10 Q&A ภาษีสิ่งแวดล้อม ผ่าแนวคิด หลักการและกฎหมาย ไม่รู้ไม่ได้แล้ว!!!
บทความ >> สิ่งแวดล้อม (บทความ)
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เวลา 14:22:59 น. มติชนออนไลน์

10 Q&A ภาษีสิ่งแวดล้อม ผ่าแนวคิด หลักการและกฎหมาย ไม่รู้ไม่ได้แล้ว!!!

ภาษีสิ่งแวดล้อม ฉบับกระทรวงการคลัง ถูกเสนอเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี

เป็น ที่ยอมรับกันทั่วไปว่า หากอุตสาหกรรมขาดการจัดการที่ดี ย่อมก่อให้เกิดมลพิษปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ดังบทเรียนที่เคยเกิดขึ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ฯลฯ และที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ดังกรณีปัญหาสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมบริเวณมาบตาพุด



การ พัฒนาประเทศที่ผ่านมา อาจสังเกตได้ว่าภาครัฐสร้างกลไกรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมขึ้นมากมาย แต่กลไกการจัดการสิ่งแวดล้อมกลับไม่ได้รับการพัฒนาให้เข้มแข็งเท่าที่ควร อีกทั้งยังขาดการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ จะเห็นว่ากลไกการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มักนำมาใช้ คือการควบคุมและกำกับโดยการออกกฎหมายบังคับหรือการกำหนดให้ปล่อยมลพิษได้ใน ระดับเกณฑ์มาตรฐาน



แต่ ยังมีกลไกอีกประเภทหนึ่งที่เชื่อว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมและสามารถใช้ ควบคู่กันคือ มาตรการสร้างแรงจูงใจให้ลดการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยการนำภาษีสิ่งแวดล้อมมา ใช้เพื่อให้ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อม ที่หลายประเทศได้ประยุกต์ใช้นานแล้วโดยมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของผู้ก่อมลพิษ นั่นคือผู้ประกอบการยอมลงทุนเพื่อการบำบัดของเสียหรือมลพิษก่อนปล่อยสู่สิ่ง แวดล้อม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านภาษีสิ่งแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันจึงมีความพยายามจากหลาย ฝ่ายเสนอให้มีการตรากฎหมายภาษีสิ่งแวดล้อมขึ้นใช้ในประเทศไทย



ศ.ดร.มิ่ง สรรพ์ ขาวสอาด แผนงาน แผนงานสร้างเสริมการเรียนรู้กับสถาบันอุดมศึกษาไทย เพื่อพัฒนานโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.). รศ.ดร.กอบกุล รายะนาคร แผนงาน นสธ. คุณดวงกมล คล้ายคลึง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ทีมวิชาการที่สนับสนุน แนวคิด หลักการ ตลอดจน กฎหมาย ภาษีสิ่งแวดล้อม ได้ตอบคำถาม 10 เรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาษีสิ่งแวดล้อม




คำถามที่ 1 ภาษีสิ่งแวดล้อมคืออะไร

คำตอบ ภาษีสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในเครื่องมือ เศรษฐศาสตร์ ซึ่งภาษีที่จัดเก็บจากผู้ก่อมลพิษจะต้องกำหนดมูลค่าที่เหมาะสม คือไม่ต่ำเกินไปจนผู้ประกอบการยอมจ่ายภาษีที่ถูกกว่าต้นทุนการ ลดมลพิษ หรือไม่สูง เกิน ไปจนทำใหผู้ประกอบการ ไม่สามารถรับภาระได้จนต้องลักลอบปล่อยมลพิษ


คำถามที่ 2 ประเภทของเครื่องมือเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมมีอะไรบ้าง

คำตอบ ประเภทของเครื่องมือเศรษฐศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมประกอบด้วย 1. ภาษีการปล่อยมลพิษ 2. ภาษีหรือค่าธรรมเนียมผลิตภัณฑ์ 3. ระบบมัดจำคืนเงิน 4. ค่าธรรมเนียมการอนุญาต 5. ค่าธรรมเนียมการจัดการ 6. ค่าปรับ 7. การซื้อขายหรือโอนใบอนุญาตการปล่อยมลพิษ 8. การวางประกันความเสี่ยงหรือความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม 9. การใช้อัตราภาษีที่แตกต่างกัน 10. มาตรการอุดหนุน 11. และอื่นๆ





คำถามที่ 3 ปัญหาในการจัดการสิ่งแวดล้อม ของประเทศไทยที่ผ่านมาเกิดจากสาเหตุใด


คำตอบ ปัญหาการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา อาจเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
• ใช้มาตรการกำกับและควบคุม (Command and Control) เป็นหลัก ซึ่งมีต้นทุนในการกำกับสูง
• หน่วยงานผู้รับผิดชอบขาดขีดความสามารถและทรัพยากรในการติดตามตรวจสอบให้ผู้ก่อมลพิษปฏิบัติตามกฎหมาย
• ผู้ก่อมลพิษสามารถปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมได้เต็มที่ตราบใดที่ได้ ปฏิบัติตามมาตรฐานควบคุมมลพิษแล้ว จึงขาดแรงจูงใจที่จะปรับเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี
ในการผลิตที่สะอาดกว่า
• ผู้บริโภคขาดความตื่นตัวว่าผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ตนใช้ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อสิ่งแวดล้อมหากมิได้รับการบำบัดหรือจัดการอย่างถูกต้อง
• ยังมิได้นำหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter Pays Principle) มาใช้อย่างเต็มที่
• มีการนำเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์มาใช้บ้าง แต่ยังน้อยมาก เช่น ค่าบำบัดน้ำเสีย ค่าจัดการขยะ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ อัตราภาษีสรรพสามิตที่แตกต่างกัน
• ผู้ที่ได้รับผลกระทบมักเป็นกลุ่มผู้ยากจน หรือขาดอำนาจต่อรอง



คำถามที่ 4 การจัดทำกฎหมาย ว่าด้วยภาษีสิ่งแวดล้อมมีกรอบแนวคิดอย่างไร
คำตอบ กรอบแนวคิดในการจัดทำกฎหมายว่าด้วยภาษีสิ่งแวดล้อมนั้น ได้กำหนดให้ มีการร่างกฎหมายเป็นสองระดับ กล่าวคือ
1. ระดับพระราชบัญญัติ เป็นกฎหมายแม่บทที่กำหนดกรอบการใช้ภาษีสิ่งแวดล้อม
2. ระดับพระราชกฤษฎีกา เป็นกฎหมายระดับรอง ซึ่งเสนอโดยแต่ละกระทรวงที่รับผิดชอบ เพื่อใช้สำหรับ ควบคุมมลพิษแต่ละประเภท เช่น พ.ร.ฎ. ภาษีมลพิษทางน้ำ พ.ร.ฎ. ภาษีมลพิษทางอากาศ เป็นต้น
ทั้งนี้ การกำหนดอัตราภาษีจะกำหนดภายใต้กฎกระทรวง ส่วนประกาศ กระทรวงจะเป็นตัวกำหนดประเภท ชนิดและขนาดโรงงาน และแหล่งกำเนิดมลพิษอื่นๆ ที่มีหน้าที่เสียภาษีสิ่งแวดล้อม



คำถามที่ 5 การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมมีความจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรม ในประเทศไทยหรือไม่




คำตอบ ในปัจจุบัน ประเทศต่างๆ รวมทั้งหลายประเทศเพื่อนบ้านของไทย ล้วนมีมาตรการด้านภาษีสิ่งแวดล้อม ในอนาคตหากประเทศไทยไม่มีกฎหมายภาษีสิ่งแวดล้อมก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ เนื่องจากประเทศคู่ค้าอาจใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการกำหนดมาตรการกีดกัน ทางการค้า ดังนั้น การดำเนินการด้านภาษีสิ่งแวดล้อมจะช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งเป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าประเทศไทยมีกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่ได้ มาตรฐานสากล

คำถามที่ 6 เราจะสามารถรู้ได้อย่างไรว่า โรงงานชนิด ประเภท และขนาดใด บ้างที่จะต้องถูกจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษ

คำตอบ หลังจากที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติและออกพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและอัตราการจัดเก็บภาษีการปล่อยมลพิษประเภทต่างๆแล้ว จะมีการออกประกาศกระทรวงเพื่อกำหนดประเภท ชนิด และขนาดของโรงงานและแหล่งกำเนิดมลพิษซึ่งมีหน้าที่เสียภาษี และจะมีการออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราภาษีที่แหล่งกำเนิดมลพิษแต่ละประเภท ชนิด และขนาดต้องเสียอีกครั้งหนึ่งทั้งนี้จะมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นใน การจัดทำร่างกฎหมายฉบับต่างๆ เหล่านี้ต่อไป



คำ ถามที่ 7 ในส่วนของภาษีสิ่งแวดล้อมที่มี การจัดเก็บนี้ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเหมือนเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนหรือมูลนิธิต่างๆ ของรัฐได้หรือไม่



คำตอบ ไม่สามารถนำเงินภาษีที่ต้องจ่ายไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการสามารถลดภาระการจ่ายภาษีสิ่งแวดล้อมได้ โดยลดการปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม





คำถามที่ 8 กฎหมายกำหนดแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการลดมลพิษหรือไม่ เช่น หากมีการปล่อยมลพิษลดลง จะเสียภาษีน้อยลง


คำตอบ ร่างพระราชบัญญัตินี้ได้กำหนดมาตรการสนับสนุนและส่งเสริม ให้ผู้ประกอบ การที่สามารถจัดการมลพิษได้ดีกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยให้การจัดเก็บภาษีแปรผันตามปริมาณการปล่อยมลพิษ ดังนั้น หากผู้ก่อมลพิษปล่อยมลพิษ น้อยลงก็ย่อมต้องเสียภาษีลดลง ตามไปด้วย



คำ ถามที่ 9 ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนึ่งๆ จะมีการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นด้านสิ่งแวดล้อม จะเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อนกับกฎหมายนี้ที่กำลังจะออกมาหรือไม่

คำตอบ ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 กำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดเก็บค่าบำบัดน้ำเสียได้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเก็บ ขน และกำจัดขยะมูลฝอยได้ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 แต่ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่ให้อำนาจเทศบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อื่น ในการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมได้ กฎหมายภาษีสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะจัดทำขึ้นนี้ จะมาช่วยรองรับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมได้


คำถามที่ 10 ประชาชนจะได้ประโยชน์จากภาษีสิ่งแวดล้อมอย่างไร

คำตอบ เงินภาษีที่จัดเก็บได้ จะถูกนำไปใช้เพื่อลดมลพิษต่างๆ ที่เกิดจากแหล่งกำเนิดหรือที่รั่วไหลหรือแพร่กระจายอยู่ในสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในภาพรวมประชาชนจะมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ภาคประชาสังคมสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา โดยการเสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นของตน เพื่อขอรับการสนับสนุนเงินทุน จากงบประมาณที่กองทุนภาษีสิ่งแวดล้อมจัดสรรให้กับท้องถิ่น

โดย kai   เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2553 00:33:36 น.