รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
สารคดี : คำคนคลอง
วัดนารังนก
แข่งเรือพาย
ตลาดนัดริมคลอง
เรื่องเล่าค่ายยักษ์
เล่, โรงงานและน้ำเสีย
ทุ่งลุง, ทุ่งลาน
กลิ่นสารเคมี
กระบอกไม้หมาก
ลองก็องตันหยงมัส
ผักกระเฉด, อหิวาห์
ประชาคมรักษ์ป่าผาดำ
ยูงคด
วิกฤตป่าต้นน้ำผาดำ
ตามรอยมูลฝอย
สารวัตรขยะ
คนปลูกผักบุ้ง
คนยกบาม
ตามรอยมูลฝอยที่วัดโคกสมานคุณ

"ถ้าเราทำน้ำหมักจะนำไปสู่การคิดวิธีการอื่น ๆ การทำน้ำหมักคือเอาเศษขยะเปียกมาหมัก แก้ปัญหาได้เฉพาะเป็นการทดลองใช้ ว่าทำได้ระยะหนึ่งเท่านั้น วิธีการอีกวิธีการหนึ่งเท่านั้น เราคิดขึ้นใหม่ว่า การทำกับเด็กก่อน แล้วเด็กไปกระตุ้นผู้ปกครอง จะทำให้ถึงชุมชนได้ คือถ้าเราทำบ่อย ๆ แล้วเราก็ออกไปสัมภาษณ์ ตรวจสอบ ให้เด็กออกไปสรุป นำมาเป็นบทเรียน ว่าแกได้อะไรจาการไป"


สัมภาษณ์ อ.ธนา นนทพุทธ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโคกสมานคุณ 10 มิถุนายน 2547

1. แนวคิดในการ จัดการ

อ.ธนา : วิธีคิดก็คือเรารู้ว่ามีปัญหาขยะในเมืองหาดใหญ่ ก็เลยคิดว่าน่าจะมีวิธีการดำเนินการกิจกรรมนี้ได้ ก็เลยติดต่อประสานงาน กับโครงการปฎิบัติการชุมชน และเมืองน่าอยู่

เหตุผลคือถ้าเราทำน้ำหมักจะนำไปสู่การคิดวิธีการอื่น ๆ การทำน้ำหมักคือเอาเศษขยะเปียกมาหมัก แก้ปัญหาได้เฉพาะเป็นการทดลองใช้ว่าทำได้ระยะหนึ่งเท่านั้น วิธีการอีกวิธีการหนึ่งเท่านั้น เราคิดขึ้นใหม่ว่า การทำกับเด็กก่อน แล้วเด็กไปกระตุ้นผู้ปกครอง จะทำให้ถึงชุมชนได้ คือถ้าเราทำบ่อย ๆ แล้วเราก็ออกไปสัมภาษณ์ ตรวจสอบ ให้เด็กออกไปสรุป นำมาเป็นบทเรียน ว่าแกได้อะไรจาการไป

ความรู้สึกว่าเด็กตระหนักกับปัญหามากขึ้นอาจจะได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะเด็กในเมืองมีความรับผิดชอบค่อนข้างน้อยในเรื่องขยะ ครูเองก็ยังมีจุดด้อยในการให้เด็กจัดการขยะมูลฝอย เลยมีหลักสูตรเสริม เขียนให้เข้าสู่มาตรฐานวิชาสาระซึ่งเราไปวิเคราะห์พบว่าวิชาวิทยาศาสตร์ มาตรฐานที่ 2.1 บอกว่าเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม เราทำหลักสูตรเสร็จก็ให้คุณครูสอน มีการให้ใบงาน มีการบ้าน ให้เด็กไปศึกษาที่บ้านก็ถึงชุมชน พอถึงชุมชนสิ่งที่เราต้องการคืออยากให้ชุมชนตะหนัก พอชุมชนตะหนักเขาจะรู้สึกอยากมารับผิดชอบเพิ่มขึ้นในเรื่องการจัดการ

แล้ววิธีการอีกวิธีการหนึ่งก็คือเราจะเสนอองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น คือเทศบาลนครหาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายต่าง ๆ ไม่วาจะเป็นชมรมคนรักษ์หาดใหญ่ ร่มรื่นบนลานเมือง เพื่อต้องการนำเสนอแผนวิธีจัดทำการทดลองนำร่องให้ชุมชนรัตนอุทิศ และชุมชนโคกสมานให้เทศบาลมาวางถังสี่ถัง ถังแรกเป็นขยะเปียก ถังที่สองเป็นกระดาษ ถังที่สามเป็นโลหะ ถังที่สี่เป็นพลาสติก

เหตุผลคือ ถังที่สอง ที่สาม ที่สี่ เทศบาลไม่ต้องจัดการ ส่วนถังแรกเทศบาลจัดการราวอาทิตย์ละครั้ง ก็จะทำให้ประหยัด ขยะเปียกอย่างเดียวเราก็ใช้วิธีการไม่ต้องเปลื้องที่ที่ต้องถม เราไปทำเป็นบ่อที่เทขยะเปียก เราเอากากน้ำตาลผสมลงไปกลายเป็นน้ำหมัก น้ำหนัก เทศบาลน้ำมาใช้ทำความสะอาดได้ นำมาสูบล้างตลาดสด ล้างคู ไม่ต้องเปลืองงบ

2. จากจุดเริ่มต้น

คนค้นคลอง : อยากจะถามถึงจุดเริ่มต้นของการมาทำน้ำหมัก
อ.ธนา : เริ่มต้นจริง ๆ จุดเล็กนิดเดียวคือห้องน้ำมีกลิ่น แล้วปรากฎว่า คุณพิทยา แก้วขาว มาคุยว่าถ้าทำโครงการน้ำหมักจะรับไหม เพราะติดต่อที่อื่นไม่ได้ผล ผมถามว่า น้ำหมักให้ประโยชน์อย่างไรบ้าง เขาบอกว่ากำจัดกลิ่นได้ผล เมื่อกำจัดกลิ่นได้ก็รับปากว่าจะทำ
คนค้นคลอง : แนวคิดเริ่มต้นไม่ได้มาจากการคิดกำจัดขยะ จุดเริ่มต้นมาจากปัญหาภายในโรงเรียน
อ.ธนา : ใช่ มาจากอยากกำจัดกลิ่น
คนค้นคลอง : วัดโคกมีนักเรียนเท่าไหร่
อ.ธนา : 665 คน
คนค้นคลอง : ห้องน้ำมีกี่ห้อง
อ.ธนา : 14 ห้อง
คนค้นคลอง : กลิ่นเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด
อ.ธนา : ใช่ตอนนั้น พอพูดเรื่องกลิ่นเราก็มาจัดการเรื่องขยะ
คนค้นคลอง : เรื่องขยะมีปัญหาอยู่ไหม
อ.ธนา : มีอยู่ ปัญหาขยะคือ มันมีขยะอยู่เยอะ ตอนแรกมีถังอยู่ 2 ถัง ขอเทศบาลมาอีกเป็น 4 ถังก็ยังไม่พอ พอมาเป็น 6 ถังก็พอ แต่วางไว้ไม่สวยงาม เราก็ให้ภารโรงชนทุกวัน ตอนแรกเราคิดว่าทำอย่างไรให้ขยะมันลด ทีแรกเรายังไม่ตะหนักเรื่องนี้ พอเราได้รับความรู้จากวิทยากรหลาย ๆ ฝ่าย
คนค้นคลอง : พอหลังจากนั้นมีกระบวนการในการเรียนรู้เริ่มต้นอย่างไร
อ.ธนา : วางแผนจัดการโดย ของบประมาณเมืองน่าอยู่ มาสนับสนุนโครงการ 6 กิจกรรม กิจกรรมแรกคือ ตั้งชมรมผู้พิทักษ์ความสะอาด เพื่อต้องการให้ความรู้เรื่องการจัดการประเภทขยะ
คนค้นคลอง : ทำไมถึงคิดทำกิจกรรมนี้
อ.ธนา : เพื่อเป็นตัวแทนในการจัดการเรื่องขยะ เราหาอาสาสมัครมา 48 เป็นเด็ก ป.4-ป.6 เมื่อได้อาสาสมัครแล้วกิจกรรมต่อมาคือตามรอยมูลฝอย เราไปศึกษาดูว่า สุ่มว่า ตรงนี้มีขยะอะไรบ้าง เราสุ่ม 5 จุด ถนนรัตนะอุทิศ ซอย 4 ซอย 3 โคกสมาน ซอย 7 ซอย 4 ซอย5 ให้เด็กแบ่งเป็นกลุ่มละ 12 ไปแต่ละจุด พอไปถึงให้เอาผ้าพลาสติดปู แล้วเอาขยะเท แล้วแยกตามวิธีการแยกขยะ
คนค้นคลอง : แสดงว่าต้องให้เด็กมีความรู้ก่อน มีวิธีการอย่างไร
อ.ธนา : ใช่ เชิญวิทยากรมา ให้เด็กคัดแยกขยะในโรงเรียนก่อน ในโรงเรียนมีขยะประมาณ 99 กิโลกรัมต่อวัน มากที่สุดเป็นถุงพลาสติก ถุงขนม
คนค้นคลอง : มีการทำกี่ครั้ง
อ.ธนา : 2 ครั้ง เพราะครั้งแรกเกิดความผิดพลาดในการแยกขยะ เรากลับมาสู่บทเรียน เราย้อนหลังไปทำอีกรอบ โดยเลือกกลุ่มที่ผิดพลาด คือลักษณะ แกเห็นว่าขยะมันน้อย ไม่สามารถแยกได้

3.สะกดรอยขยะ


คนค้นคลอง : กิจกรรมอื่น ๆ ละ
อ.ธนา : กิจกรรมสะกดรอย หลังจากนั้นอีกเดือนให้ไปดูที่ที่เคยคัดแยกขยะ ชาวบ้านก็สงสัย ขยะก็ลดลง ไม่รู้เอาขยะไปทิ้งที่ไหน
คนค้นคลอง : แต่ละจุดมีที่ทิ้งขยะจุดเดียวไหม
อ.ธนา : หลายจุดให้ เด็กเลือกเอาเอง ถังขยะ 200 ลิตร
คนค้นคลอง : ปฎิกิริยาจากชุมชนเป็นอย่างไรบ้าง
อ.ธนา : มีคนถามว่า นี่มาทำอะไรกัน เราบอกว่ามาทำขยะ แล้วจะมาให้ความรู้ชาวบ้าน แม่ค้าขายขนมครกบอกว่า ให้ความรู้แพะก่อนเถอะ เพราะตรงนั้นเขาทำเหนียว มีใบตอง แพะมันก็มามาคุ้ยถัง ขยะเลยเพ่นพ่าน พอพูดเสร็จเขาก็เอาเหนียวมาให้ แหล่งที่เกิดขยะเด็กก็รู้ว่าจากคนทำเหนียว ทำขยะอะไรบ้าง มีกะลามะพร้าว เปลือกมะพร้าว ใบตอง อีกแห่ง เขาทำขนมปัง มีพลาสติก ตรงโน่นฆ่าไก่ มีงอนไก่ มีขนไก่ มีตีนไก่ อยู่ในถัง
คนค้นคลอง : ตามรอยกับสะกดรอยต่างกันตรงไหน
อ.ธนา : ตามรอยคือไปดุว่ามีขยะอะไร ปริมาณเท่าไหร่ นี่ยังอยู่ในแฟ้ม(ชี้ให้ดูเอกสาร) สะกดรอยว่าขยะที่เคยมาทิ้งยังมาทิ้งอีกไหม สะกดรอยคือเฝ้าดู วันเสาร์นี้นะเราไปสะกดรอย โดยรวมเด็กบอกว่าขยะลดลง แต่ข้อมูลมันน้อยเกินไปที่จะสรุปอะไร
คนค้นคลอง : ตัวแปรมันน้อยเกินไป ที่จะสรุปอะไรได้
อ.ธนา : แต่เขาจะเดินมาถามว่าทำทำไม
คนค้นคลอง : คนที่มาถามสักเท่าไหร่ได้
อ.ธนา : ไม่มาก จุดหนึ่ง สองสามคน คนเมืองเขาไม่ค่อยสนใจอะไรอยู่แล้ว เรื่องของใครเรื่องของมัน สรุปว่าการจัดการมูลฝอยในชุมชนมีปัญหา เราก็เลยพาเด็กในชมรม 48 คนไปดูการจัดการขนขยะไปทิ้ง พาไปดูที่เทศบาลบ้านพรุ ไปดูที่หาดใหญ่ พอเสร็จกิจกรรมนั้นเรียบร้อยแล้ว เรามาทำกิจกรรมน้ำหมัก
คนค้นคลอง : ไปดูการจัดการขยะเห็นอะไรบ้างระหว่างบ้านพรุกับหาดใหญ่
อ.ธนา : เห็นความแตกต่างในการจัดการ บ้านพรุเขาไม่ฝัง วิทยากรบอกว่าน้ำเสียจากขยะอาจไปทำลายสวนยาง ก็เลยปูพลาสติกหนาหนึ่งเซนติเมตรในบ่อ เทขยะลงไป แล้วยังไม่ได้ทำอะไร คือในบ่อจะมีท่ออยู่ข้างล่าง น้ำที่ย่อยสลายเขาจะเอาไปบำบัด ที่หาดใหญ่เอาขยะไปเท ก็ให้เวลาชาวบ้านที่เขาเก็บขยะ พอหมดเวลาก็ใช้ดินกลบ เพิ่มความสูงไปเรื่อย ๆ ต้องสิ้นเปลืองเพราะซื้อดินมา
คนค้นคลอง : แล้วมันไม่สูงเป็นภูเขาหรือ
อ.ธนา : สูง ราว ๆ 3 เมตร
คนค้นคลอง : ของบ้านพรุไปฝังกลบที่ไหน
อ.ธนา : อยุ่บนเขา ติด ๆ กับนาหม่อม
คนค้นคลอง : ของที่หาดใหญ่
อ.ธนา : ข้างกองบิน 56 ช่วงหลัง เราเอาน้ำหมักไปเทในน้ำเสีย ประมาณ 300 ลิตร วันหลังเราไปติดตาม ปรากฏว่าเทศบาลคุณพรทิพย์ ทำด้วย ใช้ถัง 50 ลิตร ทำน้ำหมักเป็นตัวอย่าง

4. น้ำหมักคือผู้พิทักษ์ความสะอาด

คนค้นคลอง : ไปดูงานมาแล้วกลับมา ทำไมถึงทำน้ำหมัก
อ.ธนา : คิดว่าน้ำหมักมีประโยชน์ น่าจะได้ประโยชน์หลายอย่าง ให้ฟรีไปเลย ใครอยากทดลอง ถ้าไม่เชื่อให้ทดลองฟรีเลย มีเด็กบอกว่าถ้าน้ำหมักดับกลิ่นขี้หมูได้ ที่ใต้สะพานลอยเขาเลี้ยงหมูอยู่ ก็ไปกัน ปรากฎว่าเด็กกำลังล้างคอกหมูอยู่ ขออนุญาตใช้น้ำหมักดับกลิ่นคอกหมู แกบอกว่าแกซื้อแกลอนละ 150 ที่ร้านการเกษตร เอาขี้หมูมากอง ๆ ไว้ แล้วผมราดไว้ ทิ้งไว้พอตอนเย็น ครูครับมันย่อยสลายเลย ที่เหลือกลิ่นสาบยังคงอยู่เพราะต้องประหยัด ถ้ามาซื้อที่โรงเรียนมาซื้อได้ วันก่อนมีเจ้าของสวนส้มบอกขอซื้อ 2 แกลอน ผมขายแกลอนละ 30 บาท ความจริง ถ้าเอาแกลอนมาคืน ผมให้ฟรีเลย ผมเจตนาให้เขาจัดการมูลฝอยในบ้าน คุณทำแล้วใช้ไม่ต้องกังวลเลย
คนค้นคลอง : วีธีการทำน้ำหมัก?
อ.ธนา : เราเอาเปลือกมะนาวมา ให้เด็กเอามา ไปบอกที่ร้านขายน้ำมะนาว เขาบรรทุกเปลือกมะนาวมาให้เลย วันหนึ่ง 200-300 กิโลกรัม เราเอามาทำโดยใช้สูตร 1:3:30 อาจารย์ภานุ พิทักษ์เผ่า ให้ความรู้ไว้ น้ำตาล 1 ลิตร : พืชผักผลไม้ 3 กิโลกรัม: น้ำ 30 ลิตร
คนค้นคลอง : น้ำหมักของวัดโคกทำไมเลือกใช้มะนาว
อ.ธนา : มะนาวมันมีกลิ่นหอม หวานอมเปรี้ยว
คนค้นคลอง : ก่อนที่จะทำเยอะ ๆ ทำยังไง ทำทีละนิดหรือเยอะๆ
อ.ธนา : ตอนแรกเราทำราว 5 ถัง ทดลองก่อน เด็ก ๆ ตื่นเต้นกัน พอทำเสร็จเอาไปราดห้องน้ำ ไปราดเองเลยไม่อยากให้ครูรู้ ครูอนุบาลห้องใกล้ ๆ บอกกลิ่นเหม็นหายไปหมด เขาทรมานมา 5 - 6 ปีแล้ว
คนค้นคลอง : ใครเป็นคนทำน้ำหมัก
อ.ธนา : เด็ก 48 คน
คนค้นคลอง : น้ำหนักของน้ำหมักไม่ได้เน้นไปที่การจัดการขยะ
อ.ธนา : ตอนแรก เราไม่ได้พูดถึงจุดที่จัดการขยะ แต่ตอนนี้เด็กพูดไปถึงเรื่องจัดการขยะแล้ว
คนค้นคลอง : แนวคิดนี้ได้จากการดูงานที่บ่อขยะหรือเปล่า
อ.ธนา : มันมาจากหลาย ๆ เรื่อง จากวิทยาการให้ความรู้ การอ่านเอกสาร การทดสอบการทดลอง เรียนรู้ไปตลอด การไปประชุมสัมมนาได้สะสมความรู้มา ตอนนี้มีโครงการธนาคารขยะมูลฝอย รับซื้อรับแลกเปลี่ยนขยะมูลฝอยที่มีค่าที่โรงเรียน ทำกระบวนการให้เด็กสะสม ดำเนินการ ประการต่อไปเราเพิ่งรู้ว่าที่วัดบางหยี ที่เป็นกระบะทิ้งขวดเราเลยจัดธนาคารขอขวด เราจะทำกระบะเอาขวดไปขาย โฟม ขวดไม่รู้กี่ร้อยล้านปีมันจะย่อยสลาย เราก็จะรับซื้อขวดเอามาบี้ให้แตกละเอียด บรรทุกไปขาย เป็นทุนอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน แยกเป็นสีด้วย สีขาวแพงที่สุด สีแดงรองลงมา สีเขียวถูกที่สุด
คนค้นคลอง : น้ำหมักจัดเก็บไว้ที่ไหน
อ.ธนา : ไว้ที่นี้ ห้องนี้ แหล่งเรียนรู้บูรณาการมูลฝอย ใครอยากมาเรียนรู้ก็มาห้องนี้ ห้องนี้เป็นห้องคับแคบ เรื่องขยะก็เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ เราจะย้ายไปจัดที่นั้น เป็นอาคารทาสีสะอาดเรียบร้อย
คนค้นคลอง : ในห้องประกอบด้วยอะไรบ้าง
อ.ธนา : นิทรรศการ ใบความรู้ ผลผลิตของนักเรียนที่เป็นน้ำหมัก ใครอยากจะมาขอน้ำหมัก เราก็จดชื่อเอาไว้ บางทีถ้ามาขอ เจ้าของร้านอาหารอย่างร้านพี่เล็ก 59 อยากไห้ไปที่นั้น เคยไปนั่งคุยกับแก แกก็สนใจ พารถกระบะมาซื้อกากน้ำตาล ปรากฎว่าแกมีสวนด้วย สวนผักผลไม้ แกใช้ราว 1000 ลิตร
คนค้นคลอง : ของวัดโคกทำครั้งหนึ่งกี่ลิตร
อ.ธนา : 5000 ลิตร
คนค้นคลอง : หมักไว้กี่วัน
อ.ธนา : ราว 30 วัน 15 วันก็น่าจะใช้ได้แล้ว เพราะมันมีฝ้าขาวแล้ว
คนค้นคลอง : เท่าไหร่ถึงจะหมดอายุ
อ.ธนา : หนึ่งปี เขียนวันที่ที่ถังด้วย เลยหนึ่งปีมันจะเป็นยาปราบวัชพืช
คนค้นคลอง : เคยทดลองไหม
อ.ธนา : ยัง
คนค้นคลอง : มีกิจกรรมอื่นอีกไหม
อ.ธนา : ไปเผยแพร่ความรู้ มีอาสาสมัครเพิ่มขึ้นมา เราไปจัดรณรงค์ในวันสิ่งแวดล้อมโลกกับเมืองน่าอยู่ ที่ศุภสารรังสรรค์ ตอนหลังเราไปร่วมกิจกรรมชุมชนกับ.. เด็กเหล่านี้ก็ไปให้ความรู้ไปเล่าประสบการณ์ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมสาธารณะ ผลที่พบปรากฏว่า การตื่นตัวของคณะกรรมการชุมชนค่อนข้างจะสูง
คนค้นคลอง : ในส่วนของกิจกรรมขยะเองในโรงเรียนได้ทำอะไรบ้าง
อ.ธนา : มีการใช้ถังแยกขยะ แต่ปรากฏว่าทำไปแล้วไม่ได้ผล เด็กอนุบาลทิ้งมั่วไปหมด ถ้ามีเฉพาะประถมน่าจะไม่มีปัญหา

5. ผลของการทำกิจกรรม

คนค้นคลอง : มาถามเรื่องผลของมันบ้าง ผลที่ได้คือได้เด็กกลุ่มหนึ่ง ผลขยายไปถึงพ่อแม่หรือเปล่า
อ.ธนา : ตอนนี้ถ้าพูดว่าถึงหรือเปล่า น่าจะพูดได้ เพราะว่าเด็กเวลามาทุกครั้งกลับไปเล่าให้พ่อแม่ฟังว่าทำอะไรบ้าง ตอนนี้เรากำลังตรวจสอบสถิติมูลฝอยในบ้านอยู่ ว่ามีมูลฝอยลดลงเท่าไหร่ แต่ยังไม่ได้เรียกผู้ปกครองมาสัมภาษณ์ ให้เด็กจดบันทึกว่ามีขยะเท่าไหร่ ประเภทละเท่าไหร่ แล้วให้จดบันทึกไว้
คนค้นคลอง : อยู่ในกิจกรรมอะไร
อ.ธนา : อยู่ในกิจกรรมตามรอย
คนค้นคลอง : แสดงว่าไม่ใช่กิจกรรมจุดตรวจอย่างเดียว ในโรงเรียนด้วยไหม
อ.ธนา : ในโรงเรียนไม่ใช่ ที่เสริมมาคือกิจกรรมสัมภาษณ์ 48 คน คนละ 2 ชุด เดินไปทีละ2 คน ไปสัมภาษณ์บ้านโน่น บ้านนี้ กำหนดให้ไปตามซอยที่เราเคยไปตรวจขยะ บางบ้านให้ความร่วมมือ บางบ้านไม่ให้ความร่วมมือ พอกลับมาก็ให้สรุปเป็นบทเรียน บ้านที่ให้ความร่วมมือที่สุดคือ ร้านขายของชำที่อยู่ตรงข้ามสถานี 2 เขาบอกว่าเธอเอาลังมาเลย ฉันจะแบ่งให้ไว้ในลังกระดาษ
คนค้นคลอง : แสดงว่าทุกคนยังไม่ตื่นตัว ยังไม่เห็นความสำคัญ ช่วยเล่าสภาพแวดล้อมละแวกนี้นิดหนึ่ง
อ.ธนา : ละแวกนี้ก็มี วัดโคกสมาน กับ รัตนะอุทิศ
คนค้นคลอง : แต่ละชุมชนมีคนประชากรเท่าไหร่ได้
อ.ธนา : ตอนไปเอาข้อมูลจากเทศบาล มีประมาณ 8000 แต่ความจริงมีเป็นแสน เพราะคนที่อยู่จริงไม่มีบ้านเลขที่ ประชากรย้ายถิ่น
คนค้นคลอง : เด็ก ป.โท มาทำอะไร
อ.ธนา : มาทำวิทยานิพนธ์เพราะต้องการรู้ว่าการจัดการที่นี่เป็นยังไง
คนค้นคลอง : แสดงว่านี่ก็เป็นผลจากการกิจกรรมเช่นกัน การทำกิจกรรมพวกนี้ไปเรื่อย ๆ คนอื่นก็จะมาเรียนรู้แล้ว
อ.ธนา : เขาจะมาติดตาม มีเอกสารที่คิดแบบเพื่อติดตาม พอทำหลักสูตรก็มีคนมาทำวิทยานิพนธ์เรื่องหลักสูตรอีก พอเราทำใช้ก็มีคนมาติดตามอีกว่าผลเป็นยังไง
คนค้นคลอง : หลักสูตรถึงไหน
อ.ธนา : หลักสูตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขาดแต่สื่อ กับรายงาน
คนค้นคลอง : ถามย้อนทั้งหมดกิจกรรมหนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า คิดมาตั้งแต่ต้นหรือค่อย ๆทำ ค่อย ๆคิดไป
อ.ธนา : มีแผน
คนค้นคลอง : เรียนรู้มาจากไหน
อ.ธนา : คิดกันว่า ถ้าเราจะของบให้คิดครอบคลุมทั้งโครงการ มันเป็นแผนการของโครงการในระบบราชการ กิจกรรมแน่นมากเลย เห็นชัดเจน ทั้ง 6 กิจกรรม จะไม่มีที่ลอย ๆ อยู่
คนค้นคลอง : เอาแนวคิดยังไง ถึงได้เกิดเป็นโครงการสะกดรอย ตามรอย
อ.ธนา : เห็นชื่อคุ้นหู จากรายการโทรทัศน์ ก็เอามาตั้ง ในทางราชการชื่อแปลก ๆ เขาไม่ให้ใช้ แต่นี้เราเป็นกลุ่มอิสระ ชื่ออะไรก็ได้
คนค้นคลอง : นี่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของการศึกษาด้วย ให้ผู้บริการมีอิสระในการทำอะไร ก็สามารถคิดขึ้นมาได้
อ.ธนา : คิดได้ คิดให้มันง่ายต่อความเข้าใจของเด็ก
คนค้นคลอง : ในวัดโคกเองเด็กมีส่วนร่วมไหม หรือว่าครูคิด
อ.ธนา : ครูคิด
คนค้นคลอง : ครูต้องไปเรียนรู้มาแล้วทุกอย่างก็ออกมาจากตรงนี้
อ.ธนา : คืออย่างนี้ คือเรื่องจัดการขยะ ที่โรงเรียนมันเริ่มศูนย์เลย จะไม่ทำเป็นรูปแบบทั้ง ๆ ที่มีในหลักสูตร เพราะครูขยะแขยงในเรื่องขยะ เพราะว่าสอนในเรื่องขยะต้องกระทบกับขยะจริง นี่หมายถึงครูโดยทั่วไป โรงเรียนข้างนอกมีอะไรสอนเด็กเรื่องขยะบ้าง มีบ้างก็ ทิ้งขยะลงถัง พอมาเรื่องการสอนเราต้องคิดเอง ประชุมชี้แจงแล้วก็บอก เรามีแกนนำอยู่ 12 คน พอเขาคิด เขาคิดว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ทำ
คนค้นคลอง : คิดหลักสูตรมาตั้งแต่ต้นแล้วหรือ
อ.ธนา : ตั้งแต่ต้นแล้ว ตั้งแต่ทำน้ำหมัก คิดว่าน่าจะเอาน้ำหมัก เอาการจัดการขยะเข้าสู่การเรียนการสอน เราก็เลยใส่เข้าไปในหลักสูตร ให้ครูสอน สอนตามที่เรากำหนด ออกชุมชน ให้ความรู้ชุมชน ครูก็ต้องสอน ก็เกิดการเรียนรู้ซึมเข้าไป ทั้งๆที่ครูไม่เต็มใจจะสอนเรื่องนี้ ความสำนึกในเรื่องการจัดการขยะมีน้อย สมมุติน้ำหมักเขาเห็นฝ้าขาว เขาบอกว่าเชื้อรา สกปรก
คนค้นคลอง : ในระดับบุคคลก่อน ครูได้อะไรบ้าง
อ.ธนา : คณะสิ่งแวดล้อม มอ. เห็นว่าที่โรงเรียนวัดโคกทำอย่างจริงจัง เขาเลยบอกว่าให้เด็กมาเรียนรู้ด้วย มาประเมินผล
คนค้นคลอง : ถ้าเกิดไม่ทำกิจกรรมนี้ มอ.คงไม่ส่งนักศึกษามา ครูในโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไหมครับ
อ.ธนา : ครูเปลี่ยนแปลงน้อย
คนค้นคลอง : ในแง่ความรู้ครูน่าจะได้มากขึ้น
อ.ธนา : ได้สัก 50 เกรด 1 ก็มีครูที่สอนเรื่องการจัดการขยะในห้องเรียน บอกว่า พี่ ป.4 ป.5 ป.6 เขาสัมภาษณ์ไปจัดการขยะลงถัง ใครทิ้งขยะเอาแล้วเขาจะสอน
คนค้นคลอง : ในแง่ผลของมันจริง ๆ ไม่ได้ติดตามผลเป็นระบบ มันก็เลยพูดยาก พอสุ่มก็สุ่มได้ครั้งสองครั้ง หรือว่าเอาเด็กไปสัมภาษณ์ในชุมชนก็อยู่ในจุดเริ่มต้น แต่ยังไม่มีการติดตามผลว่าอีกหนึ่งปีมีอะไรเปลี่ยนไปไหม
อ.ธนา : ในแบบสอบถาม มีอยู่ข้อหนึ่ง 24 คนเขาบอกว่าถ้ามีการอบรมเรื่องขยะมูลฝอย เขาจะมา
คนค้นคลอง : ส่วนหนึ่งที่ได้มาอีกอย่างคือเรื่องข้อมูล
อ.ธนา : ได้ชื่อ ได้อายุ ได้ครอบครัว
คนค้นคลอง : มีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง
อ.ธนา : ข้อมูลทั่วไป ความรู้เรื่องเกี่ยวกับขยะ พฤติกรรมในการจัดการขยะ ทัศนคติต่อการจัดการขยะในครัวเรือน นักเรียนเขียนเรียงความ โครงการของเด็กที่เด็กคิดเอง
คนค้นคลอง : อนาคตจะทำอะไรบ้าง ที่เตรียมเอาไว้
อ.ธนา : เราจะจัดการซื้อขยะ โดยใช้วันเสาร์ วันอาทิตย์ แล้วเราจะสร้างขบวนซาเล้งซื้อขยะให้เป็นมาตรฐาน เราจะใช้วิธีการสืบราคามาให้มาซื้อที่เรา เราจะให้เด็กไปสืบขยะไปตลอดสายว่าขยะมีเยอะที่สุด
คนค้นคลอง : จะชวนซาเล้งเข้ามา มีกระบวนการอะไรรองรับ
อ.ธนา : เราไปคุยไว้แล้ว 6 คัน เขาตอบรับแล้ว 3-4 คัน
คนค้นคลอง : 6 คันนี้มาจากไหน
อ.ธนา : เขาปาดหน้าโรงเรียนกวักมือให้มาเอาขยะ
คนค้นคลอง : รู้ไหมว่าทั้งชุมชนมีซาเล้งเท่าไหร่
อ.ธนา : ไม่รู้ แต่เราไปสืบ แหล่งขวด ประมาณ 5-6 ไร่ ข้างสะพานลอยแม็คโค รถแบ็คโฮตักใส่ มันบด ขวดซื้อมากิโลละ 20 สตางค์ ขาย 80 สตางค์
คนค้นคลอง : อาจารย์สัมพันธ์กับกลุ่มไหนบ้าง
อ.ธนา : เมืองน่าอยู่ กับคลองอู่ตะเภา อย่างรองนายกเทศบาลหาดใหญ่ ท่านสนใจ เลยพาไปร่วมทำแผน ทดลองนำร่องคือวางถังสี่ถังให้สำเร็จ ที่เพิ่งเสนอคือบ่อน้ำหมัก ที่บ่อบำบัดน้ำเสีย ที่นั่นมีที่วาง ทำเป็นแปลง เทศบาลเอาขยะเปียกในบ่อที่ 1 เต็มบ่อก็เอากากน้ำตาลไปเท พอเต็มบ่อ 2 อีกก็เอากากน้ำตาลไปเท
คนค้นคลอง : มีปัญหาอะไรบ้าง
อ.ธนา : พบว่าความสนใจของครูมีน้อย ของเด็กก็น้อย ของชุมชนก็น้อย ที่อยากคือให้เกิดความตะหนักจากข้างล่างคือคนที่มีใจ เราทำทำ ถ้าเกิดว่าเราหยุดมันจะชะงักทันทีเลย ยกตัวอย่างทีนี่ ถ้าครูเกิดย้าย ยังสงสัยอยู่ ต้องสร้างธนาคารให้ติด และให้คนอยู่ที่นี่ ถ้าไม่ดื่มเหล้า มีความรับผิดชอบ เราจะให้อยู่ และตั้งคณะกรรมการมาดูแล อาคารหลังนี้ งบประมาณจากเมืองน่าอยู่ 2 แสน มีคนบริจาคเป็นแสนโดยผู้ไม่ประสงค์ออกนาม.

 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 22 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7885806 person(s) and 25836554 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation