รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
คืนมะโรงน้ำแดง : หน้าหลัก

 หมวด

บทนำ (2)
บทกวี (6)
เกร็ดน้ำท่วม (1)
เรื่องสั้น (8)
กลับบ้าน

กลับบ้าน
ภาณุมาศ นนทพันธ์

กริ๊ง กริ๊ง.......
เสียงโทรศัพท์มือถือปลุกหญิงสาว ให้ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ข้างๆ หัวเตียง สายตาที่ยังไม่ลืมตื่นเต็มที่เหลือบดูนาฬิกา มองเห็นลางๆ ว่าเพิ่งเวลา ๗ โมงเช้าเอง
"ใครกัน โทรมาปลุกแต่เช้า" เธอนึกในใจอย่างหงุดหงิด ปกติเวลานี้ยังคงเป็นเวลานอนของเธอ เมื่อคืนไฟดับตั้งแต่เที่ยงคืน แต่กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้ว เธอเหลียวไปมองข้างๆ ชายหนุ่มยังคงหลับสนิทอยู่ คิดว่าอย่างนั้นนะ เมื่อคืนกว่าจะหลับลงได้ ก็ต้องเสียแรงกันไปหลายรอบ แต่ก็เป็นความสุขซาบซ่านแบบสุดๆ ที่นานๆ เธอถึงจะได้รับสักครั้งจากเขา
ฮัลโหล เธอกรอกเสียงไปตามสาย สำเนียงเหมือนกับยังไม่ตื่นจากการหลับไหล
นี่เธอ ตื่นได้แล้ว เสียงแผ่วแว่วดังมาจากปลายสาย
มีอะไร โทรมาแต่เช้าเชียว ฉันยังไม่ตื่นเลย เธอถามกลับ อารมณ์หงุดหงิดเริ่มผ่อนคลายเมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นเสียงของใคร เมื่อคืนดึกไปหน่อย
เด็กมาหาใช่มั๊ยล่ะ
ฮื่อ&
น้ำท่วม เธอรู้เรื่องหรือยัง ท่วมจมทั้งเมืองแล้ว ยังจะนอนอยู่อีก
น้ำท่วม ท่วมที่ไหน แล้วเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย เธอถามกลับไปอย่างงุนงง
เออ ท่วมหาดใหญ่นั่นแหละ ออกข่าวทั่วบ้านทั่วเมือง ยังไม่รู้เรื่องอีกเหรอ
ไม่เห็นรู้เรื่องเลย เมื่อคืนไฟดับตั้งแต่เที่ยงคืน นี่ก็ไม่รู้ว่าติดหรือยัง เธอเหลียวมองรอบห้อง ไม่มีสัญญาณใดๆที่ส่อให้เห็นว่าไฟฟ้าติดแล้ว
เธอวางหูโทรศัพท์ พลิกตัวกลับเอื้อมมือไปกอดชายหนุ่มที่นอนอยู่เคียงข้าง
ใครโทรมาเหรอ แต่เช้าเชียว
เพื่อนโทรมาจากสงขลา เห็นว่าน้ำท่วมหาดใหญ่ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
น้ำท่วม ชายหนุ่มรำพึงเหมือนกับถามตัวเอง
ห้องที่เธออาศัยหลับนอนเป็นห้องเล็กๆ อยู่บนชั้น ๓ ของแฟลตแห่งหนึ่งในเมืองหาดใหญ่ เมื่อคืนเธอเลิกงานเร็ว ความจริงแล้วก็ไม่ได้เลิกเร็วหรอก แต่เพื่อนหนุ่มมาหา เธอจึงหยุดร้องเพลงเสีย ๑ คืน ทั้งคู่หอบหิ้วเบียร์มากินกันที่ห้อง ความมึนเมาบวกกับความเหน็ดเหนื่อยจากรสกามที่ต่างฝ่ายต่างปรนเปรอให้แก่กัน ทำให้ทั้งคู่ถึงกับไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกเลย

เช้าแล้ว ชายหนุ่มเปิดประตูห้องพัก มองตรงไปยังระเบียงทางเดิน บรรยากาศวันนี้ไม่เหมือนกับที่เขาเคยสัมผัสในยามที่เขามานอนที่นี่ ระเบียงทางเดินที่เคยเงียบกริบในห้วงเวลาเช้า กลับมีคนเดินหิ้วถุงพลาสติกที่ภายในอัดแน่นไปด้วยอาหารแห้ง เขาไม่รู้จักใครสักคนที่เดินผ่าน ยามนี้ยังเช้ามาก อากาศสดใสเหมือนกับทุกๆ วัน แต่กลับแฝงด้วยความรู้สึกร้อนรน
เขาเดินลงบันไดมุ่งสู่ชั้นล่าง บันไดที่เขาเคยเดินจนถึงพื้นคอนกรีต กลับหายไปในสายน้ำที่ไหลเอื่อยผ่านไปเหมือนไม่สนใจใยดีผู้ใด เขาหยุดตรงบันไดขั้นสุดท้าย สุดทางแล้ว เขาไม่อยากคิดถึงรถที่จอดอยู่ใต้ถุนตึกเลย ป่านนี้คงมีปลาเข้าไปว่ายอยู่ข้างในแล้วมั๊ง เขาเดินกลับขึ้นไปบนห้องพัก จมอยู่ในความคิดของตนเอง แล้วเราจะกลับบ้านอย่างไร ไม่มีทางไหนเลย น้ำท่วมเต็มไปหมด เขาหวนนึกถึงเมื่อวาน วันที่เขามาจากบ้าน

ช่วงนี้บริษัทขยายงานมาก พี่ต้องเดินทางบ่อย หัวหน้าต้องการให้ลุยงานต่างจังหวัด ขยายฐานลูกค้า
วันนี้บริษัทให้พี่ไปพบลูกค้าที่ต่างจังหวัด คงต้องค้างสักคืน แล้วพี่จะโทรกลับมาหานะ


สองคืนแล้วที่เขาติดอยู่ที่นี่ เขาสำรวจดูความเชี่ยวของกระแสน้ำ บ่ายวันนี้ เขาตัดสินใจที่จะกลับบ้าน ชายหนุ่มเดินลุยน้ำที่ท่วมปริ่มลำคอออกมาหน้าอาคาร ท้องถนนเต็มไปด้วยน้ำไหลหลากอย่างรุนแรง รถเก๋งคันหนึ่งเกยทับอยู่บนหลังคาของรถอีกคัน มองดูเหมือนกับทั้งสองกำลังมีความสัมพันธ์ทางเพศกันอย่างลึกซึ้ง กอดก่ายกันอย่างรักใคร่ปานนั้น
ชายหนุ่มสาวเท้าก้าวมุ่งสู่ทางเท้าข้างถนนอย่างช้าๆ พยายามสร้างความมั่นคงให้กับตนเองในการย่างเท้าแต่ละก้าว เขาเริ่มมองหาทางที่จะลุยน้ำออกไป น้ำเชี่ยวมาก เขาเดินเลาะไปตามขอบทางเท้า พยายามหาที่ยึดเกาะตามไหล่ทาง ทางที่เขากำลังไป เป็นทางตามน้ำ เขาแทบไม่ต้องใช้ความพยายามในการก้าวเดิน เขารู้สึกเหมือนอยู่ในภาวะไร้น้ำหนัก กำลังเดินท่องอยู่ในอวกาศเมื่อสองเท้าแตะไม่ถึงพื้น เดินในอวกาศจะรู้สึกอย่างนี้มั๊ยนะ เขาพยายามข้ามถนนสายเล็กๆ ทางสายนั้นเป็นทางสายแคบๆ เขาพยุงตัวลอยไปตามกระแสน้ำจนถึงอีกฝั่งของถนน

ลูกอยู่กับแม่นะครับ พ่อต้องไปทำงานต่างจังหวัด แล้วพ่อจะซื้อของเล่นมาฝาก

ชายหนุ่มตัดสินใจเดินข้ามถนนใหญ่ อีกฟากถนนน่าจะเดินได้สะดวกกว่า เมื่อตัดสินใจได้อย่างนั้น เขารวบรวมกำลังเดินตัดสายน้ำที่เชี่ยวกราก ร่างของเขาหลุดลอยจากพื้นถนน เขาพยายามกดร่างตัวเองให้เท้าทั้งสองสัมผัสพื้นแข็งของถนนให้ได้ เหยียบพื้นสิ เหยียบพื้นสิวะ เขารู้สึกถึงความมั่นคงอีกครั้งเมื่อเท้าเหยียบพื้นถนนได้เต็มที่ น้ำเชี่ยวจริงๆ นี่เราคิดผิดไปหรือเปล่า เขาใช้แรงฮึดที่เหลืออยู่พยายามพุ่งไปจนถึงเกาะกลางถนน มือคว้าต้นไม้ที่เอนลู่ตามกระแสน้ำบนเกาะกลางถนน เขาหยุดพักครู่หนึ่ง เขาต้องตัดสินใจว่าจะไปทางไหนดี จะย้อนกลับไปทางเดิม หรือไปฝั่งตรงข้าม มันยากพอๆ กัน หลังจากหยุดพักผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อย เขาตัดสินใจมุ่งไปให้ถึงฝั่งตรงข้าม เอาวะ ไหนๆ ก็มาจนถึงนี่แล้ว ยังไงก็ต้องกลับให้ถึงบ้าน

พี่เป็นห่วงเธอนะ อยู่กันสองคนต้องระวังตัวให้ดี อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ค่อยจะได้ หน้าตาดี แต่ใจเขาอาจจะไม่ดีด้วย

เขาเริ่มออกเดินอีกครั้ง มุ่งไปฝั่งตรงข้ามอย่างเด็ดเดี่ยว ขณะที่เดินออกมาถึงกลางถนน สายน้ำที่ไม่เคยปราณีต่อชีวิตใดๆ ดึงเท้าของเขาให้หลุดพ้นจากพื้นอีกครั้ง เขาพยายามทุ่มร่างตนเองฝืนต้านอย่างเต็มที่ ความเชี่ยวแรงของน้ำพัดพาให้ร่างของเขาลอยไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาพลิกคว่ำลงสู่ใต้ผิวน้ำ เขาพยายามขัดขืนเรี่ยวแรงแห่งธรรมชาติอันโหดร้าย สำนึกที่ผุดขึ้นมาจากส่วนลึกบอกเขาว่า ใครกันจะต้านแรงแห่งธรรมชาติได้ ร่างของเขากระแทกกับโลหะที่จมอยู่ใต้กระแสน้ำ ถ้าเขาเห็นเขาคงภูมิใจ ที่สิ่งที่เขากระแทกเป็นโครงร่างของรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง ที่มีรูปตราเป็นดาวสามแฉก ร่างกระแทกอย่างแรง สติที่ยังคงพอมีอยู่ดับวูบลง เขาหมดความสามารถที่จะประคับประคองตัวเองเพื่อต่อสู้กับกระแสน้ำอีกต่อไป ร่างที่ลอยพลิกคว่ำพลิกหงายไปตามสายน้ำ มีแค่บางช่วงเวลาเท่านั้นที่มีโอกาสโผล่พ้นผิวน้ำเพียงบางส่วน ร่างเขาลอยสะเปะสะปะมาติดอยู่ตรงเสาไฟจราจรที่สี่แยกไฟแดง ร่างเขาหยุดเหมือนกับรอสัญญาณไฟ เวลานี้ไม่มีสัญญาณไฟแดงอีกแล้ว หากเป็นความตั้งใจของเขาที่จะเคารพกฏจราจร ก็คงเป็นความตั้งใจที่สูญเปล่า เสาไฟจราจรตรงสี่แยกไฟแดงเป็นอุปสรรคกีดขวางการเดินทางเอาไว้ ร่างของเขาหยุดอยู่เพียงชั่วครู่จึงหลุดลอยผ่านไป เหมือนกับรู้ว่าช่วงเวลานี้เขาสามารถฝ่าไฟแดงได้ทุกสี่แยก ร่างเขากระแทกอีกครั้งกับเสาสัญญาณไฟของฝั่งตรงข้าม
ทางสายกลับบ้านช่างไกลเสียเหลือเกิน ถ้าเขารู้เหตุการณ์ล่วงหน้า เขาคงไม่ออกเดินทางแน่ การเดินทางครั้งนี้เขาไม่ได้เป็นผู้ควบคุมการเดินทางต่อไปอีกแล้ว ร่างของเขาได้หลอมรวมกับสายน้ำที่ไหลผ่านเมือง ร่างของเขากำลังลอยออกจากเมืองที่เคยเป็นเมืองแห่งความวุ่นวาย เมืองที่ไม่เคยหลับ แต่คืนนี้เมืองทั้งเมืองกลับเงียบเชียบและมืดมิดเหมือนกับถึงเวลาเข้าสู่ห้วงนิทราตั้งแต่หัวค่ำ สองข้างทางที่ร่างของเขาผ่านไปอย่างช้าๆ ปกคลุมด้วยความมืด สองฟากฝั่งถนนที่เคยสว่างไสวด้วยแสงไฟจากผับและสวนอาหาร แต่คืนนี้กลับเงียบสนิท ผับที่เคยพลุกพล่านด้วยผู้คนและเสียงอึกทึกตลอดทั้งคืน หากทว่าคืนนี้กลับมีเพียงสายน้ำและหมู่ปลาเป็นแขกว่ายเวียนอยู่รอบๆ โต๊ะเท่านั้น
ค่ำคืนนี้เขาหลุดพ้นออกมาจากเมืองแห่งโลกีย์แล้ว ออกมาแต่เพียงร่างกายที่ไร้สิ้นซึ่งความรู้สึก หลุดพ้นออกมาจากความวุ่นวายทั้งมวล ข้ามผ่านถนนหลากหลายสาย ผ่านป่าผ่านท้องทุ่งที่เขาเคยขับรถผ่าน ทางสายนี้กลับบ้าน

หนูน้อยตื่นแต่เช้ามืด แกยังคงตื่นเต้นกับสายน้ำที่ไหลผ่านมาตั้งแต่เมื่อวาน น้ำท่วมคลองสายหน้าบ้านจนมองไม่เห็นแนวเดิมของลำคลองอีกเลย วันนี้สายน้ำยังคงอ้อยอิ่งอยู่เหมือนกับว่ามันไม่ได้รีบร้อนเดินทางไปไหน มันเดินทางเหมือนกับรู้ตัวเองว่า เมื่อวานมันมาจากที่ไหน และเป้าหมายของวันพรุ่งนี้มันจะไหลไปรวมกัน ณ ที่แห่งใด
แม่ หนูออกไปดูน้ำหน้าบ้านนะคับ
ได้จ๊ะ ลูกอย่าลงไปเล่นในน้ำนะลูกนะ
คับแม่
&..
แม่ เมื่อไหร่พ่อจะกลับบ้านคับ หนูอยากได้ของเล่น
.....

โดย kai เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2547 22:09:14 น.

 print friendly version 
จำนวนคนดู 3583 ครั้ง
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 24 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7942180 person(s) and 26522097 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation