รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Forum homepage Home What's new What's hot Archives
ข่าวสาร (315)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
Total 2932197 hits.
Last on 25-3-60 14:45

เพลงเรือแหลมโพธิ์ จังหวัดสงขลา
บทความ >> น้ำ (บทความ)
click to view full image (photo size 34865 byte(s) : 360 x 480 pixel)
เพลงเรือแหลมโพธิ์ จังหวัดสงขลา
โดย สนิท บุญฤทธิ์

๑.เพลงเรือแหลมโพธิ์คืออะไร
จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดหนึ่งที่สืบทอดประเพณีชักพระมาตั้งแต่โบราณ มีทั้งการชักพระทางบก ซึ่งชักลากรถหรือเลื่อนที่ประดิษฐานบุษบกพระไปตามถนนหนทาง กับการชักพระทางน้ำ ซึ่งชักลากเรือบุษบกพระไปตามแม่น้ำลำคลอง บางทีก็ออกสู่ทะเล โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลา การชักพระทางน้ำนี้เองเป็นต้นกำเนิดของการเล่นเพลงเรือของภาคใต้ โดยเฉพาะเพลงเรือแหลมโพธิ์ ของจังหวัดสงขลา ที่เล่นสืบทอดประเพณีกันมานานนับร้อยปี

เพลงเรือแหลมโพธิ์ คือเพลงเรือที่มีศูนย์กลางการเล่นอยู่ที่บริเวณแหลมโพธิ์ ซึ่งเป็นแหลมเล็กๆ ยื่นลงไปในทะเลสาบสงขลา พื้นที่ประมาณ 5 ไร่ อยู่ทางตอนเหนือของหมู่ที่ 3 บ้านแหลมโพธิ์ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นเพลงที่พวกฝีพายเรือยาวร้องเล่นในเรือร่วมกับประเพณีชักพระ เพื่อชักลากเรือบุษบกพระไปสู่จุดหมายในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11

เพลงเรือแหลมโพธิ์เป็นเพลงเรือเช่นเดียวกันกับเพลงเรือที่มีเล่นในภาคกลางของประเทศไทย มีลักษณะเป็นประเพณีราษฎร์ แต่ความน่าสนใจศึกษาเฉพาะกรณีเพลงเรือแหลมโพธิ์อยู่ที่เพลงเรือแหลมโพธิ์เป็นเพลงเรือที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่มีที่ใดเหมือน หากว่าเพลงเรือแหลมโพธิ์เป็นเพียงเพลงที่เล่นกันในเรือ ว่าโต้ตอบกันระหว่างหนุ่มสาวแล้ว เพลงเรือแหลมโพธิ์ก็คงจะแตกต่างจากเพลงเรือภาคกลางดังกล่าวเพียงพื้นที่เล่นและภาษาในเพลงซึ่งเป็นภาษาถิ่นเท่านั้น แต่เพลงเรือแหลมโพธิ์นอกจากเป็นเพลงเล่นในเรือแล้ว ในส่วนอื่นๆ จะไม่เหมือนกับเพลงเรือในภาคกลางเลย

เพลงเรือแหลมโพธิ์ จึงเป็นเพลงอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมคนทั่วไปมักเข้าใจว่าเพลงเรือนั้นมีเพียงรูปแบบเดียว คือเพลงเรือของภาคกลาง โดยเฉพาะแถบจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี สิงห์บุรี และอ่างทองเท่านั้น

๒. ชื่อเพลงเรือแหลมโพธิ์
เพลงเรือแหลมโพธิ์นี้เรียกชื่อตามสถานที่ที่เป็นจุดนัดหมายที่เรือเพลงชักพระมารวมกัน คือที่แหลมโพธิ์แล้วขึ้นเล่นเพลงเรือต่อกันบนบริเวณแหลมโพธิ์ด้วย

จากการศึกษาเกี่ยวกับชื่อเพลงเรือ แม้พื้นที่ในเขตอำเภอหาดใหญ่เพียงเขตเดียวก็เรียกชื่อต่างๆกันออกไป เช่นตำบลแม่ทอมจะเรียก “เพลงเรือ” ตำบลคูเต่า

เรียก “เพลงยาว” บ้าง “เพลงเรือยาว” บ้าง ตำบลบางกล่ำ บ้านหนองม่วงนั้นเรียกว่า “เพลงยาว” และเรียกเพลงเรือสั้นๆ ขนาด 2-3 กลอนจบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพลงของพวกขี้เมาว่า “เพลงเรือบก” พระมหาเจริญ เตชะปัญโญ แห่งที่พักสงฆ์บ้านแหลมโพธิ์กล่าวว่า “มีคำเรียกเพลงเรืออีกคำหนึ่งคือคำว่า เพลงร้องเรือ แต่ในจำนวนทั้งหมด คำว่าเพลงยาวเป็นคำที่เรียกเก่าแก่ที่สุด ในเพลง “ชมนมพระ” ของนายพัน โสภิกุล ได้กล่าวถึงชื่อนี้ไว้กลอนหนึ่งว่า “บ้างร้องเพลงยาวรำเพลงต่างต่าง” คำว่า “เพลงยาวนี้” ได้รับการยืนยันจากผู้สูงอายุในพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นคำตัดมาจากคำว่า “เพลงเรือยาว” เพราะแต่เดิมเรือที่ใช้ชักพระและเล่นเพลงนั้นเป็นเรือยาวแทบทั้งนั้น ด้วยว่า “เรือยาวเป็นเรือสำหรับผู้ชาย ส่วนเรือสำหรับพวกผู้หญิงนั้นเรียกเรือเพรียว” เรือเหล่านี้มักเป็นของวัด จะมีกันวัดละหลายๆลำ อย่างวัดอู่ตะเภา วัดคูเต่ามีมากถึงวะดละ 7-8 ลำ เพิ่งมาตอนหลังเมื่อมีการตัดถนนเข้าสู่หมู่บ้านมากขึ้น ความจำเป็นในการใช้เรือน้อยลง เรือเหล่านั้นก็ถูกขายไปเป็นอันมาก แต่เป็นที่น่ายินดีที่มีการจัดสร้างเรือยาวขึ้นใหม่ที่วัดอู่ตะเภา เพื่อใช้ในพิธีชักพระ

๓.กำเนิดเพลงเรือแหลมโพธิ์
เป็นที่น่าเชื่อว่าประเพณีการชักพระทางน้ำเป็นต้นกำเนิดการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ การชักพระทางน้ำเกิดขึ้นจากศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีพื้นภูมิอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นลุ่มน้ำ ไม่มีเส้นทางบกอื่นใดอันอาจจะอัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐานบนรถหรือเลื่อนชักลากไปได้ จึงได้คิดหาวิธีอัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐานบนเรือชักลากไปแทน ซึ่งก็ทำให้ได้รับศรัทธาผลสมจุดมุ่งหมายเช่นเดียวกัน

เรือพระทางน้ำนั้นก็ได้รับการประดับตกแต่งทั้งตัวเรือและนมพระ (พนมพระหรือมณฑปพระ) เช่นเดียวกับการชักพระทางบก บางทีอาจจะวิจิตรพิสดารกว่าเรือพระทางบกเสียด้วยซ้ำ ทั้งนี้เรือพระ น้ำในสมัยโบราณบางลำใช้เรือยาวผูกขนานต่อติดกันถึง 3 ลำ เรือพระยิ่งลำใหญ่เท่าใดก็ยิ่งต้องอาศัยแรงชักลากจากฝีพายเรือชักลากมากลำขึ้นเท่านั้น ด้วยแรงศรัทธาและความเชื่อที่ว่า “เมื่อพระหลบหลัง ฝนจะตกหนัก” กับความบันดาลใจในความวิจิตรงดงามด้วยศิลปะพื้นบ้านที่แข่งสีสันตัดกันลานตาของเรือพระ กับสีสันของเสื้อผ้าอาภรณ์และหน้าตาของสตรีเพศทั้งที่ไม่อาจไปร่วมในการชักพระ เพียงแค่มายืนส่งสลอนอยู่บนสองฝั่งคลองกับสตรีเพศที่ร่วมลำไปด้วยในกระบวนชักพระนั้น ทำให้คนพื้นบ้านภาคใต้ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นผู้ที่มีอารมณ์ทางกาพย์กลอนสูงอยู่แล้วได้เกิดปฏิภาณเป็นถ้อยคำร้อยเรียงดังๆ ออกมาคนหนึ่งแล้วคนอื่นๆ ในกลุ่มก็มีอารมณ์ร่วมรับตามต่อๆกัน เมื่อเห็นว่าการร้องรับกันแบบนี้สนุกและทำให้เกิดพลังความฮึกเหิม เป็นสื่อร่วม กำหนดให้ลงฝีพายพร้อมๆกัน สามารถบรรลุถึงจุดหมายของกิจกรรมชักพระร่วมกันได้ ก็นิยมว่าเป็นสิ่งดี เป็นวัตกรรมแห่งสมัยที่ควรจดจำไว้ปฏิบัติอีกในคราวต่อๆไป จนกระทั่งพัฒนาเป็นเพลงเรือแหลมโพธิ์ในที่สุด

ในชั้นแรก เพลงเรือแหลมโพธิ์คงจะเป็นเพลงกลอนด้นหรือกลอนปฏิภาณที่มีความยาวไม่มากนัก อาจจะ 2-3 กลอน หรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ว่าร้องรับวนเวียนต่อกันไปตลอดทางทั้งขาไปและขากลับ เมื่อคิดขึ้นได้ใหม่ก็ค่อยเพิ่มกลอนมากขึ้น ทั้งนี้เพราะเพลงเรือแหลมโพธิ์มิได้เคร่งครัดในรูปแบบมากนัก เพลงที่กลอนขาดไปก็ยังสามารถใช้เล่นได้ ต่อมาจึงได้เตรียมตัวล่วงหน้าจากความงามของเรือพระที่ได้สร้างขึ้นในปีนั้น จากประวัติความเป็นมาของการชักพระ จากคนสวยในหมู่บ้าน จากเหตุการณ์ที่ซุบซิบติดอันดับรอบปี เหล่านี้ทำให้เกิดเป็นเพลงกลอนผูกขึ้น เพลงเหล่านี้มักกลอนดี ความหมายดี มีความยาวมาก บางเพลง เช่น เพลงชมนมพระ ของนาย พัน โสภิกุล ซึ่งเป็นเพลงเก่าเพลงหนึ่งมีความยาวถึง 91 กลอน ทั้งนี้โดยนับจากจำนวนกลอนที่มีอยู่ตามที่ได้บันทึกไว้ เมื่อได้ศึกษารูปแบบและเรื่องราวแล้วเชื่อว่าเพลงนี้แต่เดิมยังจะต้องมีความยาวมากกว่านี้แน่นอน

๔.พื้นที่เล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์
ยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเรือกระบวนชักพระทุกลำหรือทุกกระบวนจะต้องมีการเล่นเพลงเรือมาด้วย ภิญโญ จิตต์ธรรม กล่าวถึงประเพณีชักพระทั่วๆไปและได้กล่าวถึงการเล่นเพลงเรือไว้แต่ไม่ชัดเจนว่า “ในคืนวันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือน 10 พวกเรือพายหรือเรือเพรวเหล่านี้ก็จะออกซ้อมพาย ซ้อมความเร็ว เมื่อเหนื่อยมากแล้วบางทีก็จะพายช้าๆ พร้อมทั้งร้องเพลงเรือไปด้วย” ซึ่งนั้นก็หมายความว่าในการชักพระทางน้ำจะมีการร้องเพลงเรือเล่นด้วย แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นที่ใด อันนี้ก็ตรงกับที่นายเฮด แก้วกุลนิล อายุ 60 ปี (พศ.2528) ได้เล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนพอขึ้น 7-8 ค่ำ เรือแข่งจากบางทิง บางหยี โคกขี้เหล็ก มาซ้อมแข่งที่คูเต่าทั้งนั้น ทั้งเพลงเรือเพลงบอก ยิ่งคืน 15 ค่ำ คนเหมือนใบไม้”

ตามที่ได้ศึกษาข้อมูลพบว่าชุมชนของ 3 อำเภอบริเวณริมทะเลสาบสงขลา คืออำเภอเมือง อำเภอหาดใหญ่ และอำเภอรัตภูมิ มีการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์กัน โดยเฉพาะตำบลคูเต่า ตำบลแม่ทอม ตำบลบางกล่ำ อำเภอหาดใหญ่พบว่าเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์กันมากที่สุด ในจำนวนเพลงที่ใช้เป็นข้อมูล 55 เพลง เป็นเพลงที่ได้จากแม่เพลงหรือนักแต่งเพลงที่อยู่ในพื้นที่นั้นถึง 39 เพลง นอกนั้นได้จากอำเภอเมือง 1 เพลง อำเภอรัตภูมิ 5 เพลง ไม่ปรากฏพื้นที่ 10 เพลง

อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำผู้สูงอายุพอสรุปได้ว่า ชุมชนที่ชักพระมายังแหลมโพธิ์เท่าที่เคยมีมาคือ

เขตอำเภอหาดใหญ่ ได้แก่ บางโหนด หัวควาย ท่าแซ คลองแห บ้านหาร บางนก บางกล่ำ คูเต่า แม่ทอม ท่านางหอม ท่าเมรุ บางทิง บางหยี โคกขี้เหล็ก
เขตอำเภอรัตภูมิ ได้แก่ ควนโส ปากรอ ปากจ่า บางเหรียง ปากบางภูมี
เขตอำเภอเมือง ได้แก่ ทำนบ สทิงหม้อ เกาะยอ

๕.ธรรมเนียมนิยมในการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์
ธรรมเนียมนิยมของการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์น่าสนใจไม่แพ้เพลงพื้นบ้านอื่นๆ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนภาพสะท้อนความเป็นพื้นบ้านในแง่มุมต่างๆ ที่เรายังไม่เคยสัมผัสหรือสัมผัสแล้วแต่ยังไม่ถึงแก่นแท้ของมัน ธรรมเนียมนิยมของการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์แยกกันกล่าวให้ชัดเจนเป็น 5 ประการดังนี้

๕.๑ วันเล่น เพลงเรือแหลมโพธิ์จะเล่นกันจริงๆ ก็เฉพาะในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 อันเป็นวันชักพระเพียงวันเดียวเท่านั้น หมดวันก็สิ้นสุดการเล่นในรอบปี ส่วนก่อนหน้าวันชักพระจะมีการซ้อมเล่นกันทั่วไป ตั้งแต่วันเดือน 11 เริ่มแล้ว และค่อยๆมากขึ้น จนกระทั่งมากที่สุดในวันขึ้น 15 ค่ำ อันเป็นวันออกพรรษา

๕.๒ สถานที่เล่น การเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์นั้นมีจุดที่นัดพบกันจุดสำคัญคือแหลมโพธิ์ อันเป็นจุดหมายปลายทางที่เรือพระทุกลำมาหยุดพักเพื่อถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ที่มากับเรือพระแล้วประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ที่แหลมโพธิ์จึงเป็นสถานที่ที่เพลงเรือทุกลำและจากทุกแห่งในวันนั้นจะต้องขึ้นไปพบกันร้องเล่นเพลงเรือจนกระทั่งเสร็จพิธีพระ อัญเชิญเสด็จพระกลับวัด เรือพระบางวัดอาจไม่กลับวัดเลยทีเดียวก็จะพากันไปต่อที่หาดหอยซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งปากคลองอู่ตะเภา ทางทิศตะวันตกของแหลมโพธิ์ไม่ไกลกันนัก ที่หาดหอยจึงเป็นสถานที่เล่นเพลงเรืออีกแห่งหนึ่งที่รองลงไปจากแหลมโพธิ์ ที่ว่ารองลงไปก็เพราะหาดหอยไม่ใช่สถานที่เรือพระจะต้องนัดกันไปพบกันทุกลำเหมือนอย่างที่แหลมโพธิ์นั่นเอง แต่กล่าวกันว่านอกจากที่แหลมโพธิ์แล้ว ที่หาดหอยนี่แหละเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์สนุกนัก

๕.๓ วิธีเล่น ธรรมเนียมนิยมที่เกี่ยวกับวิธีเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์นี้มีหลายประการ ด้วยกันคือ

๕.๓.๑ เพลงเรือแหลมโพธิ์ไม่เป็นเพลงปฏิพากย์ ไม่มีการเล่นโต้ตอบกันระหว่างคณะ นายดำ มณีภาค อายุ 90 ปี (พ.ศ.2527) อดีตพ่อเพลงคนหนึ่งเล่าถึงเรื่องการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ให้ฟังสรุปได้ว่า “ การเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ไม่เจาะจงถึงใครคนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะว่ากราดไปทั่วๆ จึงไม่มีการโต้ตอบลักษณะปากต่อปาก คำต่อคำ อย่างเรือพระลำหนึ่ง มีเรือยาวชักลากไป 4-5 ลำ เรือทั้ว 4-5 ลำ ต่างก็ว่าเพลงของตัวเองไป เพลงลำใครก็ลำนั้น แต่ก็สนุก เมื่อพบลำอื่นก็จะว่าแข่งเสียงกันไป ไม่โต้กัน”

๕.๓.๒ เพลงเรือแหลมโพธิ์ที่เล่นในเรือ ซึ่งก็เป็นเรือยาวชักเรือพระนั่นเอง เรือยาวลำใหญ่ๆ จุฝีพายได้ถึง 25 คน แต่ที่ไม่เป็นเรือยาวซึ่งมีฝีพายแค่ 4-5 คนก็มี การเล่นในเรือนี้เริ่มต้นตั้งแต่เริ่มชักลากเรือพรถออกจากหน้าวัด จนถึงแหลมโพธิ์ เรือพระวัดใดอยู่ใกล้แหลมโพธิ์ก็มีเวลาอยู่ในเรือน้อยกว่าเรือพระที่วัดอยู่ไกล แล้วจะมีช่วงเวลาที่การเล่นเพลงจะขึ้นไปเล่นบนบกด้วย นั่นคือเมื่อชักพระมาถึงแหลมโพธิ์แล้ว ช่วงเวลาที่จะเสร็จถวายเพลพระและพิธีทางศาสนา เป็นช่วงที่เพลงเรือทุกคณะจะขึ้นมาเล่นสนุกกันบนแหลมโพธิ์ เป็นช่วงการเล่นเพลงที่สนุกไปอีกแบบหนึ่ง ไม่แพ้การเล่นในเรือ

๕.๓.๓ ไม่มีเครื่องดนตรีใดๆ ประกอบการเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ ไม่มีฉิ่ง กรับ หรือเครื่องให้จังหวะ ไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือ มีก็แต่เสียงพายที่จ้ำลงในน้ำพร้อมๆกันเท่านั้น เพลงที่เล่าถึงประวัติ เพลงชมความงาม การพายก็มักจะพายจังหวะช้าๆ เพลงเสียดสีสังคม เพลงสนุกตลกขบขัน ก็จะลงจังหวะพายเร็วๆ ทำให้เกิดความสนุกสนานคึกคัก

๕.๓.๔ การเริ่มเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ไม่ต้องไหว้ครู จะเริ่มต้นเพลงตรงไหนอย่างไรก็ได้ ในจำนวน 55 เพลงที่เก็บได้ พบเพียงเพลงเดียวที่ขึ้นต้นเหมือนกับการไหว้ครู คือเพลง “ชักพระเกี้ยวสาว” ของนายไข่ สุขสวัสดิ์ อายุ 66 ปี (พ.ศ.2528) เป็นผู้แต่งและเป็นแม่เพลงเอง ดังเนื้อร้องที่ว่า

มือข้าทั้งสองยกประคองขึ้นตั้ง
ยกขึ้นเหนือเศียรรั้งตั้งความวันทา
ไหว้กระพุทธพระธรรมได้จำกายา
ทุกค่ำเวลาวันทาชุลี


ในการเริ่มต้นเล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์ มีธรรมเนียมนิยมอย่างหนึ่งคือ การขึ้นต้นกลอนแรกของเพลงต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า “ขึ้นข้อ....” ในความว่า “ขึ้นข้อต่อกล่าว” ซึ่งพบมากที่สุด เช่น

ขึ้นข้อต่อกล่าวเรื่องราวลากพระ (เพลงกล่อมเรือลากพระ)
ขึ้นข้อต่อกล่าวเรื่องสาวสมัย (เพลงสาวสมัย)
ขึ้นข้อต่อกล่าวเรื่องเท้าแก้แลน (เพลงเท้าแก้แลน)
ฯลฯ

คำขึ้นต้นด้วย “ขึ้นข้อ....” อย่างอื่นก็ยังมีอีก เช่น “ขึ้นข้ออธิบาย” และ “ขึ้นข้อต่อไป” เป็นต้น และมีบ้างที่ขึ้นต้นด้วยถ้อยความอื่นที่มีความหมายทำนอง “ขึ้นข้อ....” คือ คำว่า “ยกข้อ...”

และอีกประการหนึ่ง ในการศึกษาเพลงเรือแหลมโพธิ์ จากแม่เพลงหมู่ที่ 3 ตำบลแม่ทอม พบว่าเพลงของนายไข่ สุขสวัสดิ์ แม่เพลงต้องตั้ง “อีโหย้” ๓ ครั้ง คือ “โห่ ๓ ลา” ก่อนที่จะเริ่มต้นเพลง ซึ่งลูกคู่จะรับว่า ฮิ้ว

๖.รูปแบบกลอนเพลงเรือแหลมโพธิ์
เพลงเรือแหลมโพธิ์เป็นกลอน ๔ เหมือนกลอน ๔ โนราหรือกลอน ๔ หนังตะลุง ต่างกันบ้างตรงสัมผัสส่งสัมผัสรับเท่านั้น อย่างไรก็ตามหากจะเอากลอนเพลงเรือแหลมโพธิ์มาขับโนราหรือขับหนังตะลุงก็ย่อมทำได้ และทำนองเดียวกัน หากจะเอากลอน ๔ โนราหรือกลอน ๔ หนังตะลุงมาร้องเป็นเพลงเรือก็ย่อมทำได้อย่างแนบเนียนเช่นกัน

๗.ผู้เล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์
ผู้เล่นเพลงเรือแหลมโพธิ์คณะหนึ่งๆ อาจเล่นได้ตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป โดยแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย คือ แม่เพลงกับลูกคู่

แม่เพลง คือผู้บอกกลอนมีหน้าที่ร้องกลอนนำให้ลูกคู่ร้องรับตาม แต่ก่อนนี้เคยใช้คำว่า “หัวเพลง” ปัจจุบันไม่ค่อยพบใช้ แม่เพลงส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ทั้งนี้เพราะผู้หญิงมีความละอายมากกว่าผู้ชายโดยธรรมชาติและโดยประเพณีที่ไม่ส่งเสริมให้ผู้หญิงแสดงออกในที่สาธารณะแบบนั้น หรืออีกประการหนึ่ง ผู้ชายได้มีโอกาสบวชเรียน ได้รู้ขนบประเพณี ภาษามากกว่าผู้หญิงก็ได้

ลูกคู่ คือผู้ร้องรับตามแม่เพลง คอยขัดจังหวะ คอยกระทุ้งกระแทกเสียงให้เพลงได้จังหวะพอเหมาะ ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมกันทั้งแม่เพลง ลูกคู่และผู้ฟังอื่นๆ การที่ลูกคู่คอยทำให้เกิดอารมณ์ร่วมกันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แม่เพลงบอกกลอนได้ลื่นไหลดี

โดย kai (ip:203...112)  เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2547 12:46:05 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 10026 ครั้ง ความคิดเห็น 15 รายการ ล่าสุดเมื่อ 16 พฤศจิกายน 55 14:32:03
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
  อยากทราบถึงเนื้อเพลงของเพลงเรือแหลมโพธิ์ ใครรู้ว่าบอกหน่อยนะคะจะขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

จาก เฟิร์น(ip:203...144)  เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2548 15:40:51 น.


  ลำดับที่ 2
  รักษ์คลองอู่ตะเภา เป็นสายนำของที่หล่อเลี้ยงชาวหาดใหญ่



จากเด็กพะตง ม 5/1

จาก สรายุทธ(ip:203...70)  เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 09:52:37 น.


  ลำดับที่ 3
  อยากได้ตัวอยางเพลงเรือแหลมโพธิ์มากมากค่ะ เพื่อนำไปเผยแพร่ในวิชาภาษาไทย หน่วยการเรียนรู้ที่5 เรื่องเพลงพื้นบ้าน

จาก เด็ก ญ.ส. ผู้พอร้องเ(ip:125...144)  เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 18:28:27 น.


  ลำดับที่ 4
 

จาก กุสุมา(ip:124...135)  เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 15:57:43 น.


  ลำดับที่ 5
  เป็นคนแม่ทอม เคยเห็นการร้องเพลงเรือแหลมโพธิ์ตั้งแต่เด็ก ๆ (ก็นานแล้วล่ะ) ตอนนั้นจะรู้สึกขำ ๆ ที่เห็นการเล่นของแต่ละคณะ พอมาตอนนี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูและไม่ได้ไปเที่ยวงานชักพระที่แหลมโพธิ์นานมากแล้ว.... คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆมาก บังเอิญวันก่อนอ่านเจอหนังสือสารคดีที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์เพลงเรือแหลมโพธิ์ ทำให้รู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะว่า..เรามีเรื่องที่จะอวดเพื่อนได้ว่า บ้านเราก็มีดีเหมือนกัน ยิ่งได้อ่านเจอชื่อแม่เพลงที่เรารู้จัก ก็ยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปอีก เฮ้อ!...อยากกลับไปอยู่บ้านที่แม่ทอมจัง ถ้าสามีอนุญาตก็ดีเนอะ อิ อิ อิ!

จาก Elle(ip:125...22)  เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 20:53:31 น.


  ลำดับที่ 6
 

จาก ดะเ(ip:222...238)  เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 09:49:59 น.


  ลำดับที่ 7
  เราเป็นริมคลองอู่ตะเภา ที่แม่ทอม ก็เคยได้ยินเพลงเรือแหลมโพธิ์อยู่ ตอนประเพณีชักพระ สมัยเด็ก แต่เดี๋ยวไม่ทราบมีหรือเปล่าไม่รู้มีการอนุรักษ์หรือเปล่า นานแล้วเรากลับไปเห็นว่า ป่าพรุสาคูที่เป็นแพร่พันธ์ของปลาธรรมชาติกลายเป็นสระน้ำ ป่าสาคูหายหมด เราว่า อบต.มีความคิดสั้น แต่ก่อนเราเคยหาปลาสนุกมาก แต่กลับไปเดี๋ยวนี้ไม่มีอีกแล้ว (เราคงไม่ได้กลับไปสำนึกรักบ้านเกิด)
ใครรู้จัก อบต.แถวนั้นบ้างให้กลับสู่เป็นป่าพรุสาคูดังเดิมด้วยเถิด.......เราว่าดี

จาก คนแถวนั้น(ip:203...156)  เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 17:14:47 น.


  ลำดับที่ 8
  เป็นเด็กริมคลองอู่ตะเภาด้วย ช่วยกันรักษานะ

จาก w-jgojk(ip:202...146)  เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2551 17:23:12 น.


  ลำดับที่ 9
  รักเธอสุดหัวใจน่ะ

จาก ฟ้าส่งให้พี่(ip:117...215)  เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2551 19:27:13 น.


  ลำดับที่ 10
  ชอบวันชักพระมากเพราะจะได้เจอกับคนที่รอคอยมา1ปี แต่เขาอยากเจอเรารึเปล่า

จาก โปรดเห็นใจคนรอบ้างนะ(ip:223...92)  เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2554 21:25:57 น.


  ลำดับที่ 11
  วันที่นี้จะไม่พิเศษกับเราอีกต่อไป ในเมื่อไม่มีเธออีกแล้ว

จาก เซ็ง(ip:223...92)  เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2554 21:28:35 น.


  ลำดับที่ 12
  ไส่ลักษณะมาด้วยนะ

จาก เอ(ip:113...249)  เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2555 09:44:22 น.


  ลำดับที่ 13
  รักคนมาดู

จาก เอ(ip:113...249)  เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2555 09:51:43 น.


  ลำดับที่ 14
  ไม่เคยรู้เลยน่ะเนีย

จาก นานา(ip:180...37)  เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 14:29:05 น.


  ลำดับที่ 15
  เรากำลังเรียนอยู่พอดีเลยจ๊ะ[b][/

จาก เด็กเรียน(ip:180...37)  เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 14:32:03 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 27 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7942183 person(s) and 26522146 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation