นโยบายสาธารณะที่ดีต้องมีดีในสองด้าน
นโยบายสาธารณะ >> ข้อมูลน่ารู้ที่เกี่ยวข้อง กับนโยบายสาธารณะ (บทความ)
นโยบายสาธารณะที่ดีต้องมีดีในสองด้าน

โดย นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ 18 เมษายน 2548 17:53 น.


ใครที่เคยไปอ่านนโยบายสาธารณสุขตั้งแต่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้วมาจนกระทั่งถึงราว 5 ปีที่แล้วจะพบว่า สิ่งที่เรียกว่านโยบาย ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นภาพที่พึงประสงค์กว้างๆ ที่ฟัง หรืออ่านแล้วดูดี

ถ้าจะเรียกให้ทันสมัยหน่อยก็บอกว่า เหมือนเป็นการบอกวิสัยทัศน์มากกว่านโยบาย แต่ถ้าจะพูดแบบเสียดสีประชดประชันก็บอกว่า เหมือนความฝันลมๆ แล้งๆ หรือคำมั่นสัญญาที่ชวนเคลิบเคลิ้ม ที่กว้างเสียจนไม่ว่าจะทำอะไรก็เรียกได้ว่าตรงตามนโยบายไปเสียหมด แต่จะใช่เรื่องที่ควรทำหรือไม่ยังเป็นปัญหาอยู่

ความจริงก็คือ นโยบายเหล่านั้นส่วนใหญ่ เขียนโดยข้าราชการประจำหลังจากที่รู้ว่าใครได้เป็นรัฐบาลแล้ว มีเรื่องที่ว่ากันว่า เป็นเรื่องจริงจากปากของอดีตปลัดกระทรวงท่านหนึ่งที่ถึงกับอุทานทันทีที่รู้ข่าวว่ามีการยึดอำนาจและเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เอาอีกแล้วต้องเขียนนโยบายใหม่อีกแล้ว

แต่ปัจจุบันใครก็ตามที่สนใจเรื่องนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายสาธารณสุข คงรู้กันดีแล้วว่ารัฐบาลมาพร้อมกับนโยบายที่ไม่ได้รอข้าราชการประจำมาเขียนให้ และบางนโยบายที่มาพร้อมกับรัฐบาลก็อาจจะไม่เป็นที่นิยม หรือเห็นด้วยของข้าราชการประจำด้วยซ้ำไป

หลายคนแสดงความกังวลว่า นโยบายที่มาจากฝ่ายการเมืองมักมุ่งผลระยะสั้น และละเลยนโยบายที่อาจจะเห็นผลในระยะยาว เพราะฝ่ายการเมืองต้องการทำให้ถูกใจประชาชนที่ลงคะแนนเสียง เรื่องไหนที่นานกว่าจะเห็นผล และอาจจะต้องขัดใจประชาชน อาจจะไม่มีทางเกิดขึ้น

ในขณะที่นโยบายที่มาจากฝ่ายประจำน่าจะดีกว่าตรงที่มองเรื่องระยะยาว และมีความต่อเนื่องแม้จะเปลี่ยนรัฐบาล ไม่ต้องไปสนใจว่าจะโดนใจประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเลือกตั้งหรือเปล่า แต่ใครจะบอกล่ะว่านโยบายแบบไหนจะดีกว่ากัน ระหว่างนโยบายที่มาจากฝ่ายการเมือง หรือฝ่ายประจำ

สี่ปีหลังจากรัฐบาลทักษิณหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยสารพัดนวัตกรรมด้านนโยบายที่ถูกเรียกรวมๆ ว่านโยบายประชานิยม ข้อถกเถียงดังกล่าวกลายเป็นคำถามที่ล้าสมัยไปอย่างรวดเร็ว เพราะชัดเจนว่านโยบายที่ดีไม่น่าจะมาจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายมาช่วยกันเขียนนโยบายแล้วจะได้เป็นนโยบายที่ดีที่สุด

เพราะนโยบายที่ดีควรประกอบด้วยปัจจัยสองประการ!

หนึ่ง คือข้อมูล และความรู้ที่ดี และสองคือกระบวนการนโยบายที่ดี

กระบวนการนโยบายที่ดีต้องสร้างการมีส่วนร่วมของหลายๆ ฝ่าย มากกว่าแค่นักการเมือง หรือข้าราชการประจำ หรือแม้กระทั่งแค่นักวิชาการ

ว่าไปแล้วเคล็ดลับอย่างหนึ่งของนโยบายทักษิณหนึ่งที่ถูกใจประชาชนนั้น ส่วนหนึ่งเพราะมีส่วนร่วมจากประชาชน คือได้ไปฟังประชาชนมาก่อนที่จะทำเป็นนโยบาย แต่นโยบายจำนวนไม่น้อยมาจากมุมมองของทีมนักวิชาการ โดยไม่ได้แม้แต่ฟังเสียงประชาชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเลย เพราะมั่นใจว่าได้คิดแทนทุกฝ่ายอย่างถี่ถ้วนแล้ว

ส่วนปัจจัยที่สองคือ ส่วนของข้อมูลและความรู้ที่ดีนั้นมีหลายมิติ ไม่ใช่แค่ว่ามีการวิจัยโดยนักวิชาการ หรือมีหลักฐานจากตำราวิชาการก็นับว่าเป็นข้อมูลที่ดีแล้ว

ถ้าจะให้ทันสมัยก็จะต้องบอกว่า การสร้างสรรค์นโยบายที่ดีนั้นต้องทำโดยใช้แนวคิดการจัดการความรู้ คือมีการผสมผสานความรู้ทั้งจากส่วนของความรู้ประจักษ์ (ที่มีผู้เขียนไว้ในตำรา หรือทำวิจัยไว้ หรือทำวิจัยขึ้นมาใหม่) กับความรู้แฝง (ที่อยู่ในตัวผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ แต่มีคุณค่าและความสำคัญไม่แพ้ความรู้ประจักษ์)

และเมื่อได้ความรู้และข้อมูลหลากหลายประเภท หลากหลายแหล่งที่มาแล้วก็ต้องมีการวิเคราะห์ แล้วยังต้องกลับไปตรวจสอบความเห็นของฝ่ายต่างๆ ต่อข้อวิเคราะห์ที่ได้มา เพราะเป็นที่รู้กันว่า การวิเคราะห์แม้จะใช้วิธีการทางวิชาการ ก็ยังอาจถูกกระทบจากอิทธิพลของความเชื่อ หรือความชอบ หรือแม้กระทั่งจุดยืนของผู้วิเคราะห์อย่างช่วยไม่ได้

กระบวนการนโยบาย และการจัดการความรู้ในการสร้างสรรค์นโยบายเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับนโยบายที่กระทบคนจำนวนมาก และเป็นกลุ่มที่น่าจะมีความเห็นแตกต่าง เพราะเหตุปัจจัยนานาประการ

เคยมีนักวิชาการนโยบายสาธารณะชาวอังกฤษ แบ่งนโยบายเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มหนึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้วิชาการมาก และการตัดสินใจควรพึ่งการวิเคราะห์ทางวิชาการเป็นหลัก ส่วนอีกประเภทเป็นนโยบายที่ต้องตรวจสอบ และรับฟังผู้เกี่ยวข้อง เพราะมีผลกระทบมาก และผลการวิเคราะห์ทางวิชาการ อาจต้องปรับเปลี่ยนตามข้อเท็จจริงของฝ่ายต่างๆ ในสังคมซึ่งนำเข้าสมการทางวิชาการได้ยาก

แต่ความจริงก็คือว่า ชาวบ้านธรรมดาที่แม้ไม่มีวิชาการ และมีความเห็นต่างจากผลการวิเคราะห์โดยใช้วิชาการก็มีความสำคัญ แม้ในเรื่องที่ดูเหมือนต้องใช้วิชาการมาเป็นหลัก

ไม่เชื่อก็ดูนโยบายควบคุมโรคหวัดนกดูก็อาจจะเห็นว่า แม้กระทั่งคนเลี้ยงเป็ดไล่ทุ่งก็มีชุดความรู้และประสบการณ์ที่อาจจะช่วยให้การวางแผนควบคุมการระบาดของโรคเกิดผลอย่างแท้จริงมากกว่าการอาศัยเพียงความรู้ด้านระบาดวิทยา หรือสัตวแพทย์ นักวิชาการเกษตร

หรือบางที่ชาวบ้านที่ดูเหมือนไม่มีความรู้ก็มีโอกาสรับทราบข้อมูล หรือข้อสรุปในเรื่องยากๆ อย่างเรื่องการใช้วัคซีนจากที่อื่น ที่แตกต่างจากที่มีการใช้เพื่อการวิเคราะห์โดยกลุ่มนักวิชาการก็เป็นได้

การแยกนโยบายโดยเอาความซับซ้อนทางวิชาการมาเป็นตัวแบ่ง จึงน่าจะเป็นเส้นแบ่งที่ไม่เหมาะสม ซ้ำยังอาจเป็นข้ออ้างให้จำกัดกระบวนการสร้างนโยบายสาธารณะให้อยู่แต่ในมือของฝ่าย ที่ “เชื่อกันว่า” มีความรู้มากกว่าอีกด้วย.-

*****************************************
แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช)
สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

โดย kai   เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2548 02:57:42 น.

 ความคิดเห็น
ลำดับที่ 1
ขอความคิดเห็นว่าทำไมนโยบายสาธารณะเมือนำไปปฎิบัติจึงมักไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

จาก นายวานิช  เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2550 17:04:33 น.


ลำดับที่ 2
นโยบายที่ดีต้องประกอบไปด้วยแนวปฎิบัติที่ดีด้วย นโยบายสาธารณะส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากคนส่วนน้อย ขาดการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียส่วนใหญ่ ทำให้ไม่มีพลังในการปฎิบัติ ขณะเดียวกัน ก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดในหลายๆด้าน เช่น การทำงานในลักษณะแยกส่วนของราชการ ความเข้าใจ ทัศนคติ วัฒนธรรมการทำงาน ฯลฯ ของผู้รับนโยบายไปปฎิบัติด้วย
เหตุผล ปัจจัย ข้อจำกัด คงจะมีอีกมากครับ
ถ้าเห็นว่าแนวทาง/กระบวนการลักษณะนี้ดี แต่มีปัญหาในทางปฎิบัติก็น่าจะสนับสนุนและหาทางแก้ต่อไป

จาก kai  เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2550 17:32:43 น.


ลำดับที่ 3
ถ้ามีจุดเด่น จุดด้อย วิธีการแก้ปัญหา ข้อเสนอแนะด้วย จะดีมาก ๆ

จาก onn  เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2552 18:41:53 น.