รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
คืนมะโรงน้ำแดง : หน้าหลัก

 หมวด

บทนำ (2)
บทกวี (6)
เกร็ดน้ำท่วม (1)
เรื่องสั้น (8)
หนี

หนี
ชาญณรงค์ เที่ยงธรรม

๑.
แม้ว่างานในแต่ละวันจะเหนื่อยล้าเพียงใดก็ตาม ผมก็จะ
ต้องขับรถกลับให้ถึงบ้านให้ได้... บ้านที่เป็นโลกส่วนตัวและมีความอบอุ่น และแม้ว่านานๆ ครั้งจะได้มีเวลารับประทานอาหารร่วมกับภรรยา แต่เราก็มิได้รู้สึกว่าขาดสิ่งใดไป... ทุกคนในบ้านไม่มีใครยินดีนักหรอกกับการที่ผมต้องขับรถไปกลับหาดใหญ่-สิงหนครในยามวิกาลทุกค่ำคืนเช่นนี้ และด้วยเพราะทุกคนรอคอยการกลับมาอย่างปลอดภัยนี่เอง ผมจึงต้องกลับ และต้องกลับให้ถึงบ้านโดยสวัสดิ ภาพ... จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ !
วันนี้ผมมาถึงหาดใหญ่เร็วเป็นพิเศษ ซึ่งนับว่าเร็วกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา จึงพอที่จะมีเวลาทำบางสิ่งที่นอกเหนือไปจากงานประจำได้บ้าง ค่ำนี้ผมเลือกที่จะนั่งในล็อบบี้ของโรงแรมแห่งหนึ่งแถวๆ ย่านหัวรั้วเพื่อสลัดความตึงเครียดให้ออกไปจากสมองสักครู่ กาแฟร้อนถ้วยหนึ่งถูกนำมาเสริฟด้วยท่าทีที่อ่อนโยน ทำให้รสชาติกาแฟที่คุ้นเคยอยู่ทุกวันดูกลมกล่อมขึ้นแม้ว่าจะไม่ได้ผสมค๊อฟฟี่เมทและน้ำตาลก็ตาม... เสียงข่าวภาคค่ำดังมาจากจอโทรทัศน์ที่ห้อยติดกับเพดานทำให้ผมต้องแหงนหน้าขึ้นไปมอง ในภาพข่าวแลเห็นหญิงวัยกลางคนกำลังเดินลุยน้ำที่มีระดับความสูงถึงสะโพก ถัดจากนั้นเป็นภาพของชาวบ้านกลุ่มใหญ่กำลังขนข้าวของหนีน้ำอย่างอลหม่าน เสียงผู้สื่อข่าวภาคใต้รายงานข่าวเป็นระยะๆ “..ภาพที่ท่านผู้ชมกำลังชมอยู่นี้เป็นเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นบริเวณตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา...” ผมยกกาแฟขึ้นจิบด้วยความรู้สึกประหลาดใจ “น้ำท่วมคอหงส์..! ตรงนี้มันก็ย่านหัวรั้วใกล้กันแค่นี้เอง ทำไมไม่เห็นมีทีท่าว่าน้ำจะท่วมเลย” ทุกอย่างรอบๆ ตัวผมยังคงดำเนินไปตามปกติ เมื่อกาแฟพร่องลงจนหมดถ้วยผมก็เช็คบิลและเตรียมที่จะเดินทางไปยังที่ทำงาน จนเมื่อผมได้ก้าวย่างออกจากล็อบบี้และผลักประตูโรงแรมออกมานั่นแหละจึงได้เริ่มแลเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น ! ผมพบว่าบริเวณลานจอดรถในขณะนี้มีผืนน้ำบางๆ ครอบคลุมไปจนทั่วบริเวณ มันแลคล้ายกับเป็นเงื้อมเงาแห่งอสูรที่ไหวเคลื่อนอย่างแผ่วเบามาจากหุบห้วงแห่งรัตติกาล... เพียงแค่เวลาไม่กี่นาทีที่ยืนตะลึงอยู่บริเวณพื้นเบื้องล่างที่ยังพอแลยอดหญ้าญี่ปุ่นอยู่เมื่อครู่ ก็ถูกห่อหุ้มไปด้วยน้ำเสียแล้ว !! มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ทันให้ผู้ใดได้ไหวตัวเลยแม้แต่น้อย ผมรีบถอดรองเท้าและถุงเท้าที่ใส่มาทำงานออก แล้วเดินลุยน้ำตรงไปยังถนนสายเพชรเกษม แลไปจนสุดสายตาพบว่าที่บริเวณสามแยกคอหงส์นั้น... รถเริ่มชลอตัวและติดขัดเป็นช่วงๆ! ไม่รอช้าผมรีบกลับมาสตาร์ทรถแล้วบึ่งลุยน้ำออกไปโดยเลือกที่จะเลี่ยงเส้นทางสายนี้ไปก่อน แต่แล้วไม่ว่าจะลัดเลาะไปเส้นทางใดก็พบว่ามีน้ำท่วมขังอยู่ตลอดเกือบจะทุกสายเช่นกัน และรถแต่ละคันก็พยายามที่จะหาทางเลี่ยงเพื่อหนีน้ำกันทั้งสิ้น..!

๒.
ผมชอบดูภาพยนตร์ที่แสดงนำโดย บรู๊ซ วิลลิส โดยเฉพาะใน
ตอนที่รับบทเป็น จอห์น แมคเครน นายตำรวจกระดูกเหล็กในเรื่องดายฮาร์ด ..แมคเครนเป็นตำรวจที่ดูนิ่งๆ ช้าๆ แต่ก็มีไหวพริบและท่าทีที่ฉลาด เขาสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้แทบจะทุกเรื่อง แต่นั่นมันก็เป็นแค่ฉากในภาพยนตร์ที่ถูกกำหนดขึ้นให้พระเอกสามารถเอาชนะสถานการณ์ที่เลวร้ายไปได้ ถึงแม้ว่าบางฉากจะไม่ชนะในเดี๋ยวนั้น แต่ในท้ายที่สุดเขาก็ต้องชนะจนได้... แต่สำหรับผมในตอนนี้น่ะหรือ... มันไม่เหมือนกันเลย! เบื้องต้นที่สุด... ฉากนี้ก็เป็นสถานการณ์จริงที่ไม่รู้จะเอาชนะได้อย่างไรด้วยซ้ำ และผมก็อยากจะรู้นักว่าถ้าเขาประสบเหตุเหมือนกับผมในตอนนี้ เขาจะจัดการกับมันอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขและเวลาอันจำกัดเช่นนี้ ผมอ่านใจแมคเครนไม่ออก! เนื่องเพราะสิ่งที่กำลังเจอนี้เสมือนกับเป็นอาชญากรเลือดเย็นที่กำลังคืบคลานเข้ามา เป็นยิ่งกว่าปีศาจร้ายไร้ใจที่เมื่อคุกคามแห่งใดแล้วจะไม่มีผู้ใดได้รับการยกเว้น!
สายฝนที่เพิ่งจะทิ้งช่วงไปสัก ๓-๔ ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เริ่มพร่างพรูลงมาอีกครั้งอย่างไม่ขาดสาย หลังจากที่ได้กระหน่ำติดต่อกันมาหลายวัน บันดาลให้สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเริ่มทวีอานุภาพขึ้นอีกหลายเท่า! ทัศนวิสัยในรถยนต์ที่มองผ่านใบปัดน้ำฝนในยามค่ำคืนเช่นนี้ มิใช่เรื่องน่ารื่นรมย์แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ภาพสายน้ำสีชาที่รุกคืบขึ้นมาจนถึงครึ่งล้อชวนให้น่าสะทกสะท้านไม่น้อย... ซิตี้คาร์คันเล็กค่อยๆ เคลื่อนตามรถยนต์คันอื่นๆ ที่จ่อท้ายติดกันยาวเป็นขบวนโดยยังแลไม่เห็นทีท่าว่าจะหลุดออกไปจากที่ตรงนี้ได้ ซ้ำร้ายถนนในบางช่วงก็เป็นหลุมเป็นบ่อ เพียงพลัดตกลงไปสักครั้งดวงไฟหน้ารถทั้งคู่ถึงกับต้องมุดลงไปในสายน้ำทันที...! เวลานี้ผมทำได้แต่เพียงภาวนาว่าอย่าให้เครื่องยนต์ต้องมาดับในตอนนี้เลย...
ภาพประสบการณ์เก่าๆ ที่เคยพานพบเมื่อคราวน้ำท่วมหาดใหญ่อย่างร้ายแรงในรอบ ๑ ทศวรรษที่ผ่านมายังคงแจ่มชัดอยู่ในห้วงคำนึง เหตุการณ์ที่ชวนให้ขวัญผวาในคราวนั้นได้ผุดขึ้นอีกครั้งในวันนี้ หากผมจำไม่ผิดคงจะเป็นวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ปี ๒๕๓๑ มหันตภัยได้คุกคามไปทั่วทุกซอกทุกมุมของเมืองหาดใหญ่ขนาดมิดหลังคารถ และบางแห่งก็ได้ท่วมสูงจนมิดหลังคาบ้านแบบชั้นเดียวด้วยซ้ำไป... เมื่อนึกมาถึงตรงนี้ผมได้แต่นั่งบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ เหมือนกับคนที่ขวัญได้โบยบินไปจากดวงจิต! “...วันที่ ๒๑ ... เอ๊ะ!...นี่มันก็วันที่ ๒๑ นี่ ตรงกับเดือนพฤศจิกายนวันเดียวกันเป๊ะ! ...หรือกงล้อแห่งโศกนาฏกรรมในหน้าประวัติศาสตร์กำลังครบรอบที่จะต้องหวนกลับมา เพื่อไถ่ถามถึงความเป็นไปของมวลมนุษย์... ผู้ซึ่งได้ใช้ลมหายใจไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย...! ความรู้สึกเป็นห่วงรถ แถมพ่วงด้วยกีตาร์โปร่งกิ๊บสันตัวเก่งที่อุตส่าห์นั่งรถไฟไปซื้อถึงกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ผมเหลียวหน้าไปดูกล่องแข็งสีดำใส่กีตาร์ที่วางอยู่ท้ายรถอีกครั้ง เพื่อสำรวจความเรียบร้อย เห็นมันยังคงนอนสงบนิ่งอยู่กะบะท้ายอย่างมิรู้ร้อนรู้หนาว... มันจะรู้บ้างหรือไม่ว่านายของมันกำลังอยู่ในภาวะที่คับขัน และกำลังขบคิดที่จะพามันไปให้ปลอดภัยรอดพ้นจากเงื้อมหัตถ์แห่งอสูรร้าย ความตื่นกลัวเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายจนเย็นยะเยือก ขณะที่รถยังติดหนึบเป็นตังเมอยู่บนท้องถนน ระดับน้ำก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น...สูงขึ้น... และสูงขึ้นอย่างไม่มีวี่แววว่าจะหยุด! กระแสน้ำหลากมาอย่างแรงและเร็วจนเห็นเป็นริ้วสาย...! ป่านนี้มันจะท่วมปลายท่อไอเสียหรือยังก็ไม่รู้... ผมครุ่นคิดด้วยความกังวล แต่ลึกๆ แล้วบางทีนั่นอาจจะเป็นการแสร้งทำเป็นไม่รู้เสียมากกว่า เพียงเพื่อจะสะกดมิให้ความกลัวมันล้ำเส้นขึ้นมามากไปกว่านี้ แน่นอน! ตอนนี้ผมทำได้แค่เหยียบคันเร่งขึ้นๆ ลงๆ เพื่อเร่งเครื่องเป็นช่วงๆ ให้กระชั้นเข้า เร่ง... และเร่งให้มากกว่าที่เคยปฏิบัติในภาวะปกติ เพื่อเลี้ยงเครื่องยนต์ไม่ให้ดับ หาไม่แล้วทั้งมันและเราก็อาจจะไร้สิ้นหนทางต่อสู้ หมดหนทางที่จะดิ้นรน จนมิแน่ว่าอาจต้องปล่อยให้ทิ้งจมน้ำอยู่ที่ใดที่หนึ่งก็ได้..

๓.
ผมพยายามที่จะมิให้ความหวาดกลัวเข้ามาครอบงำ แต่ใน
ขณะนี้มันแทบจะสะกดไว้ไม่ไหว ดวงไฟหน้ารถสาดส่องไปที่ใดก็เจอแต่น้ำ... บางแห่งเมื่อรถมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องผ่านไป ผมสังเกตเห็นล้อรถจมลงในน้ำจนเกือบมิดล้อ แล้วรถเล็กแบบซิตี้คาร์คันนี้มันจะไปรอดหรือ! เสียงลมหายใจเข้าออกดังกลบเสียงเครื่องยนต์จนแทบจะไม่ได้ยิน เหงื่อกาฬไหลชุ่มโชกผสมกับความเปียกชื้นของน้ำฝน ตอนนี้ระดับน้ำได้สูงขึ้นจนถึงพรมวางเท้าในรถแล้ว แลไปเบื้องหน้าความเคลื่อนไหวในตัวเมืองหาดใหญ่ใกล้จะหยุดชะงักเต็มที แต่แล้วโชคดีก็เข้าข้างผม... เมื่อผมตัดสินใจใช้ความเล็กจิ๋วของรถคันนี้แทรกตัวเบี่ยงเข้าไปทางถนนสายแคบๆ สายหนึ่งทำให้ผมสามารถที่จะแยกตัวออกจากกลุ่มรถคันอื่นๆ ออกมาได้ ผมคะเนว่าในสถานการณ์เช่นนี้ผมไม่น่าจะเลือกเลี้ยวไปในที่ใดๆ ได้สะดวกนัก และอาจจะมีโอกาสตัดสินใจเดินหน้าเข้าไปในที่ใดที่หนึ่งได้เพียงหนเดียวเท่านั้น!! เพราะถ้าบังเอิญพลัดหลงเข้าไปในทางที่มีรถยนต์คันอื่นเครื่องดับขวางทางอยู่ผมก็อาจจะต้องติดอยู่ตรงนั้นด้วยเป็นแน่ หรือถ้าเกิดหลงเข้าไปในทางตันก็คงหมดหวังที่จะได้เลี้ยวกลับออกมาเช่นกัน! สิ่งที่ดูน่าสะพรึงกลัวเพิ่มความกดดันขึ้นทุกขณะ ตอนนี้ผมขับรถหนีสายน้ำมาถึงเส้นทางใดก็มิอาจจะทราบได้ ในใจก็นึกถึงหลวงปู่ทวดที่นับถือจึงได้ท่อง “นโม โพธิสัตโต...ฯ” อยู่หลายรอบ ต่อด้วยบริกรรมชินบัญชรที่สมเด็จโตท่านแปลมาจากภาษาสิงหล ก็พอจะทำให้ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แต่กระนั้นตอนนี้ผมก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าผมจะมุ่งหน้าไปในทิศทางใด โอ...แมคเครนเอ๋ย! ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนาย นายจะจัดการอย่างไรกับมัน?

๔.
ผมเริ่มตั้งสติและรวบรวมสมาธิตลอดเส้นทางที่หลุดออกมา
ด้วยสภาวะจิตที่เยือกเย็นลง แผนการณ์เล็กๆ ผุดขึ้นในสมองอย่างเงียบๆ ผมร่างแผนที่ทางภูมิศาสตร์ของเขตอำเภอหาดใหญ่ขึ้นในมโนภาพ จากภาพร่างค่อยๆ ผุดพรายรายละเอียดออกมาอย่างไม่ขาดสายจนดูคล้ายเป็นภาพจริงที่มองมาจากนอกโลกมิผิดเพี้ยน เพียงชั่วครู่องค์ประกอบทางภูมิศาสตร์ของเมืองหาดใหญ่ก็ตกอยู่ในอุ้งมือของผม ภาพในความนึกคิดปรากฏกระจ่างแจ่มชัดรวมอยู่ในกรอบภาพเดียว และสามารถที่จะเจาะเข้าไปดูพื้นที่ใดๆ ได้ดังใจนึก ผมรู้ดีว่าอาการน้อมนึกดังกล่าวนี้เป็นจินตภาพที่ผมปรุงแต่งและสร้างมันขึ้นมาเอง ด้วยองค์ความรู้ที่เคยมีอยู่ดั้งเดิมมากกว่าที่จะเป็นการรู้แจ้งเห็นจริง ที่ผมเชื่อเช่นนั้นเพราะ... แม้ผมจะเคยตรากตรำคร่ำเคร่งในการตรวจเช็คแผนที่มาอย่างหนักในช่วงสมัยหนึ่งของชีวิต จนสามารถที่จะหยั่งเห็นถึงรายละเอียดของละติจูดและลองจิจูดในแต่ละจุดพื้นที่ว่าสมควรจะอยู่ในช่วงพิกัดเท่าใด แต่นั่นมันก็มิใช่ที่เมืองหาดใหญ่! หากแต่เป็นย่านคาบสมุทรสทิงพระที่เคยเป็นเขตปฏิบัติงานของผม แต่ผมก็เชื่อมั่นว่านั่นมิใช่เป็นอุปสรรคแต่ประการใด ความตรากตรำในอดีตประกอบกับการได้สัมผัสพื้นที่จริงอย่างคร่าวๆ มานานพอสมควร ทำให้ผมมั่นใจว่าภาพร่างของแผนที่นี้ไม่น่าจะหนีห่างความเป็นจริงเท่าใดนัก... จินตภาพแห่งเมืองหาดใหญ่ของผมที่ปรากฏ ประกอบด้วยภาพของเทือกเขาคอหงส์ที่มีสีเขียวเข้มสลับกับสีเขียวอ่อนในบางช่วง พร้อมทั้งจะมีเส้นชั้นความสูงที่บ่งบอกระดับสูงต่ำปรากฏขึ้นในยามที่ผมต้องการจะได้รายละเอียด ลาดต่ำเยื้องลงมาทางทิศตะวันตกนั่น... เป็นผืนแผ่นดินสีน้ำตาลผสมดำที่ค่อนข้างจะซีดคล้ำมากกว่าความเป็นจริงทางแผนที่ เนื่องเพราะผมดิ่งเห็นไปถึงความวุ่นวายตึงเครียด ที่คนร้อยพ่อพันแม่มาซุกหัวแออัดกันอยู่ เห็นถึงความเหลวแหลกเหลวไหลของคนจำนวนมหาศาลที่ก่อตัวกันขึ้นเพื่อกร่อนกินพลังชีวิตของกันและกันอย่างหิวกระหาย! บนผืนแผ่นดินสีคล้ำยังได้แลเห็นริ้วรอยของเส้นสีดำเล็กๆ คดเคี้ยวแทรกตัวอยู่ ลักษณะเหมือนเป็นอักขระลึกลับที่นางพญาไส้เดือนได้ชอนไชสั่งลาไว้ก่อนที่จะมุ่งหน้าขึ้นทิศเหนือเพื่อหวังจิบน้ำใสเย็นในกะลาใบเล็กๆ ใช่แล้ว! ...ภาพลำคลองอู่ตะเภาไหลรินลงสู่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาปรากฏอยู่กลางแผ่นดินที่ระบายสีเข้มๆ และค่อยๆ จางลงจนเป็นสีอ่อนๆ ..มันคือความลาดชันที่ลากจากที่สูงลงสู่ที่ลุ่มต่ำนั่นเอง! อา...ใช่จริงๆ! ภาพรวมของพื้นที่จากบริเวณเทือกเขาคอหงส์ที่ลากลงมาจดกับทะเลสาบสงขลา โดยมีเมืองหาดใหญ่คั่นอยู่เกือบๆ จะกึ่งกลางนั่น! มันเป็นที่ลาดไหล่เขาที่ลากลงมาจรดที่ราบลุ่มแน่ๆ!! ผมทบทวนในสิ่งที่คิดได้ซ้ำไปซ้ำมา สายธารความคิดพุ่งพรายโลดลิ่วรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากท่วมเมืองเสียอีก มันเป็นการหลากไหลของความคิดอย่างมีทิศทาง ผมเริ่มแลเห็นรอยยิ้มน้อยๆ ของตัวเองในกระจกมองหลังเป็นครั้งแรกของค่ำคืนนี้ แล้วหนทางที่คิดว่าจะเอาชนะเหล่าร้ายก็เริ่มปะติดปะต่อก่อร่างแจ่มชัดขึ้นกลางมโนภาพ เจ๋ง! ผมกระแทกเสียงอย่างลิงโลด! ถ้าผมสามารถที่จะนำพารถคู่ชีพคันนี้ไปได้เร็วกว่าการไหลลงสู่ที่ต่ำของสายน้ำ ผมต้องเอาชนะมันได้! ยามนี้ผมไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยว่ามันจะเป็นความคิดแบบโง่เง่าที่พยายามทำให้เหมือนกับมีหลักการหรือเป็นความคิดอันปราดเปรื่องแท้กันแน่! แต่ผมก็ต้องตัดสินใจเพื่อที่จะทำอะไรสักอย่าง เพราะการที่จะมีบุคลิกและท่าทีแบบแมคเครนที่ผมชื่นชอบนั้น บางทีก็ต้องตัดสินใจให้รวดเร็วฉับไวด้วย...

๕.
ผมเริ่มจะเชื่อว่าถ้าผมสามารถแยกเอาความกลัวและความ
สุขุมออกจากกัน โดยสามารถที่จะควบคุมให้มันอยู่ร่วมกันได้อย่างสอดคล้องมันจะเป็นพลังอันเยี่ยมยอด เนื่องเพราะความกลัวนั่นมันจะผลักดันให้เราดิ้นรนพุ่งทะยานไปในทิศทางใดๆ ก็ได้ แต่ความสุขุมมันจะทำให้เรามีสติสามารถประมวลประสบการณ์ทั้งหมดเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดได้อย่างน้อยก็วิธีหนึ่ง! ผมย้ำกับตัวเองว่า...จะไม่ขับรถสวนกระแสน้ำขึ้นไปสู่เนินเขาคอหงส์อย่างแน่นอน เพราะผมไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับการมาของกระแสน้ำ จำได้เลาๆ ...ซุนวูเจ้าตำรับพิชัยสงครามได้เคยกล่าวไว้ว่า “รู้เขารู้เรา...รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” แต่นี่ไม่ต้องรบก็รู้สึกถึงความพ่ายแพ้ได้ ผมตัดสินใจเดี๋ยวนั้นว่าจะต้องดิ้นรนเพื่อฝ่าไปสู่ทิศทางที่เป็นที่ตั้งของลุ่มทะเลสาบสงขลาให้เร็วกว่าการไหลของกระแสน้ำให้ได้ คันเร่งที่เหยียบกระชั้นถี่เริ่มพารถบุกฝ่ากระแสน้ำไปในทิศทางนั้น ขณะที่ระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้นทุกขณะ ยามนี้แม้ผมจะคิดไปถึงวิชากลศาสตร์ที่กล่าวเกี่ยวกับทฤษฎีการเคลื่อนที่ของวัตถุ ตามที่นิวตันได้ค้นพบจากการตกของผลแอปเปิ้ลว่า... มันต้องสัมพันธ์กับมวลของผลแอปเปิ้ลและแรงดึงดูดของโลกด้วย... แต่มันก็แทบจะไม่มีผลใดๆ ต่อผมเลยในตอนนี้ ทั้งจากภาพยนตร์ กลศาสตร์ ภูมิศาสตร์ หรือแม้กระทั่งไสยศาสตร์ผมเข็นมันออกมาใช้จนหมดสมอง...! แต่ปัญหาของผมในตอนนี้ก็คือ... ผมจะทำให้แผนการณ์นี้ลุล่วงไปได้อย่างไร? รึบางทีอาจจะต้องเอาท่าทีที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบคีอานู รีฟ ที่ปรากฏในหนังเรื่อง สปีด เข้ามาผสมกับแมคเครนด้วยจึงจะขับเคี่ยวกับเหล่าร้ายภายในเวลาอันจำกัดเช่นนี้ได้... ถึงแม้เวลานี้ผมจะควบคุมความกลัวได้บ้างและมีเป้าหมายที่จะไปอย่างแจ่มชัด แต่เส้นทางที่จะไปนั้นยังดูตึงเครียด สภาพของกระแสน้ำที่เอ่อท้นจนท่วมถนนหลายสายบัดนี้มิอาจที่จะหยั่งความลึกได้เลย! ในตอนนี้ผมเริ่มเห็นรถหลายคันดับตายอยู่กลางถนนบ้างแล้ว และรถเหล่านั้นก็จะถูกเข็นให้ออกนอกเส้นทางไปก่อน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเข็นให้ออกไปก่อนอะไร! ...แต่ก็เข้าใจว่าคงจะเป็น... ก่อนที่รถของคนอื่นจะต้องตกอยู่ในสภาพที่โชคร้ายเช่นนี้ไปด้วย มากกว่าที่จะเข็นออกไปให้พ้นทางก่อนที่จะมีใครก็ได้มาช่วย! ท่ามกลางสถานการณ์ที่ดูเลวร้ายอย่างนี้มิอาจจะคาดหวังผู้มีน้ำใจจากที่ใดๆ ได้เลย ต่างคนต่างก็ดิ้นรนเพื่อตัวเองก่อนทั้งสิ้น! มันคงจะเป็นสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดที่อาจสืบทอดมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่ครั้งบุพกาลแล้วกระมัง! เป็นอันว่าถ้าเครื่องยนต์รถคันใดดับในตอนนี้ ก็มีแนวโน้มสูงว่าจะต้องจอดทิ้งให้จมน้ำอยู่ตรงนั้นเอง เพราะเมื่อหันไปทางใดก็เห็นแต่น้ำ... น้ำ... และน้ำ สภาพน้ำท่วมกลางเมืองหาดใหญ่แลดูน่าขลาดกลัวขึ้นทุกขณะ! ผมพารถเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางที่เป็นที่ตั้งของทะเลสาบสงขลา ท่ามกลางสายฝนที่ยังตกลงมาไม่ขาดสาย และการจราจรก็ดูเหมือนจะเชื่องช้าลงเรื่อยๆ..

๖.
เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ เวลานี้ ๕ ทุ่มกว่าแล้ว ผมค่อยๆ สุ่ม
เสี่ยงลัดเลาะเข้าซอยโน้นออกซอยนี้ไปในเส้นทางที่คิดว่าเป็นถนนสายใหญ่และมีระดับน้ำไม่สูงมากนัก แน่นอน... นั่นก็ต้องอาศัยโชคเข้าช่วยด้วย... เสียงที่ปัดน้ำฝนกระทบกับกระจกหน้ารถเร็วพอๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในทรวงอก ผมดั้นด้นมาจนถึงย่านที่เรียกกันว่าเขต ๘ ในเวลานี้ย่านนี้ระดับน้ำดูจะน้อยกว่าตลอด เส้นทางที่ผ่านมาจากในเมือง ทั้งๆ ที่ในเวลานี้ทุกๆ ที่ในหาดใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยน้ำทั้งสิ้น! เส้นทางต่อจากนี้จะนำพาผมไปสู่ถนน ลพบุรีราเมศวร์ โดยจะมุ่งหน้าไปยังทิศที่เป็นที่ตั้งของลุ่มทะเลสาบสงขลา และแล้วความคิดที่ว่ากระแสน้ำจะต้องไหลลงสู่ที่ราบลุ่มบริเวณทะเลสาบสงขลาเริ่มเห็นผล ผมได้นำพาซิตี้คาร์คันเล็กๆ นี้เอาชนะความเร็วของกระแสน้ำมาได้เปราะหนึ่ง และไม่ช้าก็ได้ทิ้งห่างสายน้ำออกมาเรื่อยๆ ...สถานการณ์เริ่มดีขึ้นโดยลำดับ โชคดีที่เครื่องยนต์รถผมมันไม่ยอมดับดิ้นให้เจ้านายมันขายหน้า... ในวันนี้มันปฏิบัติตัวได้ดีมาก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เพียงแค่เบาเครื่องติดไฟแดงนิดๆ หน่อยๆ ก็พาลดับเอาดื้อๆ อยู่บ่อยครั้ง ผมขับรถบึ่งออกจากหาดใหญ่ท่ามกลางสายฝนที่ไม่เปิดโอกาสให้มองเส้นทางได้ชัดเจนเลย ไม่นานนักก็มาจนถึงถนนสายลพบุรีราเมศวร์ตามที่ตั้งใจ เมื่อผมหันมองไปโดยรอบท่ามกลางความมืดที่แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปถึงผมก็ต้องตกใจ! เมื่อพบว่าที่ราบลุ่มบริเวณสองข้างทางถนนลพบุรีราเมศวร์ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำมากๆ บัดนี้เต็มไปด้วยน้ำปริ่มๆ ขอบถนนอยู่แล้วทั้งสิ้น ภาพของควายฝูงใหญ่ที่เคยเห็นจนเจนตาในบริเวณที่ราบลุ่มแห่งนี้ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความลึกอย่างน่าสะพรึงกลัวของสายน้ำจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดๆ ได้อีกแล้ว... พื้นที่ที่เป็นที่ราบลุ่มบริเวณกว้างขนาดนี้ยังเต็มไปด้วยน้ำแล้วในตัวเมืองจะมิแย่หรือ! โอ...เพียงว่ามีน้ำหลากเข้ามาสมทบแม้เพียงเล็กน้อย... ในบริเวณนี้ก็คงถูกกระแสน้ำโอบคลุมไปด้วยเช่นกัน! ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ผมบึ่งรถมาจนถึงห้าแยกทางเข้าเกาะยอ สายฝนยังคงกระหน่ำลงมาอย่างหนักโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แลออกไปข้างหน้าเห็นถนนสายหน้าบางดานเริ่มจะมีน้ำท่วมขังบ้างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงดูตึงเครียดไปหมดในความรู้สึกของผมแต่ผมก็สามารถกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยในค่ำคืนนี้ ผมขอบคุณ จอห์น แมคเครน และฮีโร่ในภาพยนตร์หลายๆ เรื่องที่ผมชื่นชอบ แต่ก็มิวายสบถกับตัวเองเบาๆ ว่า เหมือนเป็นพระเอกในหนังเลยว่ะ! คืนนั้นผมนอนหลับเป็นตายด้วยความอ่อนเพลีย และเมื่อตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ผมทำได้เพียงติดตามรายงานข่าวด่วนจากสื่อต่างๆ จนในเวลาประมาณอีก ๑๒ ชั่วโมงต่อมา ภาพข่าวและความเคลื่อนไหวในหาดใหญ่ก็เงียบหายไป พร้อมกับสัญญาณโทรศัพท์ที่สามารถจะติดต่อกับเพื่อนฝูงได้ก็ขาดหายไปด้วย คงเหลือทิ้งเอาไว้เพียงรายงานข่าวครั้งสุดท้ายที่ได้ยินก็คือ ย่านหาดใหญ่ในน้ำท่วมจนเกือบจะมิดบ้านชั้นล่างแล้ว...

โดย kai เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2547 22:08:15 น.

 print friendly version 
จำนวนคนดู 3587 ครั้ง
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 26 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7951929 person(s) and 26592642 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation