รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Topic
หาดใหญ่เมืองกลัวน้ำ
ข่าวสาร >> เมืองน่าอยู่ (บทความ)
click to view full image (photo size 97918 byte(s) : 600 x 450 pixel)
โดย ชาคริต โภชะเรือง

หาดใหญ่ใกล้หน้าฝน...

ไม่น่าเชื่อนะครับว่าทุกวันนี้น้ำท่วมแผ่นดิน น้ำป่าไหลหลาก แผ่นดินไหว...กลายเป็นข่าวสารปกติที่เราจะได้ยินได้ฟังจากสื่อมวลชนแทบทุกแขนง

หลายคนเชื่อว่าเกิดจากความเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือภาวะโลกร้อน และเกิดได้ไม่เลือกที่เสียด้วย ส่งผลต่อตัวเราอย่างไม่คาดคิด โลกหดเล็กลงจริงๆ ทุกอย่างเชื่อมโยงกันเป็นลูกโซ่ จากความตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน เราจะพบสาเหตุเช่น ไฟป่า การใช้น้ำมันจากภาคอุตสาหกรรม การใช้พลังงานของบ้านเรือน แสงอาทิตย์ส่องมายังโลก พื้นผิวดินร้อนขึ้นสะท้อนรังสีอินฟราเรดกลับไป การตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเช่น พายุ สึนามิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ความแห้งแล้ง โรคอุบัติใหม่(ซาร์ส ไข้หวัดนก อีโบล่า เอดส์ มาลาเรียสายพันธุ์ใหม่) โรคอุบัติซ้ำ(กาฬโรค)

ว่ากันว่า โลกเราอุณหภูมิเพิ่มขึ้น 1-2 องศา ฤดูร้อนยาวนานมากขึ้น แต่ไม่แล้ง
และหากเราพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำทะเล พายุ และอุณหภูมิ เมื่อวิเคราะห์กับพื้นที่ ยกตัวอย่าง อำเภอหาดใหญ่เป็นแอ่งกระทะ หากเราใช้เครื่องมือที่จะนำมาประยุกต์ใช้ คือ GIS นำข้อมูลต่างๆมาซ้อนทับกันแล้วแปรผล พร้อมกับมีการประเมินความเสี่ยง ประเมินกลุ่มผู้เปราะบาง

ข้อค้นพบที่น่าสนใจก็คือ ปริมาณน้ำฝน โดยเฉลี่ยจะสูงมากขึ้น น้ำทะเลเริ่มกัดเซาะ มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน เกิดปัญหาน้ำท่วม ขยะ และภัยพิบัติจากน้ำท่วม

• หาดใหญ่น้ำไหลจากทางทิศตะวันตก หากน้ำในอ่าวไทยสูงขึ้น มีโอกาสที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมมากขึ้น ปริมาณน้ำฝนในอีก 30 ปีข้างหน้า ฝนตกหนักขึ้น มีการผันผวนของการตกมากขึ้น หาดใหญ่มีความเสี่ยงด้านน้ำท่วมแน่ๆ

• การเกิดดินถล่ม ดูจากความลาดชัน ลักษณะของดิน เมือ่งหาดใหญ่ยังปลอดภัยแต่จะได้รับผลกระทบจากน้ำที่ไหลชะหน้าดินเข้าเมือง

• การเกิดหลุมยุบ โดยเฉพาะในส่วนที่มีหินปูน แต่หาดใหญ่ค่อนข้างปลอดภัย
• การจัดระบบการขนส่ง สัญจร ความช่วยเหลือประชากรกลุ่มเปราะบางได้อย่างไร
• หาดใหญ่เป็นพื้นที่เพาะพันธุ์ยุง
• อาคารที่อยู่ในที่ต่ำจะจมน้ำ
• ภัยแล้ง แนวโน้มอากาศร้อนมากขึ้น

ดร.ปาริชาติ วิสุทธิสมาจาร นำคณะศึกษาเสนอพื้นที่เสี่ยงและกลุ่มเปราะบางในอำเภอหาดใหญ่ โดยสรุปคือ อุณหภูมิสูงขึ้น น้ำฝนมากขึ้น โดยศึกษาผลกระทบจากสภาพอากาศ 3 ด้าน ได้แก่ จากน้ำท่วม จากการท่องเที่ยว และความมั่นคงด้านอาหาร โดยมีพื้นที่เสี่ยงที่สุด คือ ต.คลองแห ต.คูเต่า ต.ควนลัง ต.พะตง รองลงมา คือ ต.คลองอู่ตะเภา ต.คอหงส์

• กลุ่มเปราะบางในพื้นที่เสี่ยง คือ ผู้สูงอายุและเด็ก ที่อาศัยในบ้าน

• ปัญหาอื่นๆคือ การรุกล้ำของน้ำเค็ม น้ำหน้าแล้งไม่พอ มลพิษทางน้ำ ระบบพลังงาน และสุขภาพ

• การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการใช้น้ำหากมีน้ำน้อย หรือน้ำท่วม

• ความมั่นคงทางด้านอาหาร แรงงานภาคเกษตรกระจายอยู่รอบนอก อาหารในท้องถิ่นมีน้อย

• ความเปราะบางของชุมชน คือ ความตระหนักอันเกิดจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่รู้ทางเลือก ด้านเทคนิคที่จะปรับตัวรับการพัฒนา เรื่องทรัพยากร และการจัดการ

ผอ.ดิเรกฤทธิ์ ทวะกาญจน์ จากเทศบาลนครหาดใหญ่ นำเสนอข้อมูลจากประสบการณ์ตรงของการทำงาน ว่าปริมาณน้ำหากเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เฉลี่ย 2400 มม. แม้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก ประมาณ 4-500 มม. แต่จำนวนวันในการตกน้อยลง (สรุปคือปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น น้ำไหลเร็วขึ้น)
• ค่าระดับน้ำท่วม จะมีมากกว่าน้ำท่วม ปี 43 แน่นอน
• สรุปสาเหตุน้ำท่วม มาจากฝนในพื้นที่ตกหนัก มีปริมาณฝนตกหนักมากกว่าปกติ หรือมีการตกแช่อยู่เป็นเวลานาน

• จากการนำเสนอการประเมินความเสี่ยงทางด้านกายภาพ ข้อมูลประชากรกลุ่มเสี่ยง นำมาสังเคราะห์ร่วมกันมีข้อเสนอเพื่อแก้ปัญหาของนักวิชาการจาก ม.เกษตร โดยใช้มาตรการที่ใช้สิ่งก่อสร้าง และไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง

• โดยแบ่งพื้นที่ 3 ส่วน คือ ส่วนถนนหลวง 43 (อ.สะเดา) ให้มีการก่อสร้างพื้นที่ปิดล้อม ปรับปรุงพื้นที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ สร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม
• โซนระหว่างทางหลวง 43,44 (ละแวกอ.นาหม่อม) ทำคันกันน้ำปิดล้อมพื้นที่ สร้างคลองระบายน้ำ ร.1 ขุดลอกคลองอู่ตะเภา สร้างอ่างเก็บน้ำคลองต่ำ อ่างเก็บน้ำโตนงาช้าง ปรับปรุงพื้นที่น้ำท่วมถึงธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำคลองหวะและพรุพลีควาย
• โซนถนนทางหลวง 414 ลพบุรีราเมศวร์ถึงทะเลสาบสงขลา จะมีการขุดลอกคลองธรรมชาติ สร้างคลอง ร.3 และ ร.4

ที่ ว่ามานั้นเป็นการพยากรณ์ จะเรียกว่า ช่วยกันเป็น "หมอดู" พยากรณ์สิ่งที่จะเกิดในอนาคต นำข้อมูลทั้งหมดมาซ้อนทับกันแล้วพิจารณาอีกครั้ง
และครั้นมาดูระบบการบริหารจัดการน้ำท่วมของจังหวัดสงขลาที่มีอยู่ เราพบข้อมูลที่น่าสนใจได้แก่

กลไกการจัดการ หน่วยงานปภ.เล่าว่ามีตั้งแต่ระดับชาติ โดยที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)มีแผนตั้งแต่ระดับชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีแผนระดับจังหวัด เป็นแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกประเภท
แผนดังกล่าวจัดกลุ่มงานออกเป็น 3 ขั้นตอนได้แก่

1.ขั้นตอนก่อนเกิดปัญหา ได้มีการสร้างเครือข่ายชุมชนโดยเฉพาะในท้องถิ่น จะมีอปท.เลือกคนมาให้ปภ.อบรม ได้แก่ ชุด อพปร. ทีมกู้ภัย(ทำหน้าที่ช่วยเหลือก่อนส่งรพ.1ตำบล 1 ทีมกู้ภัย) ทีมเตือนภัย เครือข่ายดังกล่าวมีทุกตำบล โดยมีอปท.ดูแล

2.ขณะเกิด แต่ละจังหวัดจะมีศูนย์วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ โดยมีปชส.จังหวัดทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ จังหวัดมีงบ 50 ล้านบาท จัดแบ่งให้อำเภอละ 1 ล้านบาท ใช้แก้ปัญหาภายใน 3 วัน และมีคณะกรรมการระดับจังหวัด(กชปจ.)/อำเภอ(กชปอ.)อนุมัติการใช้งบประมาณ หากเกิดปัญหาแล้วงบไม่พอสามารถขอไปที่สำนักนายกฯได้อีก ทั้งนี้เพื่อให้การสั่งการมีประสิทธิภาพ จะให้แต่ละระดับจากท้องถิ่นมาที่อำเภอและจังหวัดจะมีการสั่งการโดยคนๆเดียว

3.หลังเกิดเหตุ จะให้ความช่วยเหลือ/ฟื้นฟูผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยทำงานมาจากท้องถิ่นมาสู่อำเภอไปถึงจังหวัด ให้ใช้งบปกติของหน่วยงาน

ปัญหาของหน่วยงานที่พบและต้องการปรับแก้ นั่นคือข้อมูลการเกิดน้ำท่วมมาช้า/ไม่ชัดเจน มาจากการแจ้งเหตุล่าช้า พื้นที่ไม่สามารถสำรวจปัญหาได้ นอกจากนั้นยังพบว่าท้องถิ่นไม่มีอุปกรณ์รองรับ มีเรือกู้ภัยที่เหมาะสมกับพื้นที่ ฯลฯและพบการช่วยเหลือซ้ำซ้อน มีช่องว่างของกฏหมาย/ระเบียบ อาจใช้งบไม่ตรงกับวัตถุประสงค์

อีกทั้งขั้นตอน/วิธีการตามแผนไม่ได้รับการปฎิบัติจากผู้บริหารท้องถิ่น ถือว่าเป็นงานฝาก ท้องถิ่นเองไม่ได้เตรียมงบฉุกเฉินรองรับเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม

ข้อเสนอ อยากให้มีการบริหารจัดการเครือข่ายที่มี ได้แก่ ผู้บริหาร เครือข่ายกู้ภัย

ในส่วนของท้องถิ่นที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบสำคัญในพื้นที่ ปัญหาที่พบได้แก่ เรือกู้ภัยที่ใช้งานกับพื้นที่เพื่อบริการอาหาร/ขนส่ง ไม่สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต ที่สำคัญชาวบ้านไม่เชื่อข้อมูลการเตือนภัย แม้ว่าจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า
ข้อเสนอ ทำให้ชาวบ้านเชื่อข้อมูลที่เตือนภัย

กรมอุตุนิยมวิทยา สะท้อนมุมมองในความเป็นจริงการพยากรณ์อากาศบอกได้แค่แนวโน้มหรือโมเดลของการเกิด ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ เช่นในกรณีขาดข้อมูลรองรับ หรือขึ้นอยู่กับความชำนาญการของบุคลากรในขณะทำงานนั้นๆ โดยสรุปคือทางกรมฯจะพิจารณาข้อมูลจากแผนที่/โมเดล/ประสบการณ์ฯลฯ

ปัญหาที่พบ คือ ข้อมูลที่สื่อสารออกไปโดยผู้ที่เกี่ยวข้อง(ที่มิใช่เจ้าหน้าที่ของกรมอุตุฯ)ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ

ขณะเกิดเหตุมีข่าวลือจากหลายแหล่ง บางครั้งพยากรณ์ส่วนกลางและพื้นที่ไม่ตรงกัน ในพื้นที่มีเครือข่ายประชาสัมพันธ์จากหลายแหล่ง เช่น วิทยุสมัครเล่น/วิทยุเอกชน/วิทยุชุมชน
หากจะมีการแก้ไข กิจกรรมที่เราควรจะให้ความสำคัญ ได้แก่

1.สร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายทำให้ชาวบ้านเชื่อข้อมูลที่เตือนภัย ด้วยการสังเคราะห์บทเรียนการเกิดน้ำท่วม จากการเตือนภัย/ความเสียหาย/การเชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงาน รวมไปถึงตัวชี้วัด(ทั้งวิทยาศาสตร์/พฤติกรรมของสัตว์)/รูปแบบของน้ำท่วม ฯลฯ นำมาสู่การสร้างความรู้ เช่น หลักสูตรหรือคู่มือการแก้ปัญหาน้ำท่วม
จากนั้นทำให้ชุมชนมีความเชื่อในข้อมูล ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูล ระบบโทรมาตรของชลประทานและเทศบาล

พัฒนาระบบข้อมูล โดยมีศูนย์ระดับจังหวัดรับผิดชอบ ใช้โปรแกรมพัฒนาระบบข้อมูลกลางของจังหวัด/ท้องถิ่น มีการสื่อสารด้วยภาพ/แผนที่/ทีวี./วงจรปิด สามารถใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางสื่อสาร และมีหลายช่องทางในการเข้าถึง

2.สร้างเครือข่ายการเตือนภัย ได้แก่ วิทยุสมัครเล่น ครือข่ายสื่อวิทยุกระแสหลัก เครือข่ายโทรมาตร มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ กับประชาชน มีการอธิบายศัพท์เฉพาะทางเทคนิคที่ควรรับรู้ ใช้ภาษาง่ายๆ หรือให้มีเสียงตามสาย

มีการบริหารจัดการเครือข่ายที่มี ได้แก่ ผู้บริหารเครือข่ายเมือง โดยจัดให้มีแผน/ความรู้ เครือข่ายเตือนภัย (ในความรับผิดชอบของปภ./กรมทรัพย์น้ำ/ภาคประชาชน) เครือข่ายกู้ภัย ฝ่ายสนับสนุนที่มีการเตรียมความพร้อมในส่วนของอุปกรณ์ การจัดศูนย์อพยพ อาหาร ฯลฯ นอกจากนั้นก็มีฝ่ายป้องกัน ฝ่ายติดตามวิเคราะห์สถานการณ์ ฝ่ายสื่อสาร
มีการพัฒนาศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
สร้างเครือข่ายท้องถิ่นระดับอำเภอ/ใกล้เคียง

3. ผลักดันในเชิงนโยบายสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหาในเชิงระบบต่อไป เช่น ศึกษาระบบการป้องกันหาดใหญ่และเครือข่าย ปรับผังเมือง

พลเมืองทั้งหลาย เราน่าจะมาช่วยกันเป็น "หมอดู" อาศัียข้อมูลที่ว่ามา พยากรณ์เหตุน้ำท่วมและลองหาทางแก้ไขบ้างก็ดีนะครับ

โดย kai (ip:112...104)  เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2553 17:42:01 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 4062 ครั้ง ความคิดเห็น 1 รายการ ล่าสุดเมื่อ 29 มิถุนายน 53 19:08:41
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
 

จาก hhj(ip:119...66)  เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2553 19:08:41 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
ข่าวสาร (315)
ทั่วไป (59)
เมืองน่าอยู่ (60)
ขยะ! ขยะ! ขยะ! (18)
สิ่งแวดล้อม (132)
น้ำ (44)
โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา (2)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 26 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7951942 person(s) and 26592884 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation