รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
สารคดี คนค้นคลอง
เสมือนหนึ่งว่าย้อนเวลา
ต้นน้ำสายคลอง
ยามเช้าของวันนั้น
คณะทัวร์ล่องเรือ
ประสบการณ์แปลกใหม่
ขยะ! ขยะ! ขยะ!
วัดคูเต่า
ร่องรอยอดีต

โดย ชาคริต โภชะเรือง

เรือแล่นมาถึงวัดคูเต่า เราได้สัมผัสความสดชื่นจากธรรมชาติรอบข้างอย่างอิ่มเอม และเก็บเกี่ยววิถีอันเรียบง่ายของคนริมน้ำที่พอมองเห็นได้ ผมเห็นร่องรอยความสวยงามของวัดเก่าแก่ ทำให้นึกถึงความรุ่งเรืองในอดีต เรือลอยลำมุดเข้าใต้สะพานเชือกที่ไม่ได้ใช้งานมานาน มาถึงหน้าท่าริมวัด ต้นไม้ใหญ่แผ่เงาร่มรื่น ศาลา เพิงร้านที่ใช้ขายของในวันที่มีตลาดนัด เรียงรายปรากฏต่อสายตา เรือค่อยๆแล่นเลาะเข้าไปใกล้

มาถึงวัดคูเต่า ใกล้เที่ยงเต็มทีแล้ว หลายคนคงอยากหยุดพักยืดแข้งยืดขา ผมได้ยินผู้หญิงในกลุ่มบอกว่าอยากเข้าห้องน้ำ

เรือเกยหัวเข้ากับเนินตลิ่ง ผู้โดยสารประคองตัวเดินตรงไปยังหัวเรือ อย่างระมัดระวังไม่ให้น้ำหนักเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งจนเรือเอียงคว่ำ ครู่เดียวเรือทั้งสิบลำจอดประชิดเรียงกันเป็นแถว บนเรือเหลือเพียงนายท้ายยืนประจำคุมท้ายเรือของตน

ใต้ต้นจามจุรีตรงบริเวณที่เป็นตลาดนัดริมน้ำขายของของคนคูเต่า คลาคล่ำไปด้วยสมาชิกทัวร์คราวนี้ บ้างเดินไปยืดเส้นยืดสาย บ้างก็เข้าห้องน้ำ ผ่อนคลายอิริยาบถจากการเดินทาง ผมเดินไปชมวัดเก่า อดแปลกใจในความงามอันลึกล้ำของปูนปั้นที่เกิดจากฝีมือของช่างพื้นบ้านสมัยโบราณไม่ได้ รูปทรงของอุโบสถ ศาลาวัด อันเก่าคร่ำ เผยให้เห็นร่องรอยในอารยธรรมของคนแถบลุ่มน้ำ ที่เก็บงำไว้ไม่อวดโอ่ รอคอยผู้ที่เห็นคุณค่ามาชื่นชม เราใช้เวลาอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะขึ้นเรือ ผมนึกรำพึงอยู่ในใจว่า จากสภาพคลองธรรมชาติที่เป็นอยู่ ที่ยังพอมีความงามของทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งให้ได้ลิ้มลอง หากหนุนเสริมด้วยการฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรมเก่าๆ ในพื้นถิ่น หรือนำเอาวิถีชีวิตชาวบ้านเข้ามา เป็นจุดเด่น ผสมกับความงามของวัดเก่า เหล่านี้คือศักยภาพของท้องถิ่น เราจัดทัวร์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศได้สบาย

ใกล้เที่ยง ท้องเริ่มร้องแล้ว เราต้องทำเวลาเพื่อตรงไปยังจุดหมาย คือศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยที่แหลมโพธิ์

ประคองตัวเดินขึ้นลำเรือ ก็เหมือนประคองความรู้สึกตลอดเวลา 3 ชั่วโมงที่นั่งมาในเรือ ไม่ให้เพลิดไปกับความคิดที่แตกกระจายนัก สายน้ำอันเย็นเยือกไหลล่องไปช้าๆ สายน้ำนี้ได้ผ่านอะไรมาบ้างหนอ?

ความอ่อนโยนของสายน้ำ เช่นเดียวกับมืออันอ่อนนุ่มของหญิงสาว สายน้ำแห่งอู่ตะเภา แม้นจะปนเปไปด้วยความแปรปรวนอยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นวงจรชีวิตตามธรรมชาติ เป็นท่วงทำนองเฉพาะของตนในแต่ละห้วงฤดูกาล ผมนึกถึงป้าคนหนึ่งที่ปลูกผัก แล้วใช้น้ำจากคลองอู่ตะเภามารดน้ำผักของตน อดคิดไม่ได้ว่าทำอย่างไร ที่จะให้คนได้ใช้ประโยชน์จากคลองโดยตรงมากขึ้น แทนที่จะรับรู้เพียงแค่ว่าเป็นแหล่งผลิตน้ำประปา เพราะนั่นก็เป็นการรับรู้ที่ห่างไกลเกินกว่าที่จะหันมาเหลียวแลความเสื่อมโทรมของสายน้ำ

นึกพิศวงไปกับอายุอันยืนยาวของสายน้ำ เฉกเช่นชีวิตคน ชั่วอายุของคนๆหนึ่ง กว่าที่จะเติบใหญ่จนแก่ชรา ย่อมผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก สายน้ำนี้คงเต็มไปด้วยเรื่องเล่า ภูมิปัญญา เหตุการณ์ระทึกขวัญ สายน้ำนี้คงได้ต้อนรับแขกแปลกหน้าที่มาเยือนผ่านการเดินทาง สายน้ำนี้คงจะสั่งสมการเรียนรู้บ่มเพาะตัวเองขึ้นมาทีละน้อย ค่อยๆ เก็บซับบทเรียนอันสูงค่าจากประสบการณ์ จากความผิดพลาด จากชัยชนะ จากรอยยิ้มและน้ำตาท่ามกลางกระแสแห่งเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป

เรือมุดเข้าใต้สะพานไม้เก่าคร่ำ ผมเห็นยอดมัสยิดลอยเด่นมาแต่ไกล สายน้ำอู่ตะเภาก็เช่นกัน จากจุดเริ่มต้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน วันหนึ่งน้ำจากแหล่งต่างๆมันก็ไหลผ่านมารวมตัวกัน ได้ร่วมเป็นประจักษ์พยานการก่อตัวของชุมชนริมน้ำขึ้น จากคนไม่กี่ครอบครัวขยายตัวไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายเป็นชุมชนอันอุ่นหนาฝาคั่ง ต่อมาแผ่นดินค่อยๆยกตัวสูงขึ้น พร้อมกับความเจริญหลั่งไหลเข้ามา สายน้ำลัดเลาะควานหาเส้นทางของตนจนพบและสร้างประวัติศาสตร์ของตนที่นี่ ขณะเดียวกัน มนุษย์ก็ได้ทิ้งร่องรอยแห่งอารยธรรมของตนหลงเหลือรอยจารึกเอาไว้ ระหว่างช่องว่างของวันเวลา ระหว่างอดีตและปัจจุบัน ผมยืนอยู่ตรงนี้ ที่นี่ เบื้องหน้าคือสายน้ำแห่งคลองอู่ตะเภา เราเดินทางมาเพื่อสัมผัสความงดงามของอดีต ผ่านรูปทรงทางสถาปัตยกรรม และภาพปูนปั้นรอบๆอุโบสถ ผ่านอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ริมฝั่งน้ำ ที่ครั้งหนึ่งเคยพลุกพล่านไปด้วยเรือสัญจรไปมา ผมนึกภาพตลาดนัดริมน้ำที่มีมาตั้งแต่อดีตกาล รื้อฟื้นภาพเก่าๆจากคำบอกเล่าของคนริมคลอง ที่ค่อยๆปรากฏภาพแจ่มชัดขึ้นในห้วงนึก และเต้นเร่าในความรู้สึก ผมรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหลไปของเวลา จากปัจจุบันค่อยๆกลับคืนไปสู่อดีตและภาพจากอดีตค่อยๆคืนกลับมาสู่ปัจจุบัน

คล้ายๆกับว่าเมื่อเรายืนอยู่ตรงนี้เวลาไม่ได้หายไปไหน เข็มนาฬิกาของมันยังหยุดนิ่งอยู่ที่เดิม ฝังรูปรอยแห่งอดีตเอาไว้อยู่เช่นนั้น แล้วรอวันให้คนที่เห็นคุณค่าจะมารื้อฟื้นมันขึ้นมาใหม่ ผมได้ยินเสียงกู่พร่ำแห่งอดีต ได้ยินเสียงลมหายใจที่ยังเต้นเร่าอยู่ในสายน้ำรอวันที่จะฟื้นคืนมีชีวิต ถึงที่สุดแล้วสายน้ำที่เคยไหลมาแต่อดีต เมื่อครั้งหลายร้อยปีก่อน มันก็ยังเป็นสายน้ำเดียวกันกับปัจจุบัน มีเพียงคนริมน้ำต่างหากเล่าที่แปรเปลี่ยนไป และในระหว่างความเปลี่ยนแปลงนั้นใครเล่าจะมาใส่ใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น

นั่งอยู่ในลำเรือ มองดูผิวน้ำที่หลากไหลไปเรื่อยๆ มองหาจิตวิญญาณแห่งอดีตที่พลันเสื่อมสลายหายไป หูเหมือนแว่วกังวานเพลงเรือดังกระหึ่มขึ้น ผมนึกไปถึงภาพการแข่งเรือยาวประเพณี ที่คนหนุ่มแต่ละหมู่บ้าน นำเรือเข้าประชันกันหลังจากเสร็จสิ้นพิธีลากพระ ผมเห็นคลื่นผู้คนในชุดอาภรณ์หลากสีสัน ลอยลำอยู่ในเรือเต็มลำน้ำ

เรือลอยลำลัดเลาะไปตามลำคลองบ้านใต้ที่เป็นคลองสายย่อย เพื่อไปออกปากคลองอู่ตะเภาที่คลองขุด สองข้างทางเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนของชาวประมง พวกเขาเหล่านี้คือคนที่หากินกับทะเลสาบตัวจริง คนเหล่านี้คือเจ้าของเครื่องมือประมงจำพวก ไซนั่ง ไซตู้ โพงพาง ซึ่งกำลังมีการจัดระเบียบอยู่ในเวลานี้

ระหว่างทางผมเห็นเด็กๆ หลายคนลงเล่นน้ำในคลองดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน พอพวกเขาเห็นเรือของพวกเรา ก็หันมาโบกมือให้ นายท้ายบอกว่าทุกวันนี้คนที่นี่ยังใช้ประโยชน์จากลำคลอง ทั้งอาบทั้งซักล้าง ผมอดคิดย้ำไม่ได้ว่า ทำอย่างไรที่จะให้ทั้งตลอดลำคลองคนริมคลอง ได้กลับมาใช้ประโยชน์จากคลองได้มากขึ้น

วันนั้นเราพักทานข้าวมื้อเที่ยงที่ศูนย์วิจัย หลังรอให้ข้าวนอนเรียงเม็ดในท้อง มีการเปิดเวทีอภิปรายให้ความรู้กับเด็กๆ กับสมาชิกที่มาอีกนิดหน่อย คนที่มาร่วมก็มีทั้งอบต. อดีตกำนัน รวมทั้งคนที่ทำกิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับสายน้ำ

ทัวร์คราวนั้นลงเอยด้วยการลงเรือไปทางปากคลองอู่ตะเภา เรามุ่งหน้าออกสู่ทะเลสาบ ทีแรกเราตั้งใจว่าจะจบโปรแกรมการล่องคลองคราวนี้ ด้วยการแวะดูงานที่บ่อบำบัดน้ำเสียของเทศบาลหาดใหญ่ แต่สุดท้ายก็ต้องยกเลิกโปรแกรมนี้ไปโดยปริยาย เพราะทันทีที่เรือถอนสมอแล่นออกจากแหลมโพธิ์ แดดที่แผดเปรี้ยงอยู่เมื่อสักครู่จู่ๆก็หายไป สายฝนไม่รู้ว่ามาจากไหน พลันโหมกระหน่ำเข้ามารอบทิศทาง ทำเอาผู้โดยสารบนเรือทั้งสิบลำเปียกโชกไปตามๆกัน เราล่องเรือไปตามขอบทะเลสาบด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ กว่าที่จะมาถึงแผ่นดินใหญ่ได้ก็ร่วมชั่วโมง

ด้วยร่างกายที่เปียกปอน พกพาความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจกลับไป รถของมหาวิทยาลัยมารับตรงข้างทาง เราล่องเรือไปตามคลองขุด ผิวน้ำราบเรียบราวแผ่นกระจก แสงจากดวงตะวันเริ่มเห็นโผล่มาให้เห็น ผู้โดยสารต่างคนต่างนิ่งนั่ง เก็บงำความรู้สึกกับตัว หลังล่องคลองคราวนี้สิ้นสุดลง ต่างคนต่างแยกย้ายไปตามวิถีทางแห่งตน ก่อนที่จะเก็บซับประสบการณ์ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาล่องคลองด้วยกัน

แน่ล่ะว่าอนาคตไม่มีใครรู้ว่าคลองอู่ตะเภาจะเป็นอย่างไร จะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงไปอีก ผมมองดูน้ำในคลองขุดที่เพิ่งเกิดใหม่ นึกไปว่าเป็นน้ำสายเดียวกันกับคลองที่เราล่องมาจากบางหัก ยิ่งนึกสะท้อนใจ และย้อนนึกขึ้นไปถึงต้นน้ำ มองเห็นการแปรเปลี่ยนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ที่เกิดจากน้ำมือของมนุษย์ น้ำสายเดียวกันแท้ๆ แต่เมื่อไหลผ่านชุมชนที่มีมนุษย์อาศัยอยู่

เวลาผ่านไปไม่ถึง 50 ปี คนริมคลองได้ทำร้ายแม่น้ำสายนี้ จนกระทั่งเกือบสายเกินไป ที่จะหวนกลับมาใช้ประโยชน์โดยตรง.

 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 36 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7945746 person(s) and 26554389 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation