รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
สารคดี : คำคนคลอง
วัดนารังนก
แข่งเรือพาย
ตลาดนัดริมคลอง
เรื่องเล่าค่ายยักษ์
เล่, โรงงานและน้ำเสีย
ทุ่งลุง, ทุ่งลาน
กลิ่นสารเคมี
กระบอกไม้หมาก
ลองก็องตันหยงมัส
ผักกระเฉด, อหิวาห์
ประชาคมรักษ์ป่าผาดำ
ยูงคด
วิกฤตป่าต้นน้ำผาดำ
ตามรอยมูลฝอย
สารวัตรขยะ
คนปลูกผักบุ้ง
คนยกบาม
วิกฤตป่าต้นน้ำผาดำ

"พอมีถนนคนก็ขายไม้ ตัดเป็นแผงใหญ่ ทุกตรอกทุกซอยสะดวกขึ้น วันก่อนผมเข้าไปในพื้นที่ คนที่บุกรุกแกก็บอกว่าอย่ารังแกกันได้ไหม ผมก็ถามคำว่ารังแกนี้หมายถึงอะไร แกว่าคืออย่าไล่ออกจากที่ แกว่าในการดูแลแม่น้ำลำคลอง แกใช้ประโยชน์อยู่แล้ว สวนหนึ่งเป็นป่า คนที่ทำสวนยางอยู่แล้วต้องมีขอบเขต คือการขยายต่อไปต้องไม่มี เพราะคนที่อยู่อยู่แล้ว ต้องดูแลส่วนที่เป็นป่าด้วยให้มันคงเดิม กรณีนี้ผมก็ไม่ทราบ ผมก็ไม่กล้าจะพูดออกไป"


คนค้นคลอง : นอกจากปัญหาเรื่องน้ำน้อยแล้ว พื้นที่ที่เปลี่ยนจากป่าเป็นสวนยางสักเท่าไหร่ได้
นายก อบต.แกล้ว : จำไม่ค่อยได้ รู้สึกว่าพันกว่าไร่
คนค้นคลอง : พื้นที่ทั้งหมดสักเท่าไหร่ได้ วันนั้นเขาบอกที่เวที 27,000 ไร่ (เวทีการมีส่วนร่วม และประชาสัมพันธ์ โครงการทำแผนแม่บท เพื่อการพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา) สภาพป่าที่ถูกทำลายไปแล้วประมาณ 5,000 ไร่ สภาพป่าที่ถูกทำลาย ทำลายแล้วเป็นสวนยาง หรือว่ายังไง
นายก อบต.แกล้ว : รวมทั้ง 5,000 ไร่ คือรวมหมด บางส่วนเป็นสวนยาง บางส่วนก็ทำเกษตรเพื่อปกครองที่ดิน ทำกันหลายๆ ไร่จะได้บอกว่า นี้เป็นของฉัน จะได้ขาย ถ้าสืบประวัติจะรู้ว่าที่ดินบางที่มีการซื้อขายมาแล้ว
คนค้นคลอง : คนซื้อมาจากไหนละครับ
นายก อบต.แกล้ว : ส่วนใหญ่มาจากพัทลุงบ้าง คนอิสลามก็มาจากปัตตานี นรา ยะลา
คนค้นคลอง : ลักษณะการเข้ามา คือ เข้ามาอยู่เลย หรือว่า เข้าๆ ออกๆ
นายก อบต.แกล้ว : ส่วนใหญ่ เข้าๆ ออกๆ เป็นช่วงๆ พอเขาทำสวนยางไว้แล้ว เขาก็มาเดือน 5 เดือน 6 มากรีดยาง ปลูกขนำ ปัญหาเกี่ยวกับเรื้องนี้ ป่าต้นน้ำถูกทำลาย กับปล่อยมลพิษลงคลอง
คนค้นคลอง : สักกี่ครัวเรือนได้ที่ขึ้นไปอยู่
นายก อบต.แกล้ว : 40 ครัวเรือน นั้นเฉพาะที่อยู่ริมคลอง ที่ปล่อยน้ำเสีย ที่ไม่อยู่ริมคลองนั้นก็มาก
คนค้นคลอง : ประมาณสักเท่าไหร่
นายก อบต.แกล้ว : เป็น 100 ครัวเรือน
คนค้นคลอง : รูปแบบทำสวนนี้ยังไงบ้าง วันก่อนที่บอกว่าไปทำให้ต้นไม้มันตายเอายาไปทาโคน
นายก อบต.แกล้ว : เอายางรถไปกองที่โคนต้นไม้ แล้วก็เผา เผานี้ต้นไม้ต้องตายอยู่แล้ว มันตายลงทุกวันๆ ธรรมชาติของไม้ คือต้นเล็กๆ เขาจะมองไม่เห็น ไม่เป็นที่สนใจ เจ้าหน้าที่เข้าก็ไม่เพ็งเล็ง
คนค้นคลอง : จุดเริ่มต้นตรงนี้มันมาจากไหน
นายก อบต.แกล้ว : คือคนเกาหลางเดิมทีจริงๆ แล้วไม่ใช่คนเกาหลาง บ้านเดิมของเขาบางคนมาจากลุ่มน้ำปากพะยูน ลุ่มน้ำปากพนัง พอมานี้เห็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เข้าไปจองตรงนี้บ้าง ตรงโน่นบ้าง ไปปักหัวดินตรงโน่นบ้างตรงนี้บ้าง โดยความเป็นจริงแล้ว เขาไม่ใช่คนในพื้นที่ คนที่เขาทำเสร็จแล้วบ้างคนก็รวมอยู่ในกลุ่มนี้ กลุ่มที่ต่อต้าน
คนค้นคลอง : เขารู้ได้ยังไงว่าที่นี่มีที่ทำมาหากิน
นายก อบต.แกล้ว : รู้จากญาติพี่น้องเขาที่มาอยู่ก่อน เกาหลางนี้เป็นบ้านเก่าบ้านแก่ที่ร้าง แล้วมีคนเข้ามาอยู่ใหม่ บางคนหนีคดีมาบ้าง
คนค้นคลอง : ที่เข้าไปบุกรุกป่านี้ นายทุนอยู่เบื้องหลังบ้างไหม
นายก อบต.แกล้ว : เขาว่าๆ กัน แต่ข้อเท็จจริงผมไม่รู้ คนที่ตัดไม้ขายก็คนบ้านๆ
คนค้นคลอง : เอาไปขายใช่ไหม ไม่ใช่แค่เอาไปใช้
นายก อบต.แกล้ว : เมื่อก่อนตัดขายกันมาก ช้างลากกันว่าเล่นเลย
คนค้นคลอง : ช่วงนั้น อยู่ในช่วงที่มีปัญหาเรื่องคอมมิวนิสต์อยู่อีกไหม
นายก อบต.แกล้ว : หลังจากคอมมิวนิสต์แล้ว คือช่วงคอมมิวนิสต์ เขาสัมปทานป่าไปแล้ว การสัมปทานป่าได้เอาความเจริญเข้ามา คือตัดถนน รอบเขารอบควนรองรับรถที่จะมาได้ ก็กลายเป็นว่าเอาไม้ไปขายเพื่อให้เขา
คนค้นคลอง : มันก็ได้ประโยชน์ทั้งสองส่วน มันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายป่า
นายก อบต.แกล้ว : จุดเริ่มต้นนั้นแหละ พอมีถนนคนก็ขายไม้ ตัดเป็นแผงใหญ่ ทุกตรอกทุกซอยสะดวกขึ้น วันก่อนผมเข้าไปในพื้นที่ คนที่บุกรุกแกก็บอกว่าอย่ารังแกกันได้ไหม ผมก็ถามคำว่ารังแกนี้หมายถึงอะไร แกว่าคืออย่าไล่ออกจากที่ แกว่าในการดูแลแม่น้ำลำคลอง แกใช้ประโยชน์อยู่แล้ว สวนหนึ่งเป็นป่า คนที่ทำสวนยางอยู่แล้วต้องมีขอบเขต คือการขยายต่อไปต้องไม่มี เพราะคนที่อยู่อยู่แล้ว ต้องดูแลส่วนที่เป็นป่าด้วยให้มันคงเดิม กรณีนี้ผมก็ไม่ทราบ ผมก็ไม่กล้าจะพูดออกไป
คนค้นคลอง : ความจริงมันเริ่มผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าที่รังแกหรือไม่รังแก
นายก อบต.แกล้ว : เขาหาทางออกอยู่ตลอดเวลา คือรู้แล้วว่าตัวเองผิดแน่นอน แต่ไม่รู้เอาข้อไหนไปแลกเปลี่ยน
คนค้นคลอง : เขารู้ไหมว่าที่เขาทำอยู่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
นายก อบต.แกล้ว : รู้ ประเภทที่ตาล่อออกมานอกเบ้า ทำมาดั้งเดิมอยู่แล้ว เป็นมานานแล้ว คือว่าต้นตระกูลนี้มาทำ ออกลูกออกหลาน
คนค้นคลอง : กรณีนี้น่าจะไม่เยอะนะ
นายก อบต.แกล้ว : ผมมามองตรงนี้ ถ้าจะโทษคือ การจัดพื้นที่ไม่มีสัดส่วนที่ชัดเจน ถามว่าผมในฐานะที่รู้ว่าแค่ไหนๆ แต่ผู้ที่ไม่รู้อีก แต่ถางไปแล้ว ป้ายปักๆ อยู่ริมถนน แต่ข้างไหนอยู่ตรงไหน นี้ผมเดินอยู่ทุกวัน ไม่รู้ นอกจากไปชี้ในแผนที่ถึงจะรู้จริงๆ
คนค้นคลอง : นี้แหละเป็นปัญหานี้ การทับซ้อนของพื้นที่ บางที่เขาขีดกันในแผนที่ แต่ในความเป็นจริง คือไม่รู้ว่าที่ไหน
นายก อบต.แกล้ว : ความรู้สึกของผม ถ้ามีงบประมาณ จะทำป้าย ปักๆ แบ่งเป็นเขตเอาไว้ เป็นแนวสำรวจ ถ้าเป็นไปได้ผมจะทำถนนให้รอบ เป็นแนวเขตเอาไว้
คนค้นคลอง : ปัญหามันแบบงูกินหาง คือว่าถ้าไปแลที่งบที่ป่าไม้เขาก็ไม่มี
นายก อบต.แกล้ว : แต่ว่ามันน่าจะแจ้ง น้อยหรือไม่น้อย เขาก็เป็นเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ เขารับผิดชอบ เป็นไปไม่ได้ที่เขตรับผิดชอบของเขามีการทำลายป่า คือเขาปล่อยประละเลยก็เป็นหน้าที่ของเขาเหมือนกัน
คนค้นคลอง : พูดถึงว่าที่ฟังวันนั้น เหมือนว่าทางนี้ก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ปล่อยประละเลย พอขึ้นไปจับ ขึ้นไปเห็นคนเขาทำลายป่าอยู่ พอจับเสร็จแล้วต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ มันเป็นวิธีการบีบเขาอยู่ในตัวว่าเขาต้องทำตามหน้าที่ ที่ทำอยู่เป็นในลักษณะแบบนั้นไหม
นายก อบต.แกล้ว : แบบนั้นแหละ เชิงบีบ ให้เขาตื่นตัวว่านี้คือหน้าที่ของตัวแล้ว
คนค้นคลอง : แล้วเมื่อเขาจับเสร็จแล้ว เขานำไปดำเนินคดีตามกฎหมายจริงจังไหม
นายก อบต.แกล้ว : ที่แล้วมาเจ้าหน้าที่หรือกลุ่มอนุรักษ์ พอจับแล้ว พอปล่อยมือก็ปล่อยเลยไม่ได้ติดตาม ผมไม่เคยได้ยินทีว่ามันเป็นคดีความ ว่าคนนั้นถูกปรับเท่าไหร่ ถูกขังคุกกี่ปี
คนค้นคลอง : แสดงว่าจับแล้วปล่อย
นายก อบต.แกล้ว : ถามว่า คนเล่นการพนัน 20 ครั้ง ตำรวจเข้าไปจับสัก 5 ครั้ง มันเลยพ้นไปทุกที คนตัดไม้ก็เหมือนกัน ทำอยู่เป็นปีแล้ว ถ้าป่าไม้มันสนใจ มันจะรอดไปสักกี่ที ถามว่าการปฏิบัติงานมันบกพร่องในหน้าที่หรือว่าคุณไม่ตั้งใจ
คนค้นคลอง : ตรงนั้นเล่าสภาพหน่อยครับ เจ้าหน้าที่เขามีหน่วยงานของเขาอยู่แล้วใช่ไหม ชื่ออะไร
นายก อบต.แกล้ว : กรมป่าไม้
คนค้นคลอง : มีเจ้าหน้าที่อยู่กี่คน
นายก อบต.แกล้ว : ไม่ทราบ แต่วันนั้นที่ผมไปกับ ส.จ. มีเจ้าหน้าที่อยู่ 5 - 6 คน นั่งเหลาหนังสติ๊ก หนังเหลาด้ามมีดพร้าอยู่บ้าง
คนค้นคลอง : ที่มีการตัดไม้ ใกล้กับตรงนั้นไหม
นายก อบต.แกล้ว : ไม่ไกล ไม่เกินกิโล ราว 300 เมตร จากฝ้ายน้ำลัด จนถึงที่บ้านหลังใหญ่ เขาอ้างว่าเดี๋ยวนี้เครื่องเลื่อยไม้มีวิวัฒนาการ เป็นเลื่อยเก็บเสียง ผมว่ามีหรือ ถ้ามีก็เลื่อยมือ อาทิตย์หนึ่งก็ไม่ได้สักต้นถ้าเลื่อยแบบนั้น เป็นไปไม่ได้เลย วันก่อนนายอำเภอเรียกไปด่าหลายหนแล้ว ผมเคยพูดต่อหน้านายอำเภอ ต่อไปผมจะเล่นเรื่องนี้แล้วนะ เรื่องป่าไม้ เพราะผมเสียดายมาก
คนค้นคลอง : อยากให้เล่าย้อนหลังนะครับ ว่าปัญหามันมายังไง อยากรู้วิวัฒนาการ
ประวิทย์ ทองประสม : แรกๆ อุดมสมบูรณ์ ป่าเราไม่มีที่ตำหนิเลย
คนค้นคลอง : เดี๋ยวนี้น้ำใสอยู่ไหม
ประวิทย์ ทองประสม : มีบ้าง ถ้าพูดคือ ป่าถูกทำลายมาก คือสัมปทานส่วนแรกก็ไม่ว่า พอสัมปทานเสร็จป่าขึ้นมาใหม่ ไม่ใหญ่มาก พอเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาอยู่นี้แหละ พอตั้งสำนักงานตรงนั้น เจริญแล้ว คนมาทำสวน ทำลายป่ากันมาก
คนค้นคลอง : เขาประกาศเขตเป็นอะไร
ประวิทย์ ทองประสม : ประกาศเขตเป็นสวนป่า มีป้ายปักชัดเจนเลย น้ำไหลออกเป็น 4 สาย สายใหญ่ๆ คลองต่ำ คลองหรา คลองจำไหร คลองแก้ว เวียนอำเภอสะเดา ไปแถวโน่น บางกรม บางควาย สองพี่น้อง ท่าโพธิ์ออกคลองอู่ตะเภา
คนค้นคลอง : ที่เขาน้ำค้าง ต้นน้ำคลองอู่ตะเภามันมีอยู่หลายสาย ระหว่างเขาน้ำค้างกับเขาแก้ว ตรงไหนเป็นต้นน้ำหลัก
ประวิทย์ ทองประสม : ที่นี้มากกว่า ที่โน่นรวมเป็นคลองสายเดียวหรอก ตรงนี้มี 4 สาย
คนค้นคลอง : ทั้ง 4 สาย ปัญหาตรงไหนที่สุด
ประวิทย์ ทองประสม : มันก็หนักทั้งนั้นแหละ
คนค้นคลอง : เพราะว่าต้นต่อก็มาจากป่าผืนเดียวกันใช่ไหม
ประวิทย์ ทองประสม : ใช่ เพราะว่าแบบนี้ ที่นี้ป่าเกรด เอ ใช่ไหม ที่โซน เอ นี้ถูกทำลายมาก
คนค้นคลอง : ลักษณะของการทำลายอย่างไรบ้าง
ประวิทย์ ทองประสม : โค่นทิ้งไม่เอาไปไหน ไว้ปลูกยาง เสียดายไม้ พอว่าต้นกล้วยขึ้นมันจะเปลี่ยนสภาพเป็นดินที่สมบูรณ์ ปลูกอะไรก็ได้ จะรู้เมื่อต้นไม้ใหญ่ เพราะการนำพาของป่ากล้วย
คนค้นคลอง : ลักษณะตรงนี้ ที่ทำลายป่าไม้เพื่อทำมาหากิน
ประวิทย์ ทองประสม : เพื่อการเกษตร ปลูกสวนยางสวนผลไม้ แล้วไม่คุ้มเลย ถ้าเกิดว่าเขาโค่นแล้ว มองจากเครื่องบินตรวจจะดูไม่รู้ เพราะมันเป็นเขียวหมด แล้วถึงเขาทำซุย ไม่ถางเตียน
คนค้นคลอง : ซุยนี้ลักษณะเป็นยังไง
ประวิทย์ ทองประสม : ตอนนี้เขาไม่ถางเตียนแล้ว เขาจะตัดเป็นร่องยาว พอยางใหญ่ขึ้น ยางขึ้นแทนที่ ไม้ข้างๆ ตายหมด รอบต้นยางต้องถางเตียนอยู่เรื่อย มันเลยไม่ชุ่มชื่น ป่ายางมันไม่ชุ่มชื่น แห้ง ร้อน ผมชอบอยู่ในป่า ผมเคยอยู่ป่า
คนค้นคลอง : นี้คือปัญหาหลัก คือการตัดไม้มาทำสวนยาง คนที่มาทำตรงนี้มานานแล้วไหม
ประวิทย์ ทองประสม : ตั้งแต่เขาปักป้ายแล้ว
คนค้นคลอง : อ้อ.. ตั้งแต่กรมป่าไม้มา ตั้งแต่ปี 23
ประวิทย์ ทองประสม : 23, 24 แต่กรมป่าไม้มาไม่นานที ปี 35 ช่วงที่เขาตัดไม้มากปี 23 เพราะช่วงนั้นเขาสัมปทานแล้ว
คนค้นคลอง : แล้วหลังจากนั้นชาวบ้านบุกรุก
ประวิทย์ ทองประสม : เมื่อก่อนสัมปทานเสร็จแล้วชาวบ้านยังไม่บุกรุกป่าที ช่วง 2- 3 ปีหลังจากป่าไม้มาอยู่ เขาก็คิดว่าป่าไม้มาอยู่ เจริญแล้ว ความคิดชาวบ้านเลยเข้าไปถางป่า
คนค้นคลอง : แรกๆ คือชาวบ้านจากที่อื่นเข้ามาอยู่ แล้วขึ้นไปบุกรุกใช่ไหม
ประวิทย์ ทองประสม : แรกๆ แบบนี้ คือมาจากที่อื่นมาตัดยางจ้าง ไม่ใช่ยางของคนเกาหลางอีก เป็นยางของพวกนอกๆ
คนค้นคลอง : คนที่ว่ามาจากไหนบ้าง
ประวิทย์ ทองประสม : ตรัง นคร จากปัตตานีเป็นคนแขกล้วน


คนค้นคลอง : มีบ้านเรือนอยู่กี่หลังได้
ประวิทย์ ทองประสม : 100 หลังได้ ป่ามีกี่ไร่ละ 2 -3 หมื่นไร่ วันนั้นผมจับมาได้ 2 คน จับเองเลย ถางป่าอยู่ พอจับแล้วส่งให้ป่าไม้ ตอนนั้นป่าไม้มาลงพื้นที่ แล้วกรมป่าไม้ปล่อยลงกลางทาง แม่เอ๋ย อย่าว่าแต่เรื่องอื่นไกล กรมป่าไม้ชื่อวิทย์ มีอยู่อีกตอนนี้
คนค้นคลอง : นอกจากปัญหาเรื่องตัดไม้ มีปัญหาอื่นไหม
ประวิทย์ ทองประสม : เรื่องน้ำเสีย ทำยางแผ่นริมคลองทั้งนั้น แล้วตอนนี้ได้แก้ไขบ้างแล้ว ที่บ้านเก่าร้างก็เรื่องน้ำประปา ข้างบนนั้น ทำลายป่าแล้วทีหนึ่งแล้ว แล้วทำน้ำเสียอีกทีหนึ่งด้วย โรงจักรทำติดคลองทั้งนั้น ไม่ต้องหาน้ำไกล หมุนยาง น้ำส้ม น้ำกรด น้ำนั้นก็ไม่ไปไหน มันอยู่ปนกับน้ำที่เราจะเอามาทำน้ำประปา กินบ้าง อาบบ้าง เมื่อก่อนกินไม่ต้องกังวล เดี๋ยวนี้ไม่แล้ว
คนค้นคลอง : น้ำแห้งลงมากไหมเมื่อเทียบกับเมื่อก่อน
ประวิทย์ ทองประสม : เมื่อก่อนจมช้าง แต่เดี๋ยวนี้แค่นี้ไม่จมเสียแล้ว
คนค้นคลอง : เมื่อก่อนลึกเท่าไหร่
ประวิทย์ ทองประสม : ลึก 2 - 3 เมตร จมผมนี่แหละ
คนค้นคลอง: น้ำที่มาลงเขื่อนพวกนี้ ปัจจุบันนี้ อ่างเก็บน้ำคลองทั้งสองคลองปริมาณน้ำเป็นยังไง
ประวิทย์ ทองประสม : ไม่มีน้ำ เราสังเกตว่าพอข้างล่างถ่ายออก ข้างบนโน่นไหลออกไม่ทัน ที่บ้านเราแล้งก็แล้งมาก ท่วมก็ท่วมมาก ที่เป็นแบบนี้เพราะไม่มีป่าไม้คอยซับน้ำ ต้นน้ำคลองอู่ตะเภา เอาปูนไปดักไว้ น้ำท่วมพังแน่
คนค้นคลอง : มันมีโครงการน้ำท่วมของคลองอู่ตะเภา เป็นโครงการสร้างฝ้ายเล็กๆ ไม่ทราบอันนี้หรือไม่
ประวิทย์ ทองประสม : มันไม่ไหลไปไหนเพราะต้นไม้บังอยู่ แต่พอไม่มีต้นไม้ฝนตกลงมา มันไหล ผ่านควนหัวล้าน
นายก อบต.แกล้ว : จริงๆ แล้วปริมาณฝนยังเหมือนเดิม เพียงแต่น้ำลงมาๆ ทีเดียว สภาพป่ามันไม่เหมือนเดิม
คนค้นคลอง : อ่างเก็บน้ำที่เขาสร้างเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
นายก อบต.แกล้ว : เพื่อการเกษตร
คนค้นคลอง : ในช่วงหน้าแล้งใช้ไหม
นายก อบต.แกล้ว : ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง แต่ว่าเปอร์เซ็นต์น้อย เพราะตอนนั้นที่เขามาสำรวจทำอ่าง แถวนี้เป็นนาหมด 8,000 กว่าไร่ นายหลวงดำริว่าให้สร้างอ่าง ไว้ทำนา พออ่างเก็บน้ำเสร็จ นาตรงนี้กรมป่าไม้ให้เป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ น้ำที่ทำจากอ่างมันไหลไปตามเส้นสายที่ทำไว้ ไม่ได้ไปตามนาของชาวบ้าน
คนค้นคลอง แล้วได้ใช้ประโยชน์อะไร
นายก อบต.แกล้ว : สายเหมืองนั้นต่ำกว่านา น้ำลงคลองอู่ตะเภาหมด นาก็กลายเป็นกกไปแล้ว
คนค้นคลอง : ก็เท่ากับว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย
นายก อบต.แกล้ว : ไม่ได้เลย
นายก อบต.แกล้ว : ยังประโยชน์ ก็ไปทงเบ็ด เมื่อก่อนคนแถวนี้ข้าวเหลือให้เป็ดให้ไก่ แต่เดี๋ยวนี้ต้องซื้อข้าวสารเป็นกิโล
คนค้นคลอง : กินไม่ทันหรือ
นายก อบต.แกล้ว : เมื่อก่อนกินไม่ทัน แต่ว่าโครงการนี้ไม่ผิด โครงการดีมาก แต่คนมาทำให้ผิด
คนค้นคลอง : ในคลองหอยโข่งทำนาสักกี่เปอร์เซ็นต์
นายก อบต.แกล้ว : นาอยู่เหมือนเดิม ทำไม่ได้ บางส่วนที่ใช้น้ำนี้ได้เขาก็ทำ แต่อีกส่วนที่จำนวนมากกว่าเขาก็ทำไม่ได้ พอคนหยุดมากว่า คนทำน้อยก็ไม่ได้ประโยชน์ เพราะว่าสัตว์รบกวนเพราะทำน้อย ถ้าทำกันหลายคน ก็แบ่งเบากัน พอลงมือ หนูแล้วไม่พอ พอเริ่มออกร่วงนกก็รุมมากิน ได้ไม่คุ้มกับที่เสีย ที่ทำได้คือกรมประมงเข้าทำบ่อเลี้ยงปลา ปล่อยน้ำให้เข้าในสระ ผสมพันธุ์ปลา ปัญหาที่นี้เกษตรพัฒนาไม่กล้าพูดเรื่องนี้ เพราะพูดไปแล้ว เขาก็แก้ปัญหาให้ไม่ได้
คนค้นคลอง : เมื่อก่อนทำนาให้น้ำฝนหรือ
นายก อบต.แกล้ว : ใช้น้ำฝน อุดมสมบูรณ์ดี แต่เดี๋ยวนี้หน้าฤดูฝนน้ำไปไหนหมด พอฤดูแล้ง แล้งมาก การผลักดันของเจ้าหน้าที่ภาครัฐก็ไม่เต็มร้อยก็ว่าได้ เหมือนเรื่องนาข้าวเขาก็ไม่พูด ที่ว่าเอาผลประโยชน์จากน้ำไปใช้ทำอย่างอื่นเขาก็ไม่จริงจังพอ เหมือนเมื่อวันก่อนมาแจกพันธุ์โอ พอแจกวันนี้ พรุ่งนี้เขาก็ขอแลลูก เขาก็ขายผ้าเอาหน้ารอดเหมือนกัน ในบ้างครั้ง การส่งเสริมก็ไม่มีความจริงจังในภาครัฐ ไม่มีการติดตามผล ที่นี้ปัญหาน้ำท่วมก็มีแต่มันเป็นฤดูกาล คือคนที่นี้เขารู้แล้วว่าเป็นฤดูน้ำหลาก เขาต้องเตรียมพร้อม อะไรบ้างละ เช่นการปลูกอะไรๆ ก็ไม่สมควรทำ
คนค้นคลอง : ตรงนี้มีแนวคิดจะพัฒนาเรื่องการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง
นายก อบต.แกล้ว : ตามที่คิดๆ หารือกับทีมงาน คือพัฒนาน้ำตกผาดำ คือมันมีจุดขายอยู่ 3 - 4 เรื่อง ที่สามารถเอาไปนำเสนอนักท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกผาดำก็ดี ถ้ำจุถึง 100 คนก็ดี ถึงน้ำตก ที่มีความสูงถึง 7 ชั้นก็ดี ตลอดถึงภาพประวัติศาสตร์ที่เห็นๆ กันอยู่ เป็นค่ายของคอมฯ เก่านี้ เปลี่ยนชื่อให้เพราะเสีย เห็นอยุธยามีจุดขายที่อิฐผงหรอก ของเก่าของแก่ แต่ต้องอาศัยเรื่องอนุรักษ์ แต่แบบยั่งยืนนี้ยังทำไม่ได้.
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 23 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7885807 person(s) and 25836581 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation