รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
คืนมะโรงน้ำแดง : หน้าหลัก

 หมวด

บทนำ (2)
บทกวี (6)
เกร็ดน้ำท่วม (1)
เรื่องสั้น (8)
ความสุขแห่งชีวิต

ความสุขแห่งชีวิต
กมลทิพย์ อินทะโณ

นับย้อนไปเมื่อพฤศจิกายนปี ๒๕๔๓ ถึงตอนนี้เกือบ ๒
ปีกับเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งที่นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ ๑๐ ปีนับจากที่เคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี ๒๕๓๑ ฉันเป็นคนหนึ่งที่ได้อยู่ร่วมเหตุการณ์ดังกล่าว มีหลายเรื่องราวจากเหตุการณ์นี้ที่อยากเล่า อยากร่วมบันทึกประวัติศาสตร์
เรื่องที่ฉันเล่าเกี่ยวพันกับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อว่า “ความสุขแห่งชีวิต” หนังสือเล่มนี้ได้จากพี่คนหนึ่งได้ให้ฉันไว้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมประมาณ ๒๐ วัน ในตอนท้ายของหนังสือความสุขแห่งชีวิตบอกว่า : คนเราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างมีความสุขให้ได้ ท่ามกลางความเจ็บปวด การสูญเสียและความตาย ฉันอดคิดไม่ได้ว่าการที่พี่คนนั้นได้ให้หนังสือเล่มนี้กับฉันเพื่อจะบอกให้ฉันพร้อมที่จะอยู่อย่างมีความสุขให้ได้ในทุกขณะเวลาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ฉันเริ่มเข้ามาอาศัยอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเมืองนี้เมื่อปลายปี ๒๕๔๒ ตอนนั้นยังเป็นนักศึกษาปีสุดท้าย เหตุที่ต้องมาอยู่หาดใหญ่นานช่วงนั้นเพราะมาฝึกงานที่โครงการการจัดการทรัพยากรโดยองค์กรชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ ฉันได้รู้จักกับพี่หยอยตั้งแต่ช่วงที่มาฝึกงาน พี่หยอยที่ฉันรู้จักคือ คนที่ทำงานบนเส้นทางที่อยู่เคียงข้างกับพี่น้องที่ด้อยโอกาสในสังคม ถูกเอารัดเอาเปรียบตลอดเวลา พี่น้องที่ต้องต่อสู้กับเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิชุมชนที่ตนควรได้ ไม่แปลกใจเลยถ้าเราจะได้เห็นภาพพี่หยอยตามงานเรียกร้องความเป็นธรรมของชาวบ้านในพื้นที่ต่างๆ ระยะหลังพี่หยอยจะร่วมงานประจำกับองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานกับพี่น้องชาวประมงในสงขลาเป็นหลัก แต่ใช่ว่างานอื่นๆ จะไม่เห็นพี่หยอยนะ อะไรที่ใครออกปากถ้าหยอยทำได้ไม่มีครั้งไหนที่พี่จะปฏิเสธ ในความเป็นจริงพี่หยอยเองไม่ได้สังกัดองค์กรใด ไม่มีค่าตอบแทนประจำ แต่พี่หยอยเองก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราจะอยู่เคียงข้างพี่น้องคนยาก คนทำงานด้วยกันได้โดยไม่มีค่าตอบแทนประจำ งานที่ฉันเห็นพี่หยอยจะทำเสมอคือการบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ งานยกแบกหามไม่เกี่ยงพี่หยอยทำได้เสมอ ใครจะเอาอะไรก็เรียกใช้คนชื่อหยอยได้ตลอดเวลา
เหตุการณ์เกิดขึ้นในคืนวันที่ ๒๑ พฤศจิกายนประมาณ 3๓ทุ่ม ช่วงนั้นฉันได้รับโอกาสเป็นอาสาสมัครมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคมรุ่น ๒๒ ทำงานกับโครงการบริโภคเพื่อชีวิต สงขลา ซึ่งที่ตั้งโครงการ ฯ อยู่ที่เดียวกับโครงการที่ฉันฝึกงาน เริ่มทำงานตั้งแต่ ๑ พฤษภาคม ๔๓ คืนนั้น(๒๑ พ.ย.๔๓) ในระหว่างที่พวกเรา(ฉันกับเพื่อนอาสาสมัครอีก ๒ สาว) กำลังนอนดูละครเจ้ากรรมนายเวรกันอยู่ ความวิตกกังวลก็บังเกิดขึ้นในใจของเพื่อน ๑ ใน ๓ ที่เคยเจอเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว ว่าไม่แน่น้ำอาจจะท่วมอีก ตัวฉันเองเริ่มอยู่ไม่ติดที่เดินไปเดินมา ทยอยเก็บข้าวของที่ละชิ้นสองชิ้นบรรจุลงกล่องเพื่อเตรียมขน บางชิ้นขนขึ้นที่สูงได้ก็เริ่มขน
“อย่าวิตกไปเลย น้ำไม่ท่วมหรอก” เพื่อนอาสาสมัครสาวอุตรดิตถ์ที่อยู่ด้วยบอก แต่ไม่มีผลฉันยังเก็บของไปเรื่อยๆ จนอีก ๒ สาวทนดูไม่ได้ เจ้ากรรมนายเวรยังไม่จบ ตอนนั้นเกือบ ๔ ทุ่ม ออกไปดูน้ำที่หน้าสำนักงาน ยามที่รถยนต์วิ่งไปมาน้ำเริ่มกระฉอกเป็นระลอกเข้ามาในสำนักงาน ได้การล่ะม้านั่งหินอ่อนหน้าบ้านนอนราบกั้นน้ำชั่วคราวเป็นที่เรียบร้อย นอกจากพวกเรา ๓ สาว ยังมีพี่ผู้อำนวยการโครงการลุ่มน้ำที่ฉันเคยฝึกงานก็อยู่ด้วย คงทนนั่งทำงานอยู่ชั้น ๒ ไม่ไหว ลงมาดูสถานการณ์ข้างล่าง เห็นท่าไม่ดี หลังจากได้ช่วยพวกเราเก็บของในสำนักงานสักครู่และคิดว่าพวกเราคงอยู่กันได้ พี่คนนั้นก็ขอตัวกลับไปดูบ้านที่บริเวณคอหงส์ก่อน แฮะ แฮะ คราวนี้เหลือ ๓ สาวตัวจริง โทรศัพท์ยังใช้การได้ดี รถตุ๊ก ๆ ยังวิ่งไปมาได้
ประมาณ ๕ ทุ่มเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สาวอุตรดิตถ์รับสาย คุยอยู่สักครู่ก็บอกฉันว่าพี่หยอยจะคุยด้วย
“หวัดดีค่ะ” น้ำเสียงของฉันสัมผัสได้ว่าดีใจที่ได้ยินเสียงพี่คนนี้
“ครับ คืนนี้พี่จะขอไปนอนที่สำนักงานด้วยนะ จะเข้าไปกับน้องๆ อีกสองสามคน” เป็นเรื่องปกติที่พี่คนนี้จะแวะมาพักเอาแรงที่สำนักงานแห่งนี้ ด้วยเงื่อนไขเรื่องเดียวคือเรื่องงาน
เล่าได้คร่าวๆ ว่าคืนนั้นพี่หยอยโทรมาบอกว่าจะแวะมาพักด้วย ซึ่งตอนนั้นอยู่กับน้องๆ ที่ร้านนายหัวแถวหน้า มอ. อีกสองสามคน และโทรมาเผื่อว่าพวกเราสนใจจะไปนั่งคุยนั่งฟังเพลงด้วย ซึ่งปกติถ้าเสร็จจากภารกิจงานแล้วพอมีเวลามีโอกาสก็จะไปกันอยู่แล้ว แต่ค่ำคืนนั้นความวิตกกังวลกับเรื่องน้ำจะท่วมมีมากกว่า จึงปฏิเสธที่จะออกไป แต่ฉันเรียกร้องให้พี่หยอยรีบมาที่สำนักงานอย่างเร่งด่วน ด้วยเหตุผล : หนึ่ง - อยากให้มาอยู่เป็นเพื่อน สอง - ช่วยขนของด้วย (สมบัติพัสถานที่สำนักงานมีมากเกินกำลัง ๓ สาวอย่างพวกเรา คิดว่าอย่างนั้น) เหนื่ออื่นใดเราต้องการความอุ่นใจเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด
“พี่เข้าไปแน่นอน แต่อีกสักพักนะ นั่งคุยกับน้องๆ แป๊บนึง” ฉันไม่ได้ถามว่าน้องๆ ของพี่คือใครกันบ้าง รู้แต่ว่าฉันบอกให้พี่รีบมาไวๆ ตอนนั้นตุ๊กๆ ยังวิ่งไปมาได้
“จะเอาอะไรมั้ย” คำถามที่มีแต่ความห่วงใยเสมอ ถามกลับมา
“เอาข้าวผัดที่เคยกินด้วยกันที่ร้าน จานใหญ่ๆ ค่ะ” ฉันตอบกลับไปและให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า ยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เย็น ฉันกลับมาจากเฝ้ายายซึ่งเตรียมตัวผ่าตัดที่โรงพยาบาลสงขลาในช่วงเย็นเพื่อกลับมาเอาเสื้อผ้าและจะกลับไปในรุ่งเช้า ความกังวลทำให้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ช่วงกลางวัน
“เอาข้าวผัดอย่างเดียว?” น้ำเสียงห่วงใยยังดังมาตามสาย ฉันตอบว่า ค่ะ ประโยคสุดท้ายที่ฉันได้ยินหลังจากนั้น คือ “รอพี่นะ” แล้วโทรศัพท์สายนั้นก็ได้วางสายลง
หลังจากนั้น พวกเราทั้ง ๓ ช่วยกันขนของ(ของ - หมายถึง เอกสารที่ไม่นับว่าจะสะสมไว้เมื่อร้อยวันพันปีไหน อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานทั้งใช้การได้และไม่ได้)ขึ้นไว้ในที่สูงระดับเอว นั่นคือวางบนโต๊ะบ้าง ชั้นวางของบ้าง หลังจากได้โทรพูดคุยกับพี่ๆ ที่มีประสบการณ์น้ำท่วมซึ่งมีภารกิจอยู่ตามต่างจังหวัดต่างก็รับรองว่า น้ำจะท่วมไม่เกินเอวแน่นอนน้อง และความมั่นใจว่าจะเป็นเช่นนั้นก็มีมากขึ้นหลังจากโทรเช็คกับเทศบาล , อำเภอ และตำรวจว่าน้ำในคลองอู่ตะเภายังสูงได้อีกตั้งเมตรกว่าๆ ก่อนน้ำจะล้นคลอง คืนนั้นฉันรอคอยคนที่บอกว่า ‘รอพี่นะ’ กับเพื่อนๆ โดยนอนรอกันอยู่ที่ชั้นลอยของสำนักงาน ในมือฉันมีหนังสือความสุขแห่งชีวิตที่ยังอ่านไม่จบแนบอกทั้งคืน รอว่าเมื่อไหร่จะมาถึงกัน
การรอคอยผ่านไปเรื่อยๆ ไม่มีวี่แว่วคนที่บอกว่าจะมา ตี ๓ แล้วรู้สึกตัวเดินลงมาที่บันไดชั้นล่าง ความตกใจไม่มี มีแต่ความตื่นตระหนก เร็วเข้า ช่วยกันหน่อย น้ำท่วมของที่ขนหนีไว้หมดแล้ว ระดับน้ำสูงกว่าเอวไปเรียบร้อย ผิดคาด การขนของรอบที่ ๒ จึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เดินลุยน้ำกันเปียกเหมือนลูกแมวตกน้ำ ทั้งแมวอ้วนแมวผอม ดูไม่จืด ๑๐ โมงเช้าวันที่ ๒๒ ข้าวของทยอยกันอยู่บริเวณชั้นลอย ทั้งที่พื้นและบนโต๊ะบนชั้นลอยไม่มีเนื้อที่ว่าง ชั้น ๑ ก็ไม่ต่าง โต๊ะที่ต่อตัวกันได้เป็นต้องอยู่ด้วยกัน คนที่บอกให้รอก็ยังไม่มีวีแว่วว่าจะมา พี่หยอยไม่เคยผิดสัญญากับฉัน แต่ก็คิดว่าเมื่อคืน พี่คงจะอยู่ที่ร้านอาจจะมาไม่ได้ แต่โทรศัพท์ก็ยังใช้การนี่นา ?
ในระหว่างที่รอเวลา น้ำท่ารอเราเสียเมื่อไหร่ สายน้ำไม่มีท่าทีที่จะหยุดนิ่งหรือลดลงเลย กลับจะสูงขึ้นเรื่อยๆ การขนข้าวของให้อยู่สูงขึ้นไปอีกเป็นภารกิจเร่งด่วน จากชั้นลอยสู่ชั้น ๒ ในช่วงเวลาไม่เกิน ๑๒ ชั่วโมง กับการขนข้าวของ ๓ รอบ เอาพละกำลังจากไหนกันนี่ ยังแปลกใจอยู่จนทุกวันนี้ ทีวีไม่ใช่เล็กๆ คอมพิวเตอร์ไม่ใช่แค่เครื่องเดียว และอีกจิปาถะ ในระหว่างที่ฉันกำลังนั่งจัดข้าวของที่ขนขึ้นมาชั้น ๒ ให้เข้าที่เข้าทางอยู่นั้น เวลาขณะนั้นประมาณเที่ยงของวันที่ ๒๒ นะ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจี๊ยบสาวอุตรดิตถ์ของเรารับสาย สักครู่ ก็เดินมาหาฉันที่นั่งอยู่ที่ใกล้บันไดชั้น ๒
“ทำใจดีนะๆ” เจี๊ยบบอกกับฉัน……นึกในใจเป็นอะไร ทำไมต้องทำใจดีๆ ทำหน้าฉงน ไม่เข้าใจ แล้วประโยคต่อมาก็ทำให้ฉันเข้าใจแต่ไม่ยอมรับ
“พี่หยอยเสียแล้ว ถูกไฟฟ้าซ็อตเมื่อคืน ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล มอ.”
ความเงียบมาเยือน ฉันพูดอะไรไม่ออกนอกจากว่า “อะไรนะ! ไม่จริง..เมื่อคืน..” แล้วก็หมดแรงลงตรงนั้น ช๊อค! ใช่ อาการช๊อคครั้งแรกในชีวิตของฉัน
เจี๊ยบพยายามควบคุมสติอารมณ์ และพยายามโทรเช็คว่าอะไรเป็นอะไร จนทำให้พอจะรู้ว่า เมื่อคืนประมาณ ตี ๓ พี่หยอยกับน้องๆ เดินลุยน้ำมาหาพวกเราทั้งที่มีหลายคนเตือนว่าไม่ต้องไปหรอก น้ำมาแรงมาก น้องเขาไม่เป็นอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง แต่ด้วยความห่วงใยที่กลัวว่าน้องจะหิว น้องจะคอยมีมากกว่าความกลัวอื่นใด ไม่อาจทัดทานได้ ความพยายามที่จะเดินไปตามถนนสายช่องเขา แล้วลัดเลาะไปถนนสายลอดอุโมงค์ และจะมาถึงสำนักงานรักบ้านเกิดที่ซอย ๑๐ ราษฎร์อุทิศ แต่ชะตากรรมเดินมาได้แค่ร้านมือถือบุญชัย กระแสไฟที่รั่วจากป้ายโฆษณาที่จมน้ำอยู่สูงเกือบครึ่งหนึ่งของความสูงของป้าย ก็พรากพี่ไปทั้งที่ข้าวผัดยังอยู่ในมือไม่ยอมปล่อย และยากที่ใครจะช่วยได้ทันกาล แล้วพี่หยอยก็จากฉันไปอย่างไม่มีวันกลับในคืนนั้น
ฉันพยายามนะที่จะไม่โทษตัวเองกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น ว่าเกิดจากการที่ฉันเรียกร้องให้พี่มาหาให้ได้ในคืนนั้น และฉันพยายามแปรเปลี่ยนพลังจากความสูญเสียเป็นพลังให้ฉันตั้งใจที่จะทำงานบนเส้นทางสายแห่งศรัทธาเส้นเดียวกันนี้ให้หนักขึ้น ให้มากขึ้น แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าพลังในตัวฉันจะหมดลงเมื่อไหร่ ที่สำคัญฉันต้องเรียนรู้กับการมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขท่ามกลางเรื่องราวอีกมากมายที่ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นให้ได้อย่างที่พี่หยอยเองพยายามจะบอกกับฉัน ความตั้งใจของการเขียนเรื่องนี้ แค่อยากทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นให้พวกเราทุกคนอย่าได้ลืมว่าเรามีส่วนทำให้เหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะมีส่วนช่วยบรรเทาให้ทุกข์ที่เกิดเบาบางได้อย่างไรเช่นกัน ถึง ณ วันนี้เองที่พวกเราหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งโดยความรับผิดชอบตรงกับการแก้ไขปํญหาน้ำท่วมได้พยายามอย่างมากที่จะคิดค้นและทำโครงการต่างๆ เพื่อป้องกันน้ำท่วม เช่น การขุดลอกคลองที่จะระบายน้ำออกจากหาดใหญ่ การ สร้างอ่างเก็บน้ำบริเวณต้นน้ำ หรือแม้กระทั่งภาคประชาชนเองที่ช่วยกันก่อตั้งสภาประชาชนป้องกันน้ำท่วมเพื่อเตรียมรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจจะเกิดอีกเมื่อไหร่ก็ได้
ฉันแค่หวังเล็กๆ ว่าทุกคนจะมีเรื่องราวจากเหตุการณ์วันนั้นอยู่ในใจและใช้เป็นบทเรียนที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสันติต่อไป...ยาวนาน...และด้วยศรัทธาในความรักที่คนเรามีให้ต่อกัน กับทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้.

โดย kai เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2547 03:19:40 น.

 print friendly version 
จำนวนคนดู 3467 ครั้ง
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 19 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7953551 person(s) and 26602342 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation