รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Topic
จากมาบตาพุดมาถึงสงขลา : ควรมีท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่
ข่าวสาร >> สิ่งแวดล้อม (บทความ)
click to view full image (photo size 108977 byte(s) : 413 x 500 pixel)
มีกระแสข่าวมานานแล้วว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมที่มาบตาพุดจำเป็นต้องหาพื้นที่ใหม่รองรับโจทย์ก็คือ เราจะหาความเหมาะสมที่ใดรองรับ ท่ามกลางกระแสการคัดค้านในพื้นที่ซึ่งตกเป็นข่าว แน่นอนว่าในการณ์นี้ภาคใต้น่าจะเป็นเป้าหมายของรัฐบาลที่กำลังให้ความสนใจ

ขณะเดียวกัน การพัฒนาในลักษณะกลุ่มพื้นที่ ทำให้ท่าเรือน้ำลึกปากบาราจังหวัดสตูลกับท่าเรือแห่งใหม่ของสงขลา อยู่ในความสนใจของคนจำนวนมาก ในขณะที่อำเภอจะนะจังหวัดสงขลาเองมีท่อก๊าซรองรับอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่จะมีข่าวอยู่เสมอว่าอย่างไรเสียอุตสาหกรรมที่จะใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติจะต้องตามมา ไม่ช้าก็เร็ว

เมื่อเร็วๆนี้ ผมกับพรรคพวกมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนกับนักวิชาการ ในเรื่องความเหมาะสมในการตั้งท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรม และศึกษาผลกระทบในด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากเกิดท่าเรือหรือนิคมฯ ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

• จะนะ (บริเวณตำบลตลิ่งชัน) มีพื้นที่สาธารณะ 600 ไร่ มีร่องน้ำลึก เป็นเวิ้งเขา หากมีนิคมอุตสาหกรรม(เมืองใหม่)หรือท่าเรือน้ำลึก จะควบคุมการขยายตัวได้ง่าย บทเรียนจากมาบตาพุด ทางการไม่สามารถจำกัดการขยายตัวของการพัฒนาหรือการเข้ามาสร้างอาคารบ้านเรือนของประชาชนในเขตนิคมอุตสาหกรรมที่จำกัดไว้ในงานผังเมือง

• ปัญหาหลักที่จะตามมา คือขาดทรัพยากรน้ำ ไม่มีแหล่งน้ำศักยภาพ สำหรับรองรับการใช้ประโยชน์ของคนในเมืองใหม่จำนวนไม่ต่ำกว่า 400,000 คน เท่ากับต้องใช้น้ำ 80,000 คิว และรองรับอุตสาหกรรมอีก 20,000 คิว และขาดแคลนแรงงานผีมือ สงขลามีคนว่างงานจำนวน 10,000 กว่าคน แต่เป็นแรงงานภาคการเกษตร ทักษะฝีมือต่ำ การศึกษาระดับ ม.3

• บทเรียนจากการจ้างงานในนิคมอุตสาหกรรม แรงงานส่วนใหญ่ปัจจุบันเป็นแรงงานต่างด้าว(พม่า/มอญ)ไม่ใช่แรงงานในพื้นที่ การทำนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่จะประสบปัญหาด้านแรงงาน

• ด้านสาธารณูปโภค ไฟฟ้า จะต้องเพิ่มโรงผลิตไฟฟ้า ซึ่งล้วนต้องการแรงงานที่มีทักษะ ความเชี่ยวชาญชั้นสูง

• กรณีการลงทุนอุตสาหกรรม หากเป็นประเภทปิโตรเคมี จำเป็นต้องมีแรงงานฝีมือและแรงงานทั่วไปประมาณ 430,000 คน มูลค่าการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เราสามารถผลิตบัณฑิตในพื้นที่เพื่อป้อนให้กับนิคมได้ประมาณ 30,000 คน รวมถึงแรงงานในพื้นที่ได้ประมาณ 100,000 คน เท่ากับว่าเราจะมีแรงงานจากต่างถิ่นเข้ามาอยู่ในพื้นที่อีก 300,000 คน

• กรณีมิใช่ปิโตรเคมี แต่เป็นยางพารา มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากไม่สามารถทำได้ครบวงจรและความพร้อมส่วนใหญ่อยู่ที่อ.สะเดา เราเองมีปัญหาการวิจัยและพัฒนา ไม่มีเทคโนโลยีชั้นสูง หากเปรียบกับสิงคโปร์แล้วแข่งขันได้ยาก ยางพาราไม่เหมาะ

• กรณีเป็นอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ภาคเอกชนเสนอว่าสนใจที่ทำในขนาดเล็ก โรงงานกับพื้นที่ปลูกไม่ควรห่างกันเกิน 30 กม. หากจะทำจำเป็นต้องพัฒยายกระดับไปสู่ผลิตภัณฑ์จำพวกเนยเทียม สบู่ ฯลฯ การผลิตของเราก็สู้มาเลย์เซียไม่ได้

• กรณีท่าเรือน้ำลึก ก็ยังมีปัญหาขาดความพร้อมในอีกหลายด้าน โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องมีถึง 2 ล้านตัน/ปี

ผลกระทบ
• อัตตราแพทย์ต่อจำนวนประชากร ปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ที่ 1 คนต่อประชากร 1,500 คน ที่อ.จะนะ ปัจจุบันมีประชากร 6,900 คน เท่ากับยังขาดแคลนแพทย์อีก 7คน ขณะที่อ.เมือง มีแพทย์ 1 คนดูแลประชากร 2,000 คน และที่ อ.หาดใหญ่ มีแพทย์ 1 คนต่อประชากร 500 คน
• ด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะนะ มีการทำประมงพื้นบ้าน
• ด้านสังคม : ความยากจน ที่จะนะ จาการสำรวจข้อมูลที่มี พบว่าชาวบ้านที่ถือครองที่ดินมีน้อยกว่าผู้ที่เข้าไปเช่าที่ดิน หากมีนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มคนเหล่านี้จะเป็นกลุ่มเสี่ยงทีได้รับผลกระทบทันที

ประเด็นแลกเปลี่ยน
• การบริหารจัดการน้ำ ประเทศมาเลย์เซียมีการจัดการน้ำที่ดี สามารถรองรับน้ำฝนที่ตกลงสู่ผิวโลกกักเก็บไว้ใช้ได้ดีกว่าประเทศไทยมาก ที่จัดเก็บได้เพียง 10% เท่านั้น ขณะเดียวกันก็มีแนวคิดรีไซเคิลนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก

• กรณีท่าเรือน้ำลึก มีข้อเสนอทางเลือกให้ทุบทิ้งท่าเรือสงขลา อันเนื่องจากผลกระทบเชิงนิเวศน์ มาสร้างที่ใหม่ แล้วเชื่อมต่อแลนด์บริดจ์กับมาเลย์เซียที่ด่านประกอบ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างประเทศมาเลย์เซียและไทย แทนที่จะเน้นการสร้างท่าเรือเชื่อมโยงระหว่างสตูลกับสงขลาที่มีความเป็นไปได้น้อย

• อุตาสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ เรายังขาดแคลนวัตถุดิบ ปลายังต้องนำเข้าจากพม่า
• รัฐบาลมีความจริงใจแค่ไหนในการพัฒนา ที่อยู่บนฐานความยั่งยืน มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ โดยมิได้ตั้งธงหรือแสวงหาผลประโยชน์เข้ากระเป๋านักการเมือง

• การตั้งโจทย์วิจัยควรเริ่มจากคำถามที่ว่า ภาคใต้หรือสงขลาควรมีจุดหมายการพัฒนาที่เหมาะสม สมดุล สอดคล้องกับศักยภาพและมีความยั่งยืนอย่างไร เพื่อกำหนดภาพอนาคตร่วมกันของทุกฝ่าย หรือควรถามด้วยว่าควรมีนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่ ก่อนที่จะถามว่านิคมอุตสาหกรรมควรจะทำอะไร(ภายใต้จุดเชื่อมโยงว่ามีท่อก๊าซรองรับอยู่แล้ว)

• การใช้ประโยชน์ก๊าซธรรมชาติ ภาคเอกชนหรือประชาชนสงขลาได้ใช้ประโยชน์น้อยมาก ทั้งที่มีความต้องการใช้แทนเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมที่มีอยู่ แต่ปตท.ไม่มีการจัดการรองรับความต้องการ...นิคมหรือท่าเรือน้ำลึกก็เช่นกัน ทำอย่างไรที่จะให้คนสงขลาจำนวนมากเข้าถึงและได้ใช้ประโยชน์ หาใช่ทุนการเมือง ทุนต่างชาติ ทุนใหญ่ไม่กี่คนได้ประโยชน์

• หากจำเป็นจะต้องมีนิคมอุตสาหกรรมจริง เราจะมีแนวทางบริหารจัดการไม่ให้เกิดปัญหาได้อย่างไร มีระบบการจัดการที่ดี ไม่ก่อให้เกิดปัญหาเช่นที่มาบตาพุด มีข้อเสนอว่า ควรมีองค์กรการบริหารจัดการนิคมฯที่มาจากทุกภาคส่วน มีการควบคุมด้วยมาตรการผังเมือง จำกัดการสร้างอาคารในพื้นที่ 5 กม.ไม่มีบ้านคน แต่จะไปกระทบสิทธิ์ของพลเมืองที่อยู่ดั้งเดิมบางส่วน

• จะมีการดูแลกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มประมงพื้นบ้าน เกษตรกร คนว่างงาน คนไร้ที่ดิน กลุ่มคนยากจนเหล่านี้อย่างไร จะมีการยกระดับเตรียมคนสู่ระบบนิคมอุตสาหกรรมก่อนหรือไม่ สถาบันการศึกษาเตรียมหลักสูตรในการพัฒนาคนรองรับงานในอนาคตให้กับเยาวชนในพื้นที่ได้หรือไม่

• ข้อกังวลที่มี เช่น การจัดหาวัตถุดิบระยะยาว มาตรการกำจัดขยะ ของเสีย ผลกระทบการท่องเที่ยว ผลกระทบเชิงนิเวศน์กรณีการกัดเซาะชายฝั่ง ผลกระทบด้านสุขภาพ ผลกระทบด้านสังคมจากกรณีมีแรงงานต่างถิ่นเข้ามาอยู่จำนวนมาก

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพูดคุย แน่นอนว่าปัญหาการพัฒนาในอนาคตกำลังรอเราหาข้อสรุปอยู่ ในท่ามกลางความกังวลใจจากประสบการณ์ที่ผ่านมา รัฐยังไม่เคยพิสูจน์ให้เห็นแนวทางพัฒนาที่จะมุ่งตอบสนองชุมชนหรือประชาชนอย่างจริงใจ

นี้ย่อมเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต้องลุกขึ้นมาจัดการทรัพยากรและกำหนดทิศทางการพัฒนา โดยไม่ต้องเฝ้ารอและร้องขอใคร ภาคประชาสังคมจังหวัดสงขลาเองจึงควรมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกการพัฒนาในอนาคต

โดยข้อมูลที่ควรจะทำก็มี 4 ประเภทได้แก่ ข้อมูลทางราชการ ข้อมูลที่ช่วยกันเก็บ เช่น ความรู้ที่อยู่ในตัวคน ข้อมูลที่ยังไม่มีใครทำ และข้อมูลที่เราทำเอง

ใช้ความรู้มาช่วยในการตัดสินใจ ดีกว่าจะปล่อยให้ความเห็นนำสร้างอารมณ์เดือดพล่านไม่พอใจของผู้คนและพากันไปลงเอยที่ความขัดแย้งบนท้องถนนดังที่เคยประสบมา.

โดย kai (ip:112...104)  เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2553 17:39:07 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 4382 ครั้ง
 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
ข่าวสาร (315)
ทั่วไป (59)
เมืองน่าอยู่ (60)
ขยะ! ขยะ! ขยะ! (18)
สิ่งแวดล้อม (132)
น้ำ (44)
โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา (2)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 26 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7951941 person(s) and 26592845 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation