รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา
รายงานการประชุมเวทีกลางเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา
ข่าวสาร >> โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา (บทความ)

click to view full image (photo size 26370 byte(s) : 400 x 300 pixel)

รายงานการประชุมเวทีกลางประจำปี 2549 ของเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา โดยการสนับสนุนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เป็นการจัดประชุมเพื่อประมวลหาแนวทางแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา โดยใช้มาตรการทางผังเมือง ร่วมกับการพัฒนาในเชิงโครงข่ายคมนาคม มีขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2549 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ห้องสัมมนา คณะวิทยาศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 150 คน

รายงานการประชุมเวทีกลางเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา

วันที่ 9 กันยายน 2549 เวลา 09.00 – 16.00 น.
ณ ห้องสัมมนา คณะวิทยาศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
ผู้เข้าร่วม จำนวน 150 คน

บันทึกการประชุม
• 09.00 – 09.30 น. พิธีเปิด
คุณประโชติ อินทร์ถาวร ในฐานะประธานเครือข่าย ชี้แจงวัตถุประสงค์ ที่ต้องการให้เครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภามีกิจกรรมแก้ปัญหาในลุ่มน้ำอย่างต่อเนื่อง และจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในหลายๆประเด็น

ช่วงต่อมาเป็นการกล่าวต้อนรับโดย ดร.ไพบูลย์ นวลนิล รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะวิทยาศาสตร์ มอ.หาดใหญ่ โดยท่านกล่าวว่ามีความยินดีที่ได้มาร่วม และที่ผ่านมาได้ตระหนักถึงปัญหาของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภามาโดยตลอด ในความเห็นของท่าน ปัญหาต่างๆที่เกิดมาจากองค์ประกอบได้แก่ 1. การพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งทางเกษตร อุตสาหกรรม และคมนาคม ที่ส่งผลกระทบถึงกันและกัน ทำให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติเสียหาย 2.การเจริญเติบโตของชุมชน ที่ต้องการใช้ทรัพยากรมากขึ้นจนทำให้เสียสมดุล3.การขาดจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและคนที่อยู่ในสังคมควรไม่เบียดเบียนกันและกัน

ดร.ไพบูลย์ ได้ยกตัวอย่างประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ชาวบ้านมีจิตสำนึกร่วมกันดูแลธรรมชาติ ทำให้สภาพน้ำมีคุณภาพที่ดี
คุณชิต บรรลือศิลป์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ในฐานะองค์กรร่วมดำเนินการ กล่าวถึงการอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา เรื่องผังเมือง เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งหมดเป็นเรื่องสำคัญทั้งสิ้นที่จะร่วมกำหนดอนาคตทิศทางของจังหวัด ซึ่งยังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ อันสืบเนื่องมาจากการมีส่วนร่วมจากภาคสังคม ภาคเอกชน ยังทำได้ยากอยู่
การมาประชุมในเรื่องที่ทำได้ยากเช่นนี้ การมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องมีมากขึ้นในอนาคต อยากฝากองค์กรต่างๆให้ได้ใช้งบในการประชาสัมพันธ์เพื่อชักชวนคนมาร่วมให้มากกว่านี้

คุณชิตสนับสนุนการประชุมที่ได้แบ่งกลุ่มอำเภอต่างๆ ของงานผังเมืองรวม ซึ่งได้อาศัยเวทีของเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา มารับฟังความเห็นในครั้งนี้ และได้รับการมีส่วนร่วมมากขึ้น การที่ผู้เข้าร่วมเสียสละเวลามาร่วมเวทีถือได้ว่าเป็นบุคคลที่มีจิตสำนึก

ในความเห็นของคุณชิต ระบุว่าหาดใหญ่มีความคล้ายคลึงกับเมืองเชียงใหม่ ทั้งสภาพภูมิประเทศ สถาบันการศึกษา แหล่งน้ำสำคัญที่ไหลผ่านเมือง ทั้งสองแห่งมีปัญหาในด้านการขาดการวางผังเมืองในระยะยาว ขณะที่ชุมชนขาดจิตสำนึก จึงรู้สึกชื่นชมที่ได้เห็นภาคประชาชนเข้ามาร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาของตน

คุณชิตได้ยกตัวอย่างเมืองเชียงใหม่ ว่านักธุรกิจจะมองหาโอกาสในการลงทุน ใช้เส้นสายทางการเมืองดึงถนนเข้าไป มีการนำทรัพยากรไปใช้ประโยชน์อย่างไร้ทิศทาง ทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองสำลักเงินและสำลักน้ำ

ขณะที่หาดใหญ่มีปัญหาม็อบ จากกรณีจะมีการคืนหอนาฬิกาให้กับชุมชน ทางเทศบาลอ้างความเห็นชอบจากประชาชนไปพัฒนาหอนาฬิกา ซึ่งยังขาดการมีส่วนร่วม จึงขอฝากไว้พร้อมกับเรื่องกลิ่นเหม็นจากโรงงานริมถนนกาญจนวนิช ที่มีการร้องเรียนบ่อยครั้ง

การทำงานด้านผังเมืองจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ สามารถมองอนาคต ผู้เข้าร่วมเองจะต้องมีจิตสำนึกสาธารณะ มองเห็นการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาจังหวัด และคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างได้สมดุล

คุณแกล้ว ห้าวหาญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองหอยโข่ง ในฐานะองค์กรท้องถิ่นที่มาร่วมงานในเวทีภาคประชาชนสม่ำเสมอ ได้กล่าวถึงความรับผิดชอบขององค์กรที่จะต้องเป็นด่านแรกรับปัญหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มีหลายที่หลายแห่งที่มีจิตสำนึก แต่ก็มีอีกหลายที่คำนึงถึงผลประโยชน์เป็นหลัก

ในการแก้ปัญหาจิตสำนึกยังสู้มาตรการทางกฎหมายไม่ได้ ขณะที่อดีตลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภามีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นทั้งอู่ข้าวอู่น้ำ แต่ปัจจุบันปลาจากคลองอู่ตะเภาไม่มีใครกล้ารับประทาน

คุณแกล้วฝากถึงนักเรียนนักศึกษาที่ต้องรับลูกอย่างต่อเนื่องในการอนุรักษ์ และฝากไปถึงผู้ที่สร้างมลพิษในคลองอู่ตะเภา โดยเฉพาะกรณีมีปลาตายแล้วมีคนไปจับมาขาย การสร้างจิตสำนึกจึงเป็นเรื่องของทุกภาคส่วนที่จะเข้ามามีส่วนร่วม
แม่น้ำอู่ตะเภาไหลผ่านจากเขาวังพาไปถึงลุ่มน้ำทะเลสาบ สร้างอาชีพให้กับคนทั้งสองฟากคลอง การสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ด้านหนึ่งได้ทำลายอาชีพของคนที่อาศัยประโยชน์จากลำคลอง อย่างกรณีที่ปลาตาย เกิดจากปัญหาโรงงานแน่นอนไม่ใช่น้ำจากชุมชน อยากถามว่าทำไมโรงงานจึงต้องมาสร้างริมคลอง

คุณแกล้วฝากให้มีมาตรการทางกฎหมายและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผลักดันให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

อ.พิชัย ศรีใส ตัวแทนภาคประชาชน ได้กล่าวถึงแนวโน้มกลุ่มคนตลอดสายน้ำที่มีเครือข่ายมากขึ้น ทั้งภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ทั้งนี้เวทีวันนี้จะมีการพูดคุยใน 3 เรื่อง ได้แก่ แนวทางแก้ปัญหาคลองอู่ตะเภา การมาพูดคุยเรื่องกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการวางผังคมนาคมเพื่อเชื่อมโยงสินค้าไปสู่การบริโภค

• 09.30 – 10.00 น. จุดประกาย ผังเมืองกับการพัฒนาประเทศสิงคโปร์โดยตัวแทนสถาปนิก
ตัวแทนสถาปนิก : (ฉายภาพประกอบการนำเสนอ ภาพแรกเป็นภาพสำนักงานของหน่วยงานดูแลผังเมืองประเทศ) ประเทศสิงคโปร์มีหน่วยงานเฉพาะในการดูแลงานผังเมือง จัดการกับเมืองของตนเองได้ มีชื่อย่อว่า URA มีสำนักงานอยู่กลางเมือง สามารถนำเสนอแนวคิดให้กับประชาชนเข้าใจได้ง่าย มีการจัดนิทรรศการ ให้ข้อมูลทุกอย่างกับภาคประชาชน

ปัญหาของเมือง ยังมีการมองอย่างที่คนมอง เป็นมิติการมองที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ มิใช่เป็นการมองในเชิงมุมสูงที่มองลงมาเป็นภาพรวมได้

สิงคโปร์มองเห็นความสำคัญในการจัดการแม่น้ำที่เป็นเส้นเลือดใหญ่เป็นอย่างมาก การจัดการของสิงคโปร์สามารถเป็นบทเรียนให้กับลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาได้ดี

หากดูประวัติศาสตร์ เกาะสิงคโปร์เดิมเป็นเพียงที่สันดอน มีสัตว์ป่าไม่มีคนอาศัย ต่อมาพัฒนาขึ้นจากการเป็นแหล่งการค้า
เมืองสิงคโปร์มีจุดที่น่าสนใจคือเป็นทั้งเกาะทั้งประเทศและเป็นทั้งเมือง มีการตัดสินใจในเชิงนโยบายที่รวดเร็ว ต่างจากประเทศไทยที่มีจุดเชื่อมโยงค่อนข้างยาว

ประมาณปี 2409 เริ่มเป็นเมืองท่าหลัก เริ่มต้นสร้างจากที่ไม่มีอะไร จนเริ่มมีการค้าทางเรือ มีการค้าฝิ่น เริ่มมีสร้างอาคาร มีการค้า จนมาถึงจุดหนึ่งมีการเติบโตเป็นดอกเห็ด มีการย้ายถิ่นฐานของคนต่างถิ่น

ประมาณปี 2500 จะเริ่มมีการสร้างชาติ ทำแผนแม่บทของชาติ โดยได้พี่เลี้ยงที่ดีได้แก่ UN ปูพื้นฐานให้สิงคโปร์มาตลอด
ประมาณปี 2508 สิงคโปร์ได้รับอิสรภาพ เริ่มพัฒนาประเทศเอง จะเห็นได้ว่าสิงคโปร์มีอายุเพียง 41 ปีเท่านั้น มีการสร้างเกาะเซนโตซ่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

สิงคโปร์มีทำเลที่ดี เป็นสิงโตแห่งมหาสมุทรจริงๆ การพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จะต้องเดินควบคู่กัน พัฒนาไปด้วยกัน

คนที่นี่มีสำนึกความเป็นชนชาติที่สูงมาก

สิงคโปร์เริ่มต้นจากโครงสร้างเมืองก่อน แล้วพูดถึงธรรมชาติ และคน

สิงคโปร์สามารถผลิตสินค้าโดยใช้เทคโนโลยีมีมูลค่าสูง ปัจจุบันเน้นด้านนาโนเทคโนโลยี มีการกำหนดโซนนิ่งที่ชัดเจน กำหนดโซนอุตสาหกรรมที่ชัดเจน มีจุดศูนย์กลางเมือง และมีท่าเรือระดับโลกที่พัฒนาในด้านโลจิสติกส์ โดยภาพรวมมีความหลากหลายทางผังเมืองมาก

ในสำนักงานที่รับผิดชอบงานผังเมือง จะมีนิทรรศการนำเสนอให้ประชาชนได้มาเรียนรู้เพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน มีการสร้างหุ่นจำลองในสเกลที่แตกต่างกัน 3 ระดับ มีการศึกษาเปรียบเทียบกับเมืองอื่นๆทั่วโลก และมีการประเมินผลความต้องการของคนที่มาชมนิทรรศการทุกวัน

สิงคโปร์สามารถประสานความเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน

เนื่องจากเป็นชาติเกิดใหม่ จึงได้สร้างวัฒนธรรมของตนขึ้น อนุรักษ์ตึกเก่าแล้วนำกิจกรรมเข้าไป การพัฒนาแหล่งน้ำก็เช่นกัน ทำอย่างไรให้คนได้ใช้ประโยชน์ เริ่มจากมีลาน มีสถานที่ให้คนได้มาสัมผัส แผนพัฒนาจะตามมา

ตรงจุดตำแหน่งสำคัญโดยเฉพาะริมน้ำ จะมีการสร้างกิจกรรม นำวัฒนธรรมไปรองรับ และมีจุดกันชน

• 10.00 – 10.15 น. พัก รับประทานอาหารว่าง

• 10.15 – 12.00 น. นำเสนอผลการศึกษาผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา
อ.พิชัย ศรีใส ได้กล่าวถึงต้นน้ำที่สำคัญมาก ปัจจุบันมีความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์สูง มาถึงกลางน้ำเรามีนิคมอุตสาหกรรมที่ฉลุงลงทุนไว้มากแต่ไม่มีการใช้ประโยชน์ นิคมอุตสาหกรรมจริงกลับมาอยู่ที่แนวคลองอู่ตะเภา ซึ่งอดีตมีความอุดมสมบูรณ์มาก เคยมีปลาทกตัวเท่าคน มีปลากรด ปลาท่องเที่ยว เหล่านี้ร่อยหลอลงไป

ก่อนนี้คลองเคยอยู่หน้าบ้านแต่ปัจจุบันเราหันหลังให้คลอง ทั้งที่เราใช้น้ำประปาที่มีน้ำดิบจากคลองอู่ตะเภา
คุณสิทธิศักดิ์ ตันมงคล กล่าวถึงแนวคิดการนำผังเมืองมาใช้เป็นเครื่องมือชี้นำการพัฒนา เสริมกับโครงสร้างการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น ขณะที่พื้นที่เราเริ่มมีการบูรณาการกันมากขึ้น

การจัดการปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ หากดูกรอบการทำงานเชิงเครือข่าย เรื่องจิตสำนึกก็ยังไม่เพียงพอ อาจต้องใช้มาตรการทางกฎหมายเข้ามาจัดการปัญหาได้ งานผังเมืองก็เช่นกัน สามารถนำมากำหนดแนวทางพัฒนาและควบคุมปัญหาไม่ให้ลุกลามได้

มาตรการผังเมืองนี้ท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ได้ โดยเฉพาะปัจจุบันที่ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดการผังเมืองของตนเองได้แล้ว
งานผังเมืองของประเทศไทยของเรายังต่างจากสิงคโปร์ ที่ขาดทิศทางร่วมกันในการพัฒนา หากเราไม่มีแผนงาน ทิศทาง ผังการพัฒนาไว้ ก็จะไม่มีอะไรมารองรับการพัฒนาในอนาคตได้

ตัวเลขของจังหวัดเรามีศักยภาพด้านการเกษตรมาก ทำอย่างไรที่จะพัฒนาต่อยอดได้ มีการรวบรวมพื้นที่หมู่บ้านหรือตำบลใดที่สามารถบอกได้ว่าเป็นแหล่งอาหารต่างๆ ทำได้หรือไม่

การพัฒนาก็เช่นกัน สร้างโอกาสให้ทุกคนได้พัฒนาจากฐานอาชีพของแต่ละคนได้

แนวทางพัฒนาโลจิสติกส์สงขลา โดย คุณสมพร สิริโปราณานนท์ ได้กล่าวถึงสงขลาในอดีตว่าเป็น GATEWAY หรือประตูโลก และปัจจุบันก็ยังเป็นอยู่ ทำให้หนีไม่พ้นที่จะเชื่อมโยงการค้ากับเพื่อนบ้านหรือภูมิภาค

การนำเสนอจะขอกล่าวถึงความหมายของโลจิสติกส์จริงๆว่าคือกระบวนการวางแผน การดำเนินงาน ส่งสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทั้งหมด

หากดูต้นทุนของโลจิสติกส์ของประเทศเมื่อเปรียบกับ GDP เมื่อเปรียบกับประเทศอื่นๆจะพบว่าเรามีต้นทุนสูงมาก และยิ่งหากเปรียบเทียบความก้าวหน้ากับประเทศอื่น เรายังล้าหลังมาก ที่ยังเน้นการส่งสินค้าไปสู่ผู้บริโภค

ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดภูมิยุทธศาสตร์ของโลกก็ว่าได้ และการขนย้ายสินค้าของโลกส่วนใหญ่จะใช้ทางเรือ ปัจจุบันเรือจะผ่านช่องแคบมะละกาไปสิงคโปร์ เป็นไปได้หรือไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะมาใช้ที่บ้านเรา ซึ่งกำลังมีการพูดถึงมากขึ้น
การพัฒนาโลจิสติกส์มีคำถามหลักๆ ได้แก่ พัฒนาไปสู่การสนับสนุนสินค้าแข่งขันกับต่างชาติได้หรือไม่ เราจะพัฒนาระบบให้เราเป็นฮับของเอเชียได้อย่างไร และสนับสนุนไปพร้อมกับโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร

สภาพัฒน์ฯได้วางยุทธศาสตร์หลักไว้ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ยกตัวอย่าง การส่งสินค้าจากแหล่งวัตถุดิบไปผู้ผลิต ผู้ขายส่ง ผู้ขายปลีกและไปถึงผู้ซื้อ ในจังหวัดของเรา จะทำอย่างไรกับสินค้าดังกล่าว
การเปิดเส้นทางการค้าใหม่ คลองอู่ตะเภาในอดีตเป็นเส้นทางหลัก ปัจจุบันก็เช่นกัน เพียงแต่ไม่ใช้ประโยชน์เป็นเส้นทางหลัก จุดขายด้านการท่องเที่ยวที่หาดใหญ่เคยมี ปัจจุบันอาจต้องมีการปรับ

การยกระดับประสิทธิภาพของผู้ประกอบการ เมื่อสิบปีที่แล้วไม่มีปัญหาการรุกรานของบริษัทข้ามชาติ ปัจจุบันหากไม่มีการปรับตัว ต่างชาติเข้ามาเราจะตั้งรับอย่างไร

การให้ความสะดวกในการธุรกรรม สงขลาเราได้พัฒนาที่ด่านสะเดา ให้เป็น onestop service แต่ยังติดปัญหางบประมาณ

ยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดสงขลา-สตูล เราเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการค้าภาคใต้ พัฒนาไปสู่ระดับสากล

โลจิสติกส์เป็นการเชื่อมโยงจากพื้นที่สู่พื้นที่ จะมาสัมพันธ์กับงานผังเมือง ว่าตรงไหนเหมาะสมสำหรับการใช้ประโยชน์ต่างๆ เช่น ท่าเรือน้ำลึก ด้านสะเดาพัฒนาอย่างไร จุดพักสินค้าอยู่ตรงไหน สินค้าส่งออกไปนอกได้อย่างไร ลองกองที่ปลูกริมเขาจะออกตลาดได้อย่างไร

แนวทางการทำงานของหอการค้า ได้ค้นหาศักยภาพของสงขลา และใช้ 5 ยุทธศาสตร์มาพัฒนาระบบโลกจิสติกส์ในจังหวัด นำมาทำ 5 กรณีศึกษาจากตัวอย่างสินค้า ได้แก่ ยางพารา สินค้า OTOP และการท่องเที่ยว ซึ่งสามารถยกระดับคลองอู่ตะเภาขึ้นมารองรับ

อ.พิชัย ศรีใส เสริมการทำงานอนุรักษ์ที่จำเป็นต้องมีเพื่อน มีพวก เราต้องคุยกันเองโดยไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาลกำหนดหรือช่วยเหลือ และหาเวทีมาพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันฉันท์เพื่อน

คุณนิคม ทองมุณี เสริมการนำแนวคิดพัฒนาคลองอู่ตะเภา เรื่องการกำหนดจุดหลักๆตลอดสายน้ำ และการนำคนไปดูคลอง ซึ่งทางคูเต่าได้ลงมือทำ จัดการแข่งขันเรือยาว เป็นต้น

ทุกวันนี้รูปขบวนการพัฒนายังขาดทิศทาง ต่างคนต่างทำอยู่ เรายังขาดความรู้ในเชิงบูรณาการ

วันนี้มีแนวคิดสร้างสวนสืบสาน ที่บ้านโอเภา เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิตเดิมๆ ร่วมกับชุมชนและวัดอู่ตะเภา
เห็นด้วยกับการพัฒนาให้คลองมีความสำคัญ แต่ถามว่าจุดสาระสำคัญเราล่องคลองเราได้เห็นอะไรบ้าง นอกจากขยะ ทำอย่างไรที่จะมาช่วยประแป้งแต่งตัวคลองอู่ตะเภาให้มีสีสันมากขึ้น

• 12.00 – 13.00 น. พักรับประทานอาหารเที่ยง

• 13.00 – 15.00 น. รับฟังความเห็น

คุณสิทธิศักดิ์ ตันมงคล กล่าวถึงการทำผังเมืองที่มีตั้งแต่ระดับประเทศ ระดับภาค ระดับลุ่มน้ำ ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และผังเมืองเฉพาะ คลุมกันไปเป็นชั้นๆ เช่น จังหวัดสงขลาต้องการให้เป็นจังหวัดเกษตรกรรม การกำหนดการใช้ที่ดินก็จะเน้นไปในทางการทำเกษตรกรรม หากมีความหลากหลายความต้องการ จะมีความซับซ้อนมากขึ้นตามกิจกรรม

ผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา ได้มีการลงมือทำไปโดยสำนักงานโยธาธิการจังหวัด กำลังจะนำไปสู่การออกกฎหมาย แต่ผังเมืองรวมที่มาเปิดเวทีเป็นผังที่ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัด นำแนวทางของผังเมืองรวมที่กรมโยธาฯศึกษาวางกรอบไว้ มาให้บริษัทที่ปรึกษาลงไปในรายละเอียดแผนงานโครงการหรือกิจกรรมรองรับ ขยายผลจากผังเดิมไปสู่การปฎิบัติ

ผังนี้จะมีการกำหนดแผนงาน โครงการ ผู้รับผิดชอบ เพื่อนำงบประมาณไปสู่การปฎิบัติ

นำเสนอ ผลการศึกษา โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา
วัตถุประสงค์โครงการ

• เพื่อเป็นแผนผังชี้นำการพัฒนาในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน
• เพื่อกำหนดบทบาท หน้าที่ และขนาดประชากรของชุมชนเมือง
• เพื่อเป็นแผนผังชี้นำการพัฒนาชุมชนเมือง
• เพื่อกำหนดพื้นที่อนุรักษ์ ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ศิลปกรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
• เพื่อเป็นแผนผังชี้นำการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ
• เพื่อเป็นแนวทางการจัดทำแผนและการจัดทำผังการพัฒนาพื้นที่

• ขั้นตอนการดำเนินการ ศึกษาปัญหา ศักยภาพ ข้อจำกัด หาวิสียทัศน์ กำหนดผังแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ นำไปสู่การปฎิบัติ

• ประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการ คือ ความเหมาะสมของการใช้ประโยชน์ที่ดินและความพอเพียงของโครงสร้างพื้นฐาน อันส่งผลให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสวยงาม ความสะดวกสบาย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของบ้านเมืองและชุมชน ตลอดจนการดำรงรักษาคุณค่าของเมือง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การบริหารจัดการของท้องถิ่น

• สภาพทั่วไปและแนวโน้มการพัฒนาพื้นที่

• นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ส่งผลต่อสงขลา ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ เชื่อมโยงกับผังแนวคิดการพัฒนาประเทศ ที่เน้นการเพิ่มสมดุลของระบบเมือง พัฒนาเป็นกลุ่มเมือง ส่งเสริมศูนย์กลางชุมชนรองให้เข้มแข็งขึ้น แนวคิดพัฒนาภาคใต้ต้องการให้เป็นศูนย์กลางยาพาราโลก ศูนย์กลางการค้า การบริการ การท่องเที่ยว การค้าชายแดน การศึกษาและบริการสาธารณสุข เมืองท่า รวมไปถึงยุทธศาสตร์การพัฒนา 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์กลางเกษตร การแปรรูปการเกษตรศูนย์กลางการขนส่ง Regional Gateway

• การมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา

• การวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การวางผัง SWOT มีจุดแข็งได้แก่ 1.เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน 2.มีทะเลสาบสงขลาเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ 3.มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย 4.เป็นแหล่งปลูกยางพาราที่สำคัญ 5.มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน 6.มีความพร้อมทางสถาบันการศึกษาทุกระดับ 7.มีความพร้อมทางโครงข่ายคมนาคม 8.มีความพร้อมทางบริการสาธารณสุข 9.เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภาคใต้ 10.เป็นศูนย์กลางทางการเงินการธนาคารของภาคใต้ 11.มีแหล่งพลังงานสำรองที่สำคัญ 12.เป็นที่ตั้งของโรงแยกก๊าซ 13.เป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า 14.อำเภอจะนะเป็นแหล่งนกเขาชวาชั้นดี ที่มีการแข่งขันในระดับนานาชาติ
• จุดอ่อน 1.ปัญหาน้ำท่วมในเมืองหลัก 2.ความเสื่อมโทรมของทะเลสาบสงขลา 3.พื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์มีจำกัด 4.ความขัดแย้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน 5.ขาดการจัดการทรัพยากรในทะเลสาบสงขลา 6.ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดสงขลา
• โอกาส 1.มีโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ 2.มีโครงการพัฒนา LandBridge สงขลา-สตูล 3.มีนโยบายส่งเสริมเป็นพื้นที่ศูนย์กลางยางพารา 4.แผนพัฒนาฯฉบับที่ 5 ให้สงขลาเป็นเมืองหลักของภาคใต้ 5.โครงการวางและจัดทำผังภาคใต้ส่งเสริมให้สงขลาเป็นศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติ 6.นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สงขลาเป็นศูนย์กลางภาคใต้ตอนล่าง 7.การพัฒนาของประเทศเพื่อนบ้านก่อให้เกิดการจ้างงานของคนในจังหวัดสงขลา ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
• อุปสรรค 1.มีความขัดแย้งระหว่างภาครัฐและประชาชนในโครงการท่อก๊าซและท่าเรือน้ำลึก 2.ปัญหาความไม่สงบของจังหวัดชายแดนของภาคใต้ 3.การพัฒนาของประเทศเพื่อนบ้านมีการจ้างแรงงาน เป็นการดึงแรงงานออกนอกประเทศ ทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่

• การวิเคราะห์ความเหมาะสมในการพัฒนาพื้นที่ ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

• ความเหมาะสมในการพัฒนาพื้นที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เช่น ชั้นคุณภาพของลุ่มน้ำ พื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่ใช้พิจารณาแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินดังนี้
• - เขตสงวน กำหนดได้จากพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1A 1B และชั้นที่ 2 เนื่องจากเป็นพื้นที่สงวนและหวงห้ามด้านทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาสมดุลระบบนิเวศของพื้นที่
• - เขตอนุรักษ์ กำหนดได้จากพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 3 และลุ่มน้ำชั้นที่ 4 เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สามารถพัฒนาได้บางกิจกรรมและต้องมีมาตรการปฏิบัติเฉพาะ
• - เขตรองรับการพัฒนา กำหนดได้จากพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 5 เนื่องจากสามารถพัฒนาพื้นที่ได้ทุกกิจกรรม
• พื้นที่ชลประทาน ภูมิประเทศและธรณีสัณฐาน ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินการใช้ประโยชน์ที่ดินในปัจจุบันที่ใช้พิจารณาแบ่งเขตการใช้ประโยชน์ที่ดินดังนี้
• - เขตสงวน เป็นพื้นที่ป่าไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์ เป็นเขตพื้นที่ของทางราชการ
• - เขตอนุรักษ์ เป็นพื้นที่ชนบท และพื้นที่เกษตรกรรมเดิมได้แก่ พื้นที่ปลูกยางพารา ปาล์มน้ำมัน ไม้ผลยืนต้น พื้นที่ปลูกพืชไร่ พื้นที่ทำนาข้าว พื้นที่ทุ่งหญ้าธรรมชาติ พื้นที่โล่งว่างเปล่า พื้นที่วนเกษตร พื้นที่สวนเกษตร พื้นที่ทำเหมืองแร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่บนเนินเขา และพื้นที่ลูกคลื่นลอนลาด ถึงพื้นที่ลูกคลื่นลอนชัน และพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำ
• - เขตรองรับการพัฒนา เป็นพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน ย่านการค้าและบริการ เขตที่อยู่อาศัย แหล่งนันทนาการ
• พื้นที่เมืองและชุมชน
• ขั้นตอนการวิเคราะห์ศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่ นำข้อมูลปัจจัยต่างๆมาซ้อนทับกัน เพื่อค้นหาเขตพื้นที่สงวน อนุรักษ์ และพัฒนา
• เขตการใช้ประโยชน์ที่ดินจังหวัดสงขลา เขตสงวน มีร้อยละ 26.49 เขตอนุรักษ์ ร้อยละ 60.93 และเขตพัฒนา 12.58%

• วิสัยทัศน์ “สงขลาเมืองอยู่ดีมีสุข เป็นศูนย์กลางด้านการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชยกรรมของภาคใต้ตอนล่าง ภายใต้การบูรณาการที่สมดุล ด้านการพัฒนาเมืองและชนบท”

• วัตถุประสงค์การพัฒนา 1) เพื่อให้จังหวัดสงขลามีกรอบ และทิศทางการพัฒนา ทางด้านกายภาพ การลงทุน และการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานที่เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพและข้อจำกัดของสภาพภูมิประเทศของจังหวัดสงขลา และความต้องการในอนาคต 2) เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดสงขลาให้เป็นระบบในทุกระดับพื้นที่ 3) เพื่อพัฒนาระบบชุมชนเมือง ชุมชนชนบท ของจังหวัดสงขลา ให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) เพื่อให้จังหวัดสงขลามีแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน ที่สามารถรองรับการขยายตัวของประชากร การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สมดุล และเหมาะสม 5) เพื่อให้จังหวัดสงขลามีแผนการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและขนส่งที่สมบูรณ์ มีการเชื่อมโยงโครงข่าย การคมนาคมอย่างเป็นระบบ 6) เพื่อให้ประชาชน นักลงทุน และนักพัฒนา ได้ทราบแนวทางการพัฒนาจังหวัดสงขลาในอนาคตได้อย่างชัดเจน 7) เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมของจังหวัดสงขลา

• เป้าหมายการพัฒนา ในด้านเวลาระยะ 20 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2567) ประชากร พ.ศ.2567 สงขลาจะมีจำนวนประชากรประมาณ 1,813,000 คน ผังเมืองรวมจังหวัดสงขลาที่จัดทำขึ้นสามารถรองรับการขยายตัวของประชากรได้ประมาณ 2 ล้านคน ด้านการคมนาคมขนส่ง เป้าหมายด้านการคมนาคมขนส่ง : เน้นการเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่งของภาคใต้ ด้วยระบบโลจิสติคส์ (Logistics) ของภาคใต้กับประเทศเพื่อนบ้าน ด้านทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชน์ที่ดินดำรงรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่นำไปสู่ฐานการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ด้านการท่องเที่ยว : ให้จังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภาคใต้ รวมทั้งการบริการด้านการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานสากล

• ยุทธศาสตร์การพัฒนา ที่เน้นการจัดการด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างบูรณาการ การเชื่อมโยงเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งและด้านพลังงาน การบริหารจัดการ อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างครบวงจร

• กรอบแนวคิดการพัฒนา แนวคิดด้านการตั้งถิ่นฐาน แนวคิดด้านการพัฒนาระบบชุมชนของจังหวัดสงขลา แนวคิดด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน แนวคิดด้านการพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคมและขนส่ง แนวคิดด้านระบบนิเวศ แนวคิดด้านการบริหารจัดการที่ดี

• แนวคิดการพัฒนา - หาดใหญ่-สงขลา-สิงหนคร เป็นพื้นที่การพัฒนาหลักและพัฒนาชุมชนรองในกลุ่มพื้นที่นี้เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต - สะเดา-ปาดังเบซาร์-บ้านประกอบ อำเภอนาทวี - พัฒนาชุมชนเทศบาลในอำเภอต่างๆ ให้เป็นชุมชนบริการระดับกลุ่มอำเภอ พัฒนาอุตสาหกรรม บริเวณฉลุง พะตง และจะนะ - การพัฒนาพื้นที่ชนบท

• ผลที่ได้จากการทำโครงการ
• ผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา เช่น ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน ผังโครงการคมนาคมและขนส่ง ผังนโยบายด้านต่างๆ เช่น บทบาทหน้าที่ของระบบชุมชน ผังระบบชุมชน ผัวการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรม ผังพัฒนาการท่องเที่ยว การพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน: แหล่งน้ำ, ไฟฟ้าและพลังงาน/ระบบประปา,ระบบจัดการน้ำเสีย, การจัดการขยะ, พื้นที่เสี่ยงภัย, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การพัฒนากลุ่มอำเภอ( 4 พื้นที่ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ กลุ่มศูนย์กลางเศรษฐกิจหลัก กลุ่มเศรษฐกิจใหม่ กลุ่มบริการด้านการขนส่งสินค้า )

• มาตรการในการนำผังไปสู่การปฎิบัติ

• แผนงานและโครงการ

รับฟังความเห็น
• กลุ่มศูนย์กลางเศรษฐกิจหลัก
• เรื่องที่ดินประเภทชุมชน มีพื้นที่ประมาณ 532,355.65 ไร่ หรือร้อยละ 34.81 ของพื้นที่ทั้งหมด ได้กำหนดไว้ในพื้นที่ผังเมืองรวมเมืองสงขลา ผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่ ผังเมืองรวมเมืองสะเดา ผังเมืองรวมชุมชนพะตง-พังลา พัฒนาพื้นที่เฉพาะ บริเวณด่านชายแดนสะเดา ผังพัฒนาพื้นที่เฉพาะ บริเวณด้านปาดังเบซาร์ เทศบาลตำบลปริก (สงวนไว้ในพื้นที่ซึ่งเป็นทรัพย์แผ่นดิน ยกเว้นที่เอกชน)
• พื้นที่คลองหอยโข่ง อาจจะมีปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ตามนโยบายแห่งรัฐ ทำให้บางพื้นที่อาจเป็นพื้นที่ของเอกชน
• พื้นที่บ้านพรุ สภาพส่วนใหญ่เป็นพื้นที่พรุ พื้นที่ชุมน้ำโดยเฉพาะที่พรุค้างคาว ปรากฏในการศึกษาน้อย
• หาดใหญ่ ควรจะมีถนนวงแหวนพัฒนาทางรถไฟหาดใหญ่-สงขลามาใช้เป็นประโยชน์ ยกระดับสถานีรถไฟบาดังเบซาร์เป็นที่ตั้งคอนเทรลเนอร์ยักษ์เพื่อการส่งออก ให้มีการศึกษาท่าเรือแห่งใหม่แทนท่าเรือเก่า แลนบริดจ์ให้อยู่ที่ปากบารา แต่ให้ตัดถนนสายตรงตลอด ไม่ผ่านสทิงพระที่มีแหล่งประวัติศาสตร์ หากมีมอเตอร์เวย์ ให้ตัดไปเชื่อมสะเดาด้วย
• อุตสาหกรรมเกษตร ควรจะมีการทำใบโอดีเซลในอนาคต ควรจะมีการกำหนดพื้นที่รองรับ ซึ่งพื้นที่ปลูกปาล์ม มี 1 หมื่นไร่
• ให้พัฒนาการขนส่งมวลชนให้กับหาดใหญ่และปริมณฑล
• การขยายพื้นที่ขนส่ง นอกจากมีมอเตอร์เวย์ ให้ขยายถนนจากสนามบินหาดใหญ่เป็น 4 เลนไปทะลุสะเดาและประเทศเพื่อนบ้าน ปรับระบบการเดินทางจากคลองหอยโข่งที่ปัจจุบันใช้รถตู้เดินทางไม่ได้เนื่องจากทับเส้นทางสัมปทาน
• สถานที่ท่องเที่ยว พัฒนาแห่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ท่องเที่ยวน้ำตกผาดำ ฟาร์มราชินี รพ.สำหรับเด็กออทิสติก แล้วมาพักที่อ่างเก็บน้ำคลองจำไหร ให้คลองหอยโข่งเป็นพื้นที่สีเขียวปราศจากอุตสาหกรรม
• การใช้อำนาจรัฐทางผังเมือง รัฐไม่กำหนดความสูงของถนนที่มีผลกระทบต่อพื้นที่ เกิดภาวะน้ำท่วม ผังเมืองควรกำหนดความสูงของถนนแต่ละสาย การถมที่ในระดับความสูงควรระบุไว้เป็นข้อกำหนด สถานที่ธรรมชาติที่เคยเป็นทางน้ำผังเมืองควรประกาศไว้ว่าเพื่อป้องกันการถมที่
• เขตป่าสงวน เมื่อปี 2498 กฎหมายที่ดินให้ทำ สค. 1 ทำกินไปเรื่อยๆจนออก นส. 3 และโฉนด เมื่อรัฐออกประกาศเป็นเขตสงวน จึงเกิดปัญหาการทับซ้อนที่ดิน ทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิ์ ผังเมืองควรสำรวจปักแนวเขตที่รัฐให้ชัดเจน
• แก้ปัญหาโรงงานปล่อยน้ำเสียช่วงฝนตก ผังเมืองควรสำรวจโรงงานที่อยู่ริมฝั่งคลอง รัฐสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียเล็กๆรองรับ เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำ แล้วมีมาตรการจูงใจเพื่อให้ปรับคุณภาพ พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว และให้ทำแก้มลิงรับขยะก่อนที่จะลงไปสู่คลองอู่ตะเภา ให้มีระบบบำบัดเล็กๆดักน้ำก่อนลงสู่คลอง เช่นในจุดที่บางหัก
• การจัดการขยะ ให้มีการจัดการขยะระดับย่อม มีการคัดแยกขยะรองรับ ให้อบต.ตั้งศูนย์รับขยะที่ผ่านการคัดแยก และมีศูนย์ใหญ่ระดับอำเภอไปรับมาอีกทอด นำไปจัดการต่อ ส่วนขยะพิษร่วมกับมหาวิทยาลัยหามาตการกำจัดให้ถูกวิธี
• มลพิษทางอากาศ เกิดฝนกรดลงมา อากาศมีกลิ่นจากโรงงาน ผังเมืองควรกำหนดเขตอุตสาหกรรมให้ชัดเจน
• การมีส่วนร่วม ควรให้มีเวทีเรียนรู้เรื่องผังเมืองครอบคลุมระดับพื้นที่ให้มากที่สุด
• สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคุณภาพชีวิตผู้พิการ เด็ก ผู้สูงอายุ ให้มีทางลาดตามสถานสาธารณะตามที่ต่างๆ เช่น ห้องน้ำ
• นำเสนอข้อมูลการศึกษาไว้ในเว็บไซต์ www.khlong-u-taphao.com, www.songkhlahealth.org, www.southhpp.org เพื่อให้แสดงความเห็น
• พัฒนาพื้นที่เชิงวัฒนธรรม จัดให้มีสถาบันที่ดูแลงานด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
• เสนอกรอบการจัดเวที 1.การพัฒนาเมืองระดับเทศบาล อบต.ที่ยังขาดการมีส่วนร่วมและบูรณาการจากระดับผู้บริหาร 2.มลภาวะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เสียง ทางอากาศ เรื่องน้ำเน่าเสีย มีตะกอนหมักหมม ที่ควรกำหนดเขตและแนวทางแก้ไขให้เด่นชัด เรื่องภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วม ให้กันเขตริมคลอง มีมาตรการควบคุมการรุกล้ำลำคลอง โดยดูภาพรวมทั้งจังหวัด 3.ความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหาวัยรุ่นกวนเมือง 4.ผังเมืองรองรับกลุ่มต่างๆ หนุนเสริมวิถีอาชีพของคนในลุ่มน้ำ เช่น ปลูกผัก ประ

โดย kai (ip:58...216)  เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2549 21:34:39 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 3510 ครั้ง
 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
รายละเอียดโครงการ(ฉบับย่อ)
ภาพรวมจังหวัด
แผนผังโครงสร้างพื้นฐาน
แผนผังโครงการคมนาคมและขนส่ง
แผนผังการพัฒนาพื้นที่ ระดับกลุ่มอำเภอ
แผนผังการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ
ตั้งหัวข้อใหม่/สอบถาม

ข่าวสาร (315)
ทั่วไป (59)
เมืองน่าอยู่ (60)
ขยะ! ขยะ! ขยะ! (18)
สิ่งแวดล้อม (132)
น้ำ (44)
โครงการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา (2)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 32 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7945768 person(s) and 26554506 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation