รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Forum homepage Home What's new What's hot Archives
ข่าวสาร (315)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
Total 2932226 hits.
Last on 25-3-60 14:49

ทรัพยากรน้ำในภาคใต้
บทความ >> สิ่งแวดล้อม (บทความ)
ทรัพยากรน้ำในภาคใต้
ข้อมูลจาก www.degp.go.th

แม่น้ำท่าตะเภา
เป็นแม่น้ำสายสั้น ๆ มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาด้านทิศตะวันตก ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไหลผ่านอำเภอท่าแซะ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร และออกสู่อ่าวไทยบริเวณปากน้ำชุมพร มีความยาวของแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาเท่ากับ 867 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 1,440 ล้านลูกบาศก์เมตร คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ซึ่งเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ในหลายบริเวณตรวจพบโลหะหนักบางชนิด ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท โครเมี่ยม และแคทเมี่ยม แต่มีปริมาณไม่มากนัก สำหรับปริมาณโคลิฟอร์มแบคที่เรียมีค่อนข้างสูงเนื่องจากลำน้ำไหลผ่านชุมชน ทำให้เกิดการปนเปื้อนจากน้ำทิ้ง
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม มีการใช้เพื่อบริโภคและสันทนาการบ้างในช่วงที่ไหลผ่านชุมชน

แม่น้ำหลังสวน
มีต้นกำเนิดในเขตจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไหลผ่านอำเภอพะโต๊ะ และอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร แล้วออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่ปากน้ำหลังสวน มีความยาวของแม่น้ำหลังสวนและลำน้ำสาขาประมาณ 497 กิโลเมตร
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ซึ่งยังเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ บริเวณที่ไหลผ่านชุมชนจะมีคุณภาพต่ำลงเล็กน้อย ได้แก่ บริเวณสุขาภิบาลพะโต๊ะ และสุขาภิบาลหลังสวน มีค่าความสกปรก ปริมาณสังกะสี และปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียสูงกว่าบริเวณอื่นๆ เนื่องจากการปนเปื้อนของน้ำทิ้งจากกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรม ในส่วนของบริเวณต้นน้ำและท้ายน้ำมีการใช้ประโยชน์เพื่อการประมงและเพาะเลี้ยง รวมถึงการสันทนาการและการสัญจรทางน้ำด้วย

แม่น้ำตาปี-พุมดวง
แม่น้ำตาปีมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหลวงซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาบรรทัด จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนแม่น้ำพุมดวงมีต้นกำเนิดจากคลองศก คลองแสง และคลองยัน ไหลผ่านเขื่อนรัชชประภา อำเภอบ้านตาขุน อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอท่าฉาง จนกระทั่งไหลมาบรรจบกับแม่น้ำตาปีที่อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีความยาวตลอดลำน้ำประมาณ 214 กิโลเมตร และมีความยาวรวมกับลำน้ำสาขาประมาณ 3,848 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำท่าโดยเฉลี่ย 17,380 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ซึ่งยังสามารถใช้ในการอุปโภค-บริโภคได้ สภาพโดยทั่วไปของลำน้ำมีความสกปรกไม่มากนัก มีปริมาณโลหะหนัก ได้แก่ ปรอท และสังกะสี ปะปนอยู่สูงในฤดูแล้ง แต่ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน สำหรับปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียมีค่อนข้างสูงในบริเวณเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี และสะพานพระจุลจอมเกล้า เนื่องจากเป็นที่ตั้งของชุมชน
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม แต่บางบริเวณยังสามารถใช้บริโภคได้ เช่น บริเวณต้นน้ำตาปี บริเวณหน้าเขื่อนรัชชประภา และบริเวณต้นน้ำพุมดวง

แม่น้ำปากพนัง
มีต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัด บริเวณตำบลวังอาด ไหลผ่านอำเภอชะอวด อำเภอวิเชียรใหญ่ จนกระทั่งมารวมกันกับลำน้ำสาขาที่บ้านปากแพรก ตำบลบ้านเนิน อำเภอปากพนัง กลายเป็นแม่น้ำปากพนัง แล้วไหลลงสู่อ่าวนครศรีธรรมราชที่อำเภอปากพนัง มีความยาวของแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา เท่ากับ 2,055 กิโลเมตร
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้จัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ซึ่งการใช้ประโยชน์ดังกล่าวสอดคล้องกับคุณภาพน้ำในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การใช้ประโยชน์ลำน้ำสายนี้สำหรับการบริโภคหรืออุปโภคควรเป็นบริเวณเหนืออำเภอเชียรใหญ่เท่านั้น เพราะน้ำในบริเวณด้านใต้ลงมามีความเค็มค่อนข้างสูง หรือหากจำเป็นต้องใช้ควรบำบัดก่อน
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรม คือการทำนากุ้ง โดยเฉพาะกุ้งกุลาดำ เนื่องจากลำน้ำมีความเค็มค่อนข้างมากตลอดความยาวตั้งแต่ปากแม่น้ำจนถึงอำเภอเชียรใหญ่ สองฝั่งลำน้ำจึงมีการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำเป็นจำนวนมาก

แม่น้ำตรัง
มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบรรทัด จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และเทือกเขาในเขตจังหวัดกระบี่ มีความยาวตลอดลำน้ำประมาณ 123 กิโลเมตร มีลำน้ำสาขาที่สำคัญ ๆ คือ คลองชี คลองท่าประดู่ คลองกะปาง คลองมวน คลองยางยวน คลองลำภูรา และคลองนางน้อย ซึ่งความยาวรวมของแม่น้ำตรังและลำน้ำสาขามีความยาวประมาณ 2,650 กิโลเมตร แม่น้ำตรังไหลลงมาจากทางตอนเหนือผ่านกิ่งอำเภอรัษฎา อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ อำเภอเมืองตรัง และลงสู่ทะเลอันดามัน ที่ปากแม่น้ำกันตัง
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 2 ถึง 3 ซึ่งยังมีคุณภาพดี สามารถใช้อุปโภค-บริโภคได้ มีปริมาณโลหะหนักเพียงเล็กน้อย สำหรับปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียมีเพียงบริเวณเทศบาลเมืองกันตังเท่านั้นที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากการปนเปื้อนของน้ำทิ้งในชุมชน
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรม มีบางบริเวณของลำน้ำที่ใช้ในการบริโภค เช่น บริเวณลำภูรา และบริเวณก่อนที่ลำน้ำจะไหลผ่านเทศบางเมืองตรัง ส่วนบริเวณระหว่างเทศบาลเมืองตรังและสุขาภิบาลคลองเต็ง มีการใช้ประโยชน์ในกิจการอุตสาหกรรม

แม่น้ำปัตตานี
มีต้นน้ำอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรี บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย ในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านอำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา และไหลผ่านจังหวัดปัตตานีที่อำเภอยะรัง จนกระทั่งออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอเมืองปัตตานี มีความยาวตลอดลำน้ำประมาณ 120 กิโลเมตร และมีความยาวรวมกับลำน้ำสาขาเท่ากับ 2,296 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 3,024 ล้านลูกบาศก์เมตร
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 2 ถึง 3 ซึ่งมีคุณภาพค่อนข้างดี ในปัจจุบันยังคงมีสัตว์น้ำชุกชุม มีปริมาณโลหะหนักเพียงเล็กน้อย สำหรับปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียมีเพียงบริเวณเทศบาลเมืองปัตตานีเท่านั้นที่ค่อนข้างสูง
การใช้ประโยชน์ลำน้ำ โดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรม มีบางบริเวณของลำน้ำที่ใช้สำหรับบริโภค ได้แก่ บริเวณอำเภอบันนังสตา และอำเภอธารโต จังหวัดยะลา ในส่วนของลำน้ำที่ไหลผ่านชุมชนยังคงมีการใช้ลำน้ำเป็นเส้นทางคมนาคม นอกจากนี้บริเวณใกล้ปากแม่น้ำตั้งแต่เทศบาลเมืองปัตตานีออกไปมีการทำประมงกันเป็นจำนวนมาก

แม่น้ำสายบุรี
มีต้นน้ำอยู่ในเทือกเขาสันกาลาคีรีระหว่างเขาคุลากาโอกับเขาตาโบ้ในอำเภอสุคีริน จังหวัดนราธิวาส ไหลขึ้นไปทางเหนือผ่านอำเภอศรีสาคร อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส แล้วไหลผ่านเข้าไปในเขตอำเภอรามัน จังหวัดยะลา จนกระทั่งออกสู่ทะเลที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีความยาวตลอดลำน้ำประมาณ 186 กิโลเมตร และมีความยาวรวมกับลำน้ำสาขาเท่ากับ 1,412 กิโลเมตร มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 2,840 ล้านลูกบาศก์เมตร
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 2 ถึง 3 ซึ่งมีคุณภาพดี เนื่องจากการปนเปื้อนของน้ำทิ้งจากกิจกรรมต่างๆ มีอยู่น้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำทิ้งจากชุมชน ดังนั้น น้ำในบริเวณนี้จึงสามารถใช้สำหรับอุปโภค-บริโภคได้เป็นอย่างดี
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้สำหรับการเกษตร มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ใช้ในการอุตสาหกรรม เช่น บริเวณสุขาภิบาลศรีสาคร

แม่น้ำบางนรา
ต้นน้ำเกิดขึ้นระหว่างภูเขาตุกและภูเขาตะเว ในท้องที่อำเภอระแงะ และอำเภอสุไหงปาดี มีลำน้ำสาขาหลายสายประกอบด้วย คลองยะกัง คลองโต๊ะเจ๊ะ คลองจวบ และคลองสุไหงปาดี แม่น้ำบางนราไหลผ่านพื้นที่ในเขตอำเภอระแงะ อำเภอสุไหงปาดี อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอตากใบ จากการที่แม่น้ำบางนราไหลผ่านอำเภอตากใบ จึงเรียกแม่น้ำที่ไหลผ่านว่า แม่น้ำตากใบ จากนั้นไหลลงสู่อ่าวไทยที่ปากแม่น้ำ จังหวัดนราธิวาส และอีกส่วนหนึ่งไหลลงแม่น้ำโกลก ซึ่งกั้นเขตแดนประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย เป็นเหตุให้ระดับน้ำในแม่น้ำบางนราตลอดสายอยู่ในอิทธิพลการขึ้นลงของน้ำทะเล และยังทำให้น้ำมีสภาพเป็นน้ำเค็มและน้ำกร่อยตลอดปี แม่น้ำบางนรามีความยาวตลอดลำน้ำประมาณ 60 กิโลเมตร และมีความยาวรวมกับลำน้ำสาขาประมาณ 1,438 กิโลเมตร
คุณภาพน้ำในแม่น้ำนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 2 ถึง 3 ซึ่งมีคุณภาพดี เพราะบริเวณสองฝั่งลำน้ำยังคงเป็นบ้านเรือนประชาชนกระจายตัวอยู่อย่างเบาบาง ทำให้การใช้น้ำและการปล่อยของเสียลงในน้ำมีเพียงเล็กน้อย
การใช้ประโยชน์ลำน้ำโดยส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรม สำหรับในบริเวณเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งเป็นบริเวณท้ายน้ำ มีการใช้ประโยชน์จากลำน้ำหลากหลายกิจกรรมตั้งแต่การบริโภค เกษตรกรรม การสัญจรทางน้ำ รวมทั้งอุตสาหกรรม

ทะเลสาบสงขลา
เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่มีพื้นที่ประมาณ 1,040 ตารางกิโลเมตร มีความกว้างประมาณ 20 กิโลเมตร มีความยาวประมาณ 75 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 3 จังหวัด คือ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ซึ่งนับว่าเป็นทะเลสาบที่มีพื้นที่ลุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 8,521 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปี 7,301 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้านทิศตะวันตกของพื้นที่ลุ่มน้ำมีเทือกเขาบรรทัดทอดตัวยาวในแนวเหนือ-ใต้ และทางตอนใต้ของพื้นที่ลุ่มน้ำติดกับเทือกเขาสันกาลาคีรี และมีพื้นที่ลาดเอียงจากด้านทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก โดยมีลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขา พื้นที่ราบลุ่ม และพื้นที่ราบริมทะเลสาบ มีลำน้ำสาขาหลายสาย เช่น คลองป่าพะยอม คลองท่าแนะ คลองป่าบอน คลองรัตภูมิ และคลองอู่ตะเภา นอกจากนี้แล้วยังมีทางออกสู่อ่าวไทยทางด้านจังหวัดสงขลา ลักษณะดังกล่าวนี้ทำให้ปริมาณและสภาพของน้ำในทะเลสาบขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงมาและน้ำเค็มที่หนุนขึ้นมาจากอ่าวไทย
คุณภาพน้ำในบริเวณนี้โดยรวมจัดอยู่ในมาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดินประเภทที่ 3 ซึ่งเหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ และการอุปโภค ปริมาณความสกปรกและโลหะหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ปริมาณโคลิฟอร์มแบคทีเรียมีค่อนข้างสูงทั่วบริเวณ เนื่องจากรอบทะเลสาบมีบ้านเรือนตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดการปนเปื้อนของน้ำทิ้งลงสู่ทะเลสาบ
ปัจจุบันมีการใช้ประโยชน์จากน้ำในทะเลสาบสงขลาเพื่อการอุปโภค-บริโภค การเกษตรกรรม เช่น การทำนาข้าว การปศุสัตว์ การประมง และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การอุตสาหกรรม การคมนาคม รวมทั้งการท่องเที่ยว

เขื่อนบางลาง
เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งแรกของภาคใต้ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตสร้างขึ้น โดยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2519 จนแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2524 สร้างปิดกั้นลำน้ำปัตตานีที่บริเวณบ้านบางลาง ตำบลเขื่อนบางลาง อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ตัวเขื่อนเป็นหินถมแกนดินเหนียว มีความสูง 85 เมตร สันเขื่อนยาว 430 เมตร กว้าง 10 เมตร อ่างเก็บน้ำมีความจุ 1,420 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อน 2,080 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำมีความจุที่ใช้งานได้เท่ากับ 1,093 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ปีละประมาณ 200 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 3 เครื่อง นอกจากนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำยังสามารถอำนวยประโยชน์ในด้านการชลประทานแก่พื้นที่เพาะปลูกของจังหวัดยะลาและปัตตานีเป็นพื้นที่จำนวน 380,000 ไร่ อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอุทกภัยในบริเวณตอนล่างของลุ่มน้ำปัตตานี และยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สำคัญแห่งหนึ่งอีกด้วย

เขื่อนรัชชประภา
เดิมมีชื่อว่าเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสน ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มดำเนินการก่อสร้าง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2525 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2530 เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง อ่างเก็บน้ำมีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 3 เครื่อง นอกจากนี้แล้วน้ำในเขื่อนยังเป็นประโยชน์ต่อการชลประทาน โดยใช้สำหรับการเพาะปลูกพืชในฤดูแล้งและทำนาปรังของราษฎร ในอำเภอบ้านตาขุน อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอพุนพิน ซึ่งอยู่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำด้านท้ายน้ำ รวมทั้งช่วยบรรเทาอุทกภัยโดยลดความรุนแรงของภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ตอนล่าง ช่วยเจือจางน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม โดยน้ำจากเขื่อนจะถูกปล่อยออกไปเจือจางน้ำเสีย และต้านทานการรุกล้ำของน้ำเค็มที่ปากแม่น้ำ อีกทั้งยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้กับราษฎรที่อยู่บริเวณโดยรอบ

เขื่อนปัตตานี
สร้างปิดกั้นแม่น้ำปัตตานี สร้างโดยกรมชลประทาน ที่เขตติดต่อระหว่างอำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา กับอำเภอยะรัง และอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เริ่มโครงการสำหรับสร้างตัวเขื่อนตั้งแต่ พ.ศ. 2511 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2523 ส่วนงานระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ และงานพัฒนาในแปลงนาแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2530 ถือได้ว่าเป็นเขื่อนทดน้ำคอนกรีตแห่งแรกที่มีอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน เนื่องจากพื้นที่ทางฝั่งซ้ายและฝั่งขวาเหนือเขื่อนสร้างคันกั้นน้ำเป็นทางยาว เพื่อป้องกันน้ำท่วมไร่นาทั้งสองฝากฝั่ง จึงทำให้พื้นที่รับน้ำเหนือเขื่อนเกิดเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ยาวไปตามลำน้ำมีช่องระบายน้ำกว้าง 6 เมตร จำนวน 6 ช่อง มีประตูระบายทรายอยู่ทางด้านขวาตัวเขื่อนขนาดกว้าง 60 เมตร อีก 1 ช่อง สามารถส่งน้ำให้พื้นที่เพาะปลูกทั้งสองฝั่งลำน้ำปัตตานีในท้องที่อำเภอโคกโพธิ์ ยะรัง มายอ หนองจิก เมืองปัตตานี ยะหริ่ง และปะนะเระ ของจังหวัดปัตตานีกับพื้นที่บางส่วนของอำเภอเมืองยะลาประมาณ 33,000 ไร่

อ่างเก็บน้ำบางวาด
ตั้งอยู่ที่อำเภอกระทู้ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นโครงการชลประทานขนาดใหญ่ สร้างโดยกรมชลประทานในปี 2520 เพื่อเก็บกักน้ำจืดไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภครวมทั้งกิจการอุตสาหกรรมของราษฎร ซึ่งมีคลองบางทองและคลองบางวาดที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ เป็นลำคลองขนาดเล็กที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี เพราะสภาพป่าต้นน้ำอยู่ในสภาพดี มีต้นน้ำอยู่ในเขตอำเภอกะทู้ไหลจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก และไหลลงสู่ทะเลที่อ่าวฉลอง มีความยาวลำน้ำประมาณ 14 กิโลเมตร อ่างเก็บน้ำบางวาดมีพื้นที่รับน้ำประมาณ 6.75 ตารางกิโลเมตร สันทำนบดินยาว 900 เมตร กว้าง 8 เมตร ความกว้างของฐานตรงส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ 200 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ประมาณ 8.5 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งให้ประชาชนใช้ได้วันละ 11,700 ลูกบาศก์เมตร

โดย kai (ip:58...140)  เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2548 10:28:57 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 6729 ครั้ง ความคิดเห็น 6 รายการ ล่าสุดเมื่อ 17 กันยายน 55 19:18:14
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
 

จาก bum(ip:203...133)  เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550 13:14:04 น.


  ลำดับที่ 2
 

จาก 66666(ip:203...133)  เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2550 13:14:38 น.


  ลำดับที่ 3
 
click to view full image (photo size 24546 byte(s) : 360 x 232 pixel)
+++++

จาก por(ip:124...232)  เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2551 21:06:58 น.


  ลำดับที่ 4
 

จาก VRTH1skilled.Craloz(ip:101...108)  เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555 19:18:03 น.


  ลำดับที่ 5
 

จาก VRTH1skilled.Craloz(ip:101...108)  เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555 19:18:08 น.


  ลำดับที่ 6
 

จาก VRTH1skilled.Craloz(ip:101...108)  เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555 19:18:14 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 27 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7942188 person(s) and 26522206 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation