การเงินการคลังแนวใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
นโยบายสาธารณะ >> ข้อมูลน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง กับนโยบายสาธารณะ (บทความ)
การเงินการคลังแนวใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

โดย ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ 25 เมษายน 2548 17:37 น.


นโยบายการคลังถือเป็นเครื่องมือนโยบายในการสร้างความเป็นธรรมในสังคม การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน การช่วยเหลือเกื้อกูลคนยากไร้และด้อยโอกาสในสังคม ที่สำคัญคือ เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนสังคม สร้างแรงจูงใจให้หลายฝ่ายมาร่วมมือกัน

แต่การนำมาตรการการเงินคลังมาใช้ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป โดยคำนึงถึงผลลัพธ์ในระยะสั้นและระยะยาว เช่น การจัดสวัสดิการสังคมของภาครัฐ การจ่ายเบี้ยให้คนว่างงาน ถึงแม้ว่าเป็นเรื่องดีที่สร้างความเสมอภาคและเป็นธรรม แต่ก็อาจจะมีผลลบต่อแรงจูงใจในการทำงานหรือการอดออม ตัวอย่างระบบสวัสดิการ เช่น ในประเทศตะวันตก กลายเป็นภาระทางการคลังอย่างมาก อาจจะสร้างปัญหาความไม่ยั่งยืนทางด้านการคลังของรัฐบาล

ในทางกลับกัน การไม่จัดระบบสวัสดิการและความช่วยเหลือเกื้อกูลให้แก่คนยากจนผู้ด้อยโอกาส หรือจัดระบบอย่างกระท่อนกระแท่น ก็เป็นปัญหาสังคมที่ยากจะรับได้ หากปล่อยให้ปัญหาการกระจายรายได้ที่เหลื่อมล้ำเพิ่มขึ้น อาจจะเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมลุกลามกลายเป็นวิกฤติด้านสังคมและการเมืองได้

ตามหลักการของรัฐธรรมนูญ 2540 และทฤษฎีการพัฒนายุคใหม่นั้น ต้องตระหนักถึงหลักปรัชญาการมีส่วนร่วมของประชาชน และแนวทางการเพิ่มพลังให้ประชาชน ควบคู่ไปกับเป้าหมายของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจหรือการแข่งขัน การเปิดเสรีกับต่างประเทศ เราควรจะคิดถึง “การเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ” สำหรับการปฏิรูปการเงินการคลังเพื่อสังคม ก็เพื่อความเป็นธรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจสังคมยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป การแข่งขันที่ลดน้อยลงและความไม่เท่าเทียมกัน เนื่องจากธุรกิจขนาดใหญ่และทุนขนาดใหญ่ที่ปิดโอกาสธุรกิจและทุนขนาดเล็ก ความด้อยโอกาสของผู้ใช้แรงงานที่ทำงานหนักแต่ผลตอบแทนต่ำ เพราะด้อยการศึกษา

การออกแบบนโยบายการคลังเพื่อสังคมจำเป็นต้องใช้วิธีการบางประเด็นเป็นการมองไปข้างหน้า เช่น ปัญหาสังคมคนชรา เนื่องจากจำนวนและสัดส่วนของคนชราจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งในขณะนี้เริ่มเห็นชัดเจนว่า มีคนชราที่ยากจน ไร้ที่พึ่ง ต้องดำรงชีวิตอย่างแร้นแค้นลำบาก เพราะขาดหลักประกันด้านสังคม มิได้เตรียมการออมไว้อย่างพอเพียง สังคมที่เหลื่อมล้ำและแตกต่างกันมาก สังคมที่ขาดการเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน ไม่น่าจะเป็นสังคมที่ดี ไม่สอดคล้องกับหลักการของรัฐธรรมนูญ

ส่วนการปรับแนวคิดของการพัฒนาแบบใหม่ คือ การเปลี่ยนสภาพจากรัฐชี้นำการพัฒนา และหันมาใช้ภาคประชาชนและประชาสังคมมีบทบาทการพัฒนาตนเอง โดยที่รัฐให้การสนับสนุน องค์กรภาคประชาชนที่มีบทบาทการจัดบริการสาธารณะท้องถิ่น โดยคำนึงถึงความหลากหลายของแต่ละพื้นที่ การปรับบทบาทของภาครัฐในแนวทางการเพิ่มพลังให้องค์กรภาคประชาชน จำเป็นต้องคิดใหม่ โดยเฉพาะที่เกี่ยวโยงกับนโยบายการคลังเพื่อลดบทบาทการทำงานของภาคราชการ ควบคู่กับการเพิ่มพื้นที่การทำงานขององค์กรภาคประชาชนที่ไม่แสวงหากำไร (Non-profit private organizations)

มีตัวอย่างจากหลายประเทศ ที่สนับสนุนให้องค์กรประชาชนมาผลิตบริการ public goods โดยแบ่งพื้นที่และให้มีการทำงานแบบประกวด โดยใช้จ่ายจากงบประมาณแผ่นดิน หรือการเปิดพื้นที่งบประมาณแผ่นดินให้กับองค์กรสาธารณะ จัดสรรงบประมาณให้พื้นที่ จังหวัดและท้องถิ่น แต่สภาพความเป็นจริงของไทยงบประมาณแผ่นดินขาดความสมดุล งบส่วนกลางมีขนาดใหญ่ ซึ่งก็เป็นไปตามปรัชญาการปกครองแบบรวมศูนย์ ในขณะที่พื้นที่จังหวัด และพื้นที่ท้องถิ่นมีขนาดเล็ก ไม่สมตัว เป็นสิ่งที่จะต้องปรับปรุง ทั้งนี้ ต้องมีการศึกษาวิชาเป็นตัวนำหรือเคลื่อนไปข้างหน้า ก่อนการขับเคลื่อนในภาคปฏิบัติการเมืองและการขับเคลื่อนของประชาชน

โดยกรอบความคิดใหม่ จะเน้นทบทวนนโยบายการคลังอย่างสร้างสรรค์ กล่าวคือ เสนอการปฏิรูประบบคลังเพื่อสังคม วางเป้าหมายการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ ไม่มุ่งที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงมิติของความเป็นธรรมในสังคม การเอื้ออาทรคนจน สร้างหลักประกันและความมั่นใจ โดยใช้หลักการมีส่วนร่วม และการเพิ่มพลังให้ประชาชน

ทั้งนี้ มีความจำเป็นต้องทำให้เป้าหมายเชิงสังคม เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายนโยบายการเงินการคลัง คือ การออกแบบนโยบายการคลัง (ภาษีและงบประมาณแผ่นดิน) โดยมีธงที่ระบุว่าใน 100 ส่วนของงบประมาณแผ่นดิน ควรจะมีสัดส่วนจำนวนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นการกระจายรายได้และสร้างความเป็นธรรมในสังคม ควรจะทำให้เป็นกติกาใหม่ของสังคม สะท้อนแนวความคิดแบบสัญญาประชาคมมากกว่าเป็นนโยบายของพรรคการเมือง ซึ่งแปรผันตามนักการเมืองและฝ่ายบริหาร เพราะว่าภาษีและงบประมาณแผ่นดินเป็นทรัพยากรของสังคม จากประชาชนทุกคนจึงเป็นหัวเรื่องสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้ขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารจำนวนไม่กี่คน

สำหรับโปรแกรมการวิจัย เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปนั้นมีหลายประเด็น ได้แก่ ความยากจนและด้อยโอกาส โดยมีกลุ่มเป้าหมายคนจนที่ชัดเจน ศึกษาโอกาสการพัฒนาตนเอง และการเข้าถึงบริการหรือสวัสดิการของภาครัฐ ศึกษาการทำงานจังหวัดแบบบูรณาการ ที่เน้นปรับแก้กระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดแผน จัดสรรเงิน ตรวจสอบ ควบคู่กับปรับแก้ พรบ. วิธีการงบประมาณแผ่นดิน 2502 โดยให้จังหวัดเป็นส่วนราชการที่ขอรับงบประมาณได้โดยตรง

การศึกษาและโครงการนำร่อง ลดการทำงานของราชการให้กับภาคประชาสังคม ทั้งนี้อาจจะเปรียบผลการทำงานของเอ็นจีโอ / มูลนิธิ กับการทำงานของหน่วยงาน กรม หรือกองว่า ในเม็ดเงินจำนวนเดียวกัน ผลลัพธ์การทำงานของฝ่ายใดสูงกว่า หรือในผลลัพธ์อย่างเดียวกัน ต้นทุนของฝ่ายใดต่ำกว่ากัน

การศึกษาหัวข้อ tax incidence และ benefit incidence ควรจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยให้หน่วยงานวิจัยที่เป็นอิสระ เป็นกลางดำเนินการ ถือเป็น basic knowledge ที่ช่วยให้เข้าใจว่า การเก็บภาษีของไทย มาจากคนกลุ่มใดมากน้อยอย่างไร มีอัตราก้าวหน้าหรือถอยหลัง สามารถนำไปประกอบในการออกแบบภาษีใหม่ที่มีความเป็นธรรมมากขึ้น

การวิจัยเชิงสถาบัน กฎหมายและกรณีศึกษาการนำร่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสังคมขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีเครื่องมือกฎหมาย ระเบียบ ไม่ใช่มติ ครม. หรือนโยบายรัฐบาลเกี่ยวโยงกับข้อเสนอ การจัด grant allocation แนวใหม่ ให้เป็นระบบกลางเพื่อสร้างความเสมอภาค ที่มีหลายฝ่ายเป็นตัวแทน ไม่ใช่การจัดสรร ภายในซึ่งมีอคติ และ prejudice กับหน่วยงานที่เห็นแย้งกับกรม เช่น หน่วยงานที่คัดค้านเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องยากที่จะได้รับการอุดหนุนจากกรมที่สนับสนุนโครงการ.-

เหล่านี้คือการดำเนินงานเพื่อให้เกิดการเงินการคลังแนวใหม่ ให้นโยบายการคลังเป็นเครื่องมือในการสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้เกิดขึ้นจริง

-----------------------------------------
แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช)
สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

โดย kai   เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2548 02:56:16 น.