รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่

หมวด
กระทู้ (52)
ฟ้องด้วยภาพ (5)
ร่วมด้วยช่วยแจ้งข่าว (21)
ร่วมด้วยช่วยฟื้นคลอง (8)
แถลงไข " จากสงขลา - ไทรบุรีสู่กาญจนวนิช "
กระทู้ >> กระทู้
จากสงขลา – ไทรบุรี สู่ กาญจนวนิช


ประวัติการสร้าง

ไม่มีข้อมูลจากหน่วยงานไหนระบุชัดแน่ชัด อาจเนื่องมาจากการโอนย้ายหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทราบแต่เพียงว่า พ.ศ. 2504 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาสงขลาสร้างทางหลวงไปต่อพรมแดนกับเมืองไทรบุรี ซึ่งพรมแดนระหว่างเมืองในสมัยนั้นยังไม่แน่นอน จึงแบ่งเขตแดนกันโดยปล่อยช้าง 2 เชือก ออกเดินทางจากสงขลา และจากไทรบุรี ในกำหนดเวลาเดียวกันคือ เมื่อไก่ขันครั้งที่ 1 โดยตกลงกันว่าช้างสวนทางกัน ณ ที่ใด ให้ใช้จุดนั้นแบ่งเขตแดน และแต่ละเมืองก็จะสร้างถนนมาบรรจบกัน ณ ที่นั่น
ภายหลังตั้งชื่อหมู่บ้านที่ช้างสวนทางกันว่า “ บ้านหัวถนน ” ปรากฏหลักฐานเป็นเสาหิน แกะสลักปลายเสาเป็น บัวหงาย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เมตร ตรงกิโลเมตรที่ 66/500 ถนนกาญจนวนิช
สันนิษฐานว่าการสร้างทางครั้งแรกน่าจะเป็นเพียงการถากป่าให้โล่งเตียนพอเป็นทางคมนาคมได้ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสหัวเมืองทางใต้ใน พ.ศ. 2415 ( บางรายงานระบุว่า 2414 ) ได้เสด็จพระราชดำเนินตามถนนสายสงขลา-ไทรบุรี จึงได้มีการปรับปรุงถนนให้ดีขึ้นเป็นลำดับ


การตั้งชื่อ

เดิมชื่อถนนสงขลา – ไทรบุรี ต่อมา ( ระหว่าง พ.ศ. 2494 – 2507 ) เปลี่ยนชื่อเป็น “ ถนนกาญจนวนิช ” ตามนามสกุลของนายช่างผู้ควบคุมการซ่อมทาง อนุมานว่าตรงกับสมัยที่จอมพล แปลก พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี ( พ.ศ. 2491-2500 ) เพราะมีนโยบายให้ตั้งชื่อถนนตามชื่อ หรือนามสกุลของนายช่างใหญ่ผู้ควบคุมการก่อสร้างหรือการบังคับบัญชารับผิดชอบ
ความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์

• เคยเป็นเส้นทางที่พระยาไทรบุรีเดินทางผ่านเพื่อนำต้นไม้เงินต้นไม้ทองส่งเป็นเครื่องราชบรรณาการไปยังกรุงเทพมหานคร
• พ.ศ. 2415 ( บางรายงานระบุว่า 2414 ) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสหัวเมืองทางใต้ ได้เสด็จพระราชดำเนินตามถนนสายสงขลา -ไทรบุรี
• พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินผ่าน เพื่อลี้ภัยทางการเมืองไปลงเรือกลไฟที่เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ก่อนเสด็จต่อไปยังประเทศ อังกฤษ และประทับอยู่จนสวรรคต นับได้ว่าถนนสายนี้เป็นถนนสายสุดท้ายของประเทศไทยที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินผ่าน



ผลต่อการคมนาคมและเศรษฐกิจของอำเภอหาดใหญ่

เป็นเส้นทางติดต่อโดยตรงระหว่างอำเภอหาดใหญ่และชายแดนไทย – มาเลเซีย ทำให้การติดต่อค้าขาย และการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว มีร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สถานที่ราชการ ตลอดจนวัดและมัสยิดเรียงรายตลอดสองข้างทาง ในแง่การท่องเที่ยวโดยเฉพาะของชาวมาเลเซียทำรายได้แก่อำเภอหาดใหญ่เป็นจำนวนมาก


ปัญหาและจุดอ่อน

1. เนื่องจากเป็นเส้นทางคมนาคมจากชายแดนประเทศมาเลเซียมุ่งตรงเข้าสู่อำเภอหาดใหญ่ ปัญหาที่พบคือถูกใช้เป็นเส้นทางขนถ่ายของหนีภาษีจากชายแดนมาเลเซีย

2. การจราจรค่อนข้างจะติดขัดในเวลาเร่งด่วน ( ประมาณ 8.00 น และ 14.30 - 15.30 น. )

3. เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องมาจาก รถใหญ่ ซึ่งได้แก่ รถบรรทุก รถพ่วง และรถเมล์ วิ่งร่วมกับ รถยนต์ส่วนตัว รถโดยสารขนาดเล็ก มอเตอร์ไซค์ และจักรยาน บนถนนสายนี้

การดูแลรับผิดชอบ – บำรุงรักษาทาง

แยกย่อยตามความรับผิดชอบของหน่วยงานแต่ละพื้นที่ที่ถนนตัดผ่าน อาทิเช่น ถนนกาญจนวนิชที่ตัดผ่านเขตเทศบาลเมืองบ้านพรุก็อยู่ในความดูและของเทศบาลเมืองบ้านพรุ


สภาพ – ลักษณะ


เป็นถนนลาดยางมะตอยจำนวน 4 ช่องทางจราจรตลอดสาย เริ่มต้นที่สามแยกสำโรง ( อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ) กม. 3+970 สิ้นสุดที่บ้านควนไม้ดำ ( ตำบลคลองพรวน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ) กม. 84+112 จัดได้ว่าเป็นถนนสายตรงจากอำเภอเมืองสงขลา, อำเภอหาดใหญ่ สู่ชายแดนไทย – มาเลเซีย มีสัญญาณไฟจราจรและสะพานข้ามคลองตลอดสาย สองข้างฟากถนนมีร้านค้า โรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์การค้า มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล ตลอดจนวัดและมัสยิดเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก บ่งชี้ให้เห็นความสำคัญในฐานะถนนสายเศรษฐกิจของเมือง

โดย ด๊ะด๊ะห์ (ip:203...75)  เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2549 23:57:59 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 4774 ครั้ง ความคิดเห็น 2 รายการ ล่าสุดเมื่อ 12 มีนาคม 49 00:13:19
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
  ตำนานถนนสงขลา – ไทรบุรี

ผู้ให้สัมภาษณ์ : นายบัญญัติ อัตมณีย์


เจ้าเมืองสงขลา กับ เจ้าเมืองไทรบุรี ตกลงแบ่งเขตแดนเมือง โดยใช้ช้างออกเดินทางพร้อมกัน ทั้งจากทางสงขลา และ ไทรบุรี เมื่อเวลาไก่ขันครั้งที่ 1 โดยกำหนดว่าเมื่อช้างพบกันที่จุดใด ให้ปักหลักเสาหินเป็นเขตแดนเมือง ในการปักเสาหินนั้นให้ฝัง หญิงท้องแก่ ณ ที่นั่นด้วย เจ้าเมืองสงขลาประกาศให้มหาดเล็กไปเรียกหญิงท้องแก่ทุกบ้าน ใครขานรับให้นำมาฝังทั้งเป็น ( ผู้หญิงคนนั้นชื่อว่า จันทร์ ) ทั้งนี้การฝังเสาให้เอนหัวเสาให้เอนหัวเสาไปทางทิศตะวันตก ( ปรากฏว่าช้างสวนกันที่หมู่ที่ 8 ตำบลปริก อำเภอสะเดา ภายหลังตั้งชื่อหมู่บ้านนั้นว่า “ บ้านหัวถนน ” จึงมีเสาหินแกรนิตฝังอยู่บริเวณนั้น ชาวบ้านเรีบกกันว่า “ ทวดหลัก ” )



* ร.7 เสด็จ เสด็จผ่านทางถนนสายนี้ โดยเกวียน ถือเป็นเส้นทางสุดท้ายที่ ร.7 ใช้ ก่อนออกนอกประเทศ เพื่อไปลงเรือที่ ปีนังก่อนเดินทางไปยังประเทศอังกฤษ และประทับอยู่ที่นั่นจนสวรรคต


* ระยะทางจากสงขลาถึงเสาหลัก และระยะทางจาก ไทรบุรีถึงเสาหลัก มีระยะทางที่เท่ากันคือ 76 กิโลเมตร (แสดงให้เห็นถึงความซื้อสัตย์ของคนสมัยก่อน) ปัจจุบัน ไทรบุรี อยู่ใน รัฐเปอร์ลิส ในประเทศมาเลเซีย


* การบูรณะศาลาทวดหลัก

ครั้งที่ 1 ไม่มีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
ครั้งที่ 2 หลวงพ่อเชื่อง และ หลวงพ่อดับ ( พ.ศ. 2526 )
ครั้งที่ 3 ผู้ใหญ่บ้านมนูญ ศรีทอง ( ปลายปี 2548 )

จาก คนเดิมเจ้าค่ะ(ip:203...75)  เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2549 00:09:18 น.


  ลำดับที่ 2
  ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ คุณหมออนันต์ บุญโสภณ

ถนนสงขลา – ไทรบุรี เป็นถนนที่สร้างร่วมกันระหว่างเมืองสงขลาและเมืองไทรบุรี เพื่อความสะดวกในการเดินทางมาส่งดอกไม้เงินดอกไม้ทองของเจ้าเมืองไทรบุรี


ทั้งนี้การสร้างถนนได้ตกลงสร้างกันคนละครึ่งทาง วัดระยะทางโดยการกำหนดให้ช้าง 2 ตัวออกเดินทางจากสงขลาและไทรบุรีในเวลาเดียวกัน เมื่อช้างเดินสวนทางกัน ณ ที่ใด ให้ถือเป็นจุดกึ่งกลางในการสร้างทาง ปรากฏว่าช้างเดินสวนกันที่ตำบลปริก อำเภอสะเดา จึงเรียกชื่อหมู่บ้านที่ช้างสวนกันว่า “ บ้านหัวถนน ”


ต่อมามีการเปลี่ยนชื่อถนนสงขลา – ไทรบุรีเป็น “ ถนนกาญจนวนิช ” ตามนามสกุลนายช่างซ่อมทาง

พ.ศ. 2493 - 2494 ยังเป็นชื่อถนน สงขลา-ไทรบุรี
พ.ศ. 2506 - 2507 เปลี่ยนชื่อเป็น ถนนกาญจนวนิช
พ.ศ. 2511 คุณหมอไปเรยนต่อเมืองนอก

* ดังนั้นน่าจะเปลี่ยนชื่อถนนเมื่อประมานปี พ.ศ. 2494 - 2507


------------------------------------------

จาก นู๋ด๊ะ -*-(ip:203...13)  เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2549 00:13:19 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 25 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7951945 person(s) and 26592986 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation