ำเค็มด้วยแบบจำลองฯ จึงทำการสำรวจความลึกของทะเลสาบสงขลาและคลองอู่ตะเภาอย่างละเอียดด้วยเครื่องหยั่งความลึกแบบคลื่นเสียงซึ่งมีความละเอียด ฑ5 ซม โดยทำการสำรวจความลึกของทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่ทางเข้าทะเลสาบ-เกาะยอ-แหลมโพธิ์-ปากรอ (ภาคผนวก ค) และวัดของความลึกของหน้าตัดลำน้ำคลองอู่ตะเภาตั้งแต่บ้านเกาะนก (กม+2) ถึง บ้านบางศาลา (กม+35) จำนวนทั้งสิ้น 17 หน้าตัด และพบว่าความลึกมากที่สุดอยู่ที่ กม+11 ภาคผนวก ค แสดงความลึกตามแนวร่องน้ำของลำน้ำนี้

5.2. ระดับน้ำ
การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในทะเลสาบสงขลาและคลองอู่ตะเภาได้รับการบันทึกไว้ โดยในทะเลสาบสงขลาทำการสำรวจจำนวน 2 สถานี คือที่บ้านแหลมโพธิ์ และที่บ้านปากรอ โดยคณะวิจัยได้ติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำอัตโนมัติขึ้นชั่วคราวที่ช่องแคบปากรอ ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2540 สำหรับระดับน้ำที่บ้านแหลมโพธิ์ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจากศูนย์อุทกวิทยาที่ 8 กรมชลประทาน ซึ่งเป็น ระดับน้ำแบบต่อเนื่องจากเครื่องวัดระดับน้ำอัตโนมัติที่ทำการติดตั้งอย่างถาวร ระดับน้ำของสถานีทั้งสอง ถูกแสดงไว้ในภาคผนวก ง และความสัมพันธ์ของระดับน้ำในทะเลสาบถูกแสดงไว้ในตารางที่ 2
เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงอัตราการไหลในคลองอู่ตะเภา คณะวิจัยได้ทำการติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำอัตโนมัติ ที่สถานี X90 (บ้านบางศาลา) ซึ่งห่างจากปากแม่น้ำเป็นระยะทางประมาณ 35 กม เพื่อวัดอัตราการไหลตลอดช่วงที่ทำการศึกษา ภาคผนวก ง แสดงอัตราการไหลระหว่างเดือนเมษายน-สิงหาคม 2540
ตารางที่ 2 คุณลักษณะของน้ำขึ้นน้ำลง (มิถุนายน 2540) ในระบบทะเลสาบสงขลา
เกาะหนู แหลมโพธิ์ ปากรอ
Max. tidal range (cm) 60 21 11
Phase lag** (hrs) 0 3.5 4.5
** ความแตกต่างระหว่างน้ำขึ้นสูงสุดที่เกาะหนูกับสถานีที่สนใจ

5.3. ความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและอัตราการไหลที่ X90 ในฤดูแล้ง
อัตราการไหลของน้ำท่าในฤดูแล้งมีความสำคัญอย่างมากต่อการรุกของน้ำเค็ม การวิจัยนี้ได้วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและอัตราการไหล (Rating Curve) ที่สถานี X90 สำหรับฤดูแล้งอย่างละเอียด โดยทำการวัดความเร็วน้ำตลอดความกว้างของคลองจำนวน 8 ครั้ง ที่ทุกๆความลึก 0.5 ม ทุกระยะ 1 ม. เพื่อนำไปคำนวณหาอัตราการไหลและรูปแบบการกระจายความเร็วตลอดหน้าตัด (ภาคผนวก จ) ความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและอัตราการไหลที่วิเคระห์ได้คือ

Q = 0.0949e2.5139H R2=0.9354
Q = 0.5243e2.5139h R2=0.9354

เมื่อ Q คืออัตราการไหล (ลบ.ม/วินาที)
h คือระดับน้ำ (ม A.D.)
H คือระดับน้ำ (ม MSL)
จากการเปรียบเทียบความสัมพันธ์ที่ได้กับที่ใช้อยู่ (AIT, 2537) พบว่าที่ระดับน้ำระหว่าง 1.0-1.7 ม MSL อัตราการไหลที่วัดได้มีค่าอยู่ระหว่าง 1-6.4 ลบ.ม/วินาที ซึ่งเฉลี่ยต่ำกว่าที่คำนวณจากสูตรของ AIT อยู่ประมาณ 2.2 เท่า

5.4. ความเร็วกระแสน้ำ
คณะวิจัยได้ทำการวัดความเร็วกระแสน้ำทั้งในทะเลสาบสงขลาและคลองอู่ตะเภา โดยในทะเลสาบสงขลา ทำการวัดความเร็วที่ความลึก 2 ม จำนวน 2 สถานีคือที่ ร่องน้ำเกาะยอทางทิศเหนือและใต้ โดยใช้เครื่องวัดความเร็วกระแสน้ำแบบอัตโนมัติ ทำการบันทึกข้อมูลราย 20 นาทีระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน-1 กรกฎาคม 2540 รูปภาคผนวก ฉ แสดงความเร็วกระแสน้ำของทั้ง 2 สถานี และสรุปไว้ในตารางที่ 3
ตารางที่ 3 คุณลักษณะของความเร็วกระแสน้ำในทะเลสาบสงขลา
เกาะยอเหนือ เกาะยอใต้
V
(m/s) Direction (o) V
(m/s) Direction (o)
Max. flood current 0.42 260 0.42 55
Max. ebb current 0.67 80 0.43 240

สำหรับในคลองอู่ตะเภาทำการสำรวจความเร็วกระแสน้ำ 3 ครั้ง โดยครั้งแรกในวันที่ 11 พฤษภาคม 2540 วัดความเร็วรายชั่วโมงที่ทุกๆความลึก 1 ม ต่อเนื่องกัน 5 ชั่วโมง ณ สองสถานีคือ ที่บ้านคูเต่า (กม+6) และบ้านนารังนก (กม+11) ครั้งที่สองในวันที่ 31 พฤษภาคม 2540 ทำการวัดความเร็วรายชั่วโมงที่ทุกๆความลึก 1 ม ต่อเนื่องกัน 9 ชั่วโมง ที่บ้านนารังนก และครั้งที่สามในวันที่ 17-18 สิงหาคม 2540 วัดครบรอบ 24 ชั่วโมงที่บ้านนารังนก คุณลักษณะของความเร็วกระแสน้ำของทั้ง 2 สถานีถูกแสดงไว้ในภาคผนวก ฉ และสรุปไว้ในตารางที่ 4

ตารางที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วกระแส น้ำและระดับน้ำในคลองอู่ตะเภา
เกาะนก (กม 2) คูเต่า (กม 6) นารังนก (กม 11)
Vflood (m/s) f
(hrs) Vflood (m/s) f
(hrs) Vflood (m/s) f
(hrs)
Max. current 0.18 0 * 0.10 -- 0.21 2.5
f = phase lag ระหว่าง Vflood และ maximum high tide
* = ข้อมูลวันที่ 21-22 เมษายน 2538


ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา เป็นลำน้ำสายหลักในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา (รูปที่ 1) มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาสันกาลาคีรี ไหลผ่านชุมชนต่างๆ ของอำเภอสะเดา อำเภอหาดใหญ่ และไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาทางทิศเหนือที่บ้านแหลมโพธิ์ ลำน้ำ มีความยาวประมาณ 51 กม. ความกว้างของคลองแปรเปลี่ยนอยู่ระหว่าง 40-80 เมตร และความลึกประมาณ 3-8 เมตร ลำน้ำมีความลาดชันมากระหว่าง อ.สะเดา-อ.หาดใหญ่ และค่อยๆลาดลงระหว่าง อ.หาดใหญ่ (กม.+23) ถึงทะเลสาบ (กม.+0) ช่วงนี้ของลำน้ำเป็นเขตอิทธิพลของทะเล (estuary) โดยระดับน้ำต่ำสุดที่สถานีอุทกวิทยาอำเภอหาดใหญ่ (X44) มีค่าต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง (MSL) อยู่ 0.10 เมตร (AIT, 2537) ในปี 2531 เกิดการรุกของน้ำเค็มถึงตัวเมืองหาด
ใหญ่จนก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง(เสรี, 2533)
สภาพอุทกศาสตร์ของคลองอู่ตะเภาในช่วงปากแม่น้ำได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงในทะเลสาบสงขลาซึ่งมีค่าพิสัยประมาณ 10 ซม และ 20 ซม ในช่วงน้ำตายและน้ำเกิดตามลำดับ


รูปที่ 1 ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาและระบบลำน้ำ

ระดับน้ำจำนวน 3 สถานี (วินัยและสมบูรณ์, 2538) ในเดือนมีนาคม-สิงหาคม 2538 ที่บ้านเกาะนก (กม+2) บ้านหาร (กม+15) และอำเภอหาดใหญ่ (กม+23) มีค่าพิสัย (tidal range) ประมาณ 8 ซม 15 ซม และ 11 ซม ตามลำดับ
ความเร็วกระแสน้ำขึ้นน้ำลงในรอบ 24 ชั่วโมง (tidal cycle) (วินัยและสมบูรณ์, 2538) ที่ทุกๆความลึก 1 ม ที่บ้านเกาะนก เมื่อวันที่ 21-22 เมษายน 2538 มีความเร็วสูงสุดเท่ากับ 0.18 เมตร/วินาที และ 0.15 เมตร/วินาทีตามลำดับ
โครงการศึกษาคุณลักษณะทางอุทกวิทยาและการรุกของน้ำเค็มในคลองอู่ตะเภาในช่วงฤดูแล้งระหว่างเดือนเมษายน-สิงหาคม 2540 ได้รับการศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยมีจุดประสงค์ที่จะทำความเข้าใจกลไกในการควบคุมการรุกของน้ำเค็มในคลองซึ่งจะยังประโยชน์ต่อผู้ที่ทำการศึกษาด้วยแบบจำลองต่างๆต่อไป ข้อมูลที่ทำการสำรวจได้แก่ ความลึกของคลองอู่ตะเภา ระดับน้ำ ความเค็ม ความเร็วกระแสน้ำในทะเลสาบสงขลาและในคลองอู่ตะเภา และการสังเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและอัตราการไหล ในฤดูแล้งที่บ้านบางศาลา (กม+35 จากปากคลอง) การสำรวจชี้ว่าในเดือนพฤษภาคมและสิงหาคมอัตราการไหลของน้ำท่ารายเดือนเฉลี่ยมีค่าประมาณ 1-2 ลบ.ม/วินาที ทำให้น้ำเค็มรุกเข้าในคลองอู่ตะเภาเป็นระยะทาง 11 กม โดยมีการผสมผสานเพียงบางส่วน(partially mixed) โดยที่ความแตกต่างระหว่างความเค็มที่ผิวและท้องคลองสูงสุดเท่ากับ 14.5 ส่วนในพันส่วน นอกจากนี้การสำรวจยังพบว่า การตื้นเขินอย่างฉับพลันที่บ้านหาร (กม.11- กม.15) อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หยุดการรุกของน้ำเค็มได้


































ตำแหน่งสำรวจหน้าตัดลำน้ำสาขาฝั่งตะวันตกของคลองอู่ตะเภา


การสำรวจคลองระบายน้ำ ท่าช้าง-บางกล่ำ ดำเนินการเมื่อ 8 กค 2544

การสำรวจความลึกกระทำโดยใช้เครื่องหยั่งความลึกแบบคลื่นเสียง วัดความลึกแบบต่อเนื่องตลอดความยาวร่องน้ำ และทำการสำรวจความขุ่น ความกว้างผิวน้ำ และพืชพรรณที่ปกคลุมตลิ่งของคลองระบายน้ำท่าช้าง-บางกล่ำ ซึ่งสรุปได้ดังนี้
1. คลองบางกล่ำมีความลึกเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 2.5 ม ถึง 5 ม โดยบริเวณวัดบางกล่ำมีความลึกมากถึง 7 ม และตำแหน่งที่ตื้นที่สุดอยู่ที่ทางแยกคลองโพธิรส ซึ่งมีความลึกประมาณ 1 ม
2. คลองท่าช้าง-คดยางมีความลึกเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 1.5 ม ถึง 2.2 ม โดยส่วนใหญ่ของคลองท่าช้างมีความตื้นเขินอย่างมาก โดยเฉพาะใต้สะพานจะมีความลึกน้อยกว่า 1 ม
3. ความกว้างของคลองบางกล่ำเปลี่ยนแปลงอยู่ระหว่าง 80-100 ม ขณะที่คลองท่าช้างมีความกว้าง ประมาณ 40-60 ม และที่บริเวณบ้านคดยางมีความกว้างเพียง 10 ม ความสามารถในการระบายน้ำจึงขึ้นอยู่กับคลองส่วนนี้ ทำให้ไม่เห็นประโยชน์จากการขุดลอกคลองบางกล่ำ
4. สภาพน้ำในคลองบางกล่ำบริเวณปากคลอง-บางหยีมีความใส ขณะที่ตั้งแต่บ้านท่าช้าง-บ้านคดยางมีความขุ่นมาก
5. พืชพรรณข้างตลิ่งคลองบางกล่ำซึ่งทำหน้าที่ป้องกันการชะล้างหน้าดิน และเป็นที่อยู่ของสัตว์ต่างๆถูกทำลายโดยที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆในการระบายน้ำ

โดย kai (ip:203...82)  เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2547 21:27:34 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 5106 ครั้ง
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 28 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7942191 person(s) and 26522268 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation