รักษ์คลองอู่ตะเภา ฟื้นชีวิตให้สายน้ำ
หน้าแรก ข้อมูลทั่วไป สารคดี ฟอรั่ม มีอะไรใหม่
Forum homepage Home What's new What's hot Archives
ข่าวสาร (315)
บทความ (244)
งานวิจัย (10)
กระทู้ (86)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ (118)
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ โดย อ.พิชัย ศรีใส (50)
ตำบลรอบคลอง (20)
หลักสูตรท้องถิ่น คลองอู่ตะเภา (22)
นโยบายสาธารณะ (812)
สถานการณ์น้ำท่วม (20)
คืนมะโรงน้ำแดง (17)
เรื่องสั้นและบทกวี (75)
คุยกับทีมงาน (180)
Total 2932200 hits.
Last on 25-3-60 14:46

ประวัติและสังคมภาคใต้
เล่าเรื่องเมืองหาดใหญ่ >> ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา (บทความ)
ประวัติและสังคมภาคใต้


ภาคใต้เป็นแหลมยาวยื่นไปในทะเล มีทะเลขนาบทั้ง ๒ ด้าน ทำให้มีพื้นที่เปิดสู่ทะเลที่ ๒ ด้าน คือ ฝั่งอ่าวไทย ทะเลจีนใต้ มหาสมุทรแปซิฟิกและฝั่งทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดียระดับความลึกของฝั่งทะเลและแนวกำบังคลื่นลมจากหมู่เกาะใหญ่น้อยเอื้อต่อการเป็นเมืองท่า จึงมีผู้คนต่างชาติต่างภาษามาตั้งหลักแหล่งผสมผสานกับประชาชนพื้นเมืองเดิม เช่น มลายู อาหรับเปอร์เซีย อินเดียใต้ ชวา และชาวจ้วง ดังปรากฎหลักฐานการเป็นจุดแลกเปลี่ยนและสังคมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายมาจนทุกวันนี้

ประวัติของชื่อที่เรียกดินแดนภาคใต้
ดินแดนในอาณาบริเวณภาคใต้เคยมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามยุคสมัยและภาษาของผู้เรียก แต่ยังไม่มีข้อยุติว่าที่ตั้งและอาณาเขตที่แท้จริงจะกว้างหรือแคบกว่าอาณาบริเวณที่เป็นภาคใต้ และบางชื่อก็เป็นเมืองโบราณที่ตั้งอยู่ในดินแดนภาคใต้ เช่น มลยทวีป ยมทวีป สุวรรณทวีปและสุวรรณภูมิ
การเรียกชื่ออาณาบริเวณภาคใต้ที่ปรากฏในเอกสารของไทย พบว่า ในพระราชกำหนดเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. ๑๐๘๔) เรียกว่า “ปากใต้ ” พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐ เรียกว่า “ปักใต้” ในกฎหมายตราสามดวงส่วนใหญ่ใช้ “ปากใต้” ส่วนรูปคำเขียนที่เป็น “ปักษ์ใต้” เท่าที่ค้นพบในขณะนี้ปรากฏในตำนานพราหมณ์เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งแต่งเสร็จในปี พ.ศ. ๒๒๗๗ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ – ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์มักใช้ “ปากใต้” และ “ปักใต้” โดยเฉพาะในประกาศต่างๆ ของรัชกาลที่ ๔ ล้วนใช้เป็น “ปากใต้”
ส่วนคำว่า “ภาคใต้” เริ่มนำมาใช้ในทางปกครองตั้งแต่รัชกาลที่ ๖ โดยมีที่ทำการภาคอยู่ที่จังหวัดสงขลา และหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้มีการยุบมณฑลทั้งหมดในปลายปี ๒๔๗๖ หน่วยราชการในกระทรวง ทบวงกรมต่างๆ ได้มีการตั้งหน่วยงานเพื่อบริหารราชการในระดับภาคขึ้น หลังจากนั้นคำว่า “ภาคใต้” จึงเรียกใช้กันอย่างแพร่หลาย

สภาพสังคมภาคใต้
๑. ยุคก่อนประวัติศาสตร์
๑.๑ คนพื้นเมืองดั้งเดิมของภาคใต้
ชนชาติต่างๆ ในดินแดนภาคใต้ประกอบด้วยกลุ่มใหญ่ๆ ๓ กลุ่ม คือ
๑) กลุ่มไทย - กะได (Tai – Kadai) ได้แก่ คนไทยปักษ์ใต้ที่พูดภาษาไทย
๒) กลุ่มมาลาโย - โปลีนีเซียน (Malayo – Polynesian) ได้แก่ พวกมาเลย์ (Malays) ใช้ภาษามาเลย์ พวกมอเก็นหรือโอรังลาโอด (Moken or Orang Laut) เป็นพวกชาวเรืออยู่ใกล้ปากน้ำฝั่งทะเล (ชาวเลหรือชาวน้ำ )
๓) กลุ่มออสโตรเซียติก (Austrosiatic) คือ พวกนิกริโต (Negritos) ได้แก่ พวกซีมังหรือเซมัง แถวจังหวัดพัทลุง คือ พวกที่ชาวไทยเรียกว่า “เงาะ” หรือ “เงาะป่า”
โดยพวกนิกริโต หรือนิโกรเล็กหรือเซมัง ซึ่งเป็นพวกเดียวกับเงาะที่หลงเหลืออยู่ทางภาคใต้แถบจังหวัดพัทลุงและตรังได้เคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ใกล้ฝั่งทะเล ต่อมาถูกผลักดันให้เคลื่อนย้ายเข้าตามพื้นที่ป่าเขา
ต่อมาเมื่อประมาณ ๗,๕๐๐ - ๔,๕๐๐ ปีมาแล้ว มีพวกซาไก (Sakai) หรือซีนอย (Senoi) อาจอพยพมาจากแหลมอินโดจีนลงมาตั้งถิ่นฐานในดินแดนภาคใต้และมาเลเซียเป็นพวกที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน และเมื่อประมาณ ๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว พวกโปรโตมาเลย์ได้อพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าสู่แหลมอินโดจีนลงมาทางภาคใต้ และอพยพต่อลงไปบริเวณหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากนี้มีชาวโปรโตมาเลย์อพยพจากดินแดนในประเทศมาเลเซียมาตั้งถิ่นฐานริมฝั่งทะเลภาคใต้เป็นชุมชนชาวน้ำหรือชาวเล ที่เรียกว่า มอเก็นหรือโอรังลาโอด
หลังจากการเคลื่อนย้ายของโปรโตมาเลย์เป็นการเคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานของพวกมองโกลอยด์ฝ่ายใต้ (Southen Mongoloid) หลายครั้งจากแผ่นดินใหญ่มาแหลมอินโดจีน มาตั้งถิ่นฐานในภาคใต้และมาเลเซียผสมพันธุ์กับพวกที่อยู่เดิม (ออสตราลอยด์ โปรโตมาเลย์ ) กลายเป็นชนพื้นเมืองสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของภาคใต้

สำหรับกลุ่มชนก่อนประวัติศาสตร์ของภาคใต้แบ่งเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ๆ คือ
๑) ชนชาวถ้ำ ได้แก่ คนก่อนประวัติศาสตร์ที่ใช้ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัย ประกอบกิจกรรมใช้
ชีวิตอยู่ในประเทศ โดยเข้าป่าล่าสัตว์แบบสังคมนายพราน
๒) ชนชาวน้ำ ได้แก่ คนก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในแนวฝั่งทะเล อาจเป็นกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ตามถ้ำหรือที่ราบใกล้ฝั่งทะเลหรืออ่าวหรือถ้ำบนเกาะหรือถ้ำบนภูเขาหินปูนที่มีน้ำล้อมรอบ โดยที่กลุ่มคนเหล่านี้ดำรงชีวิตโดยการจับสัตว์น้ำ ใช้แพหรือเรือเป็นพาหนะ

๑.๒ วิถีความเป็นอยู่
จากหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่า คนในภาคใต้ยุคก่อนประวัติศาสตร์ยังชีพด้วยการล่าสัตว์ จับสัตว์น้ำและเก็บพืชพรรณต่างๆ มาเป็นอาหารรู้จักทำภาชนะดินเผาใส่อาหาร ใช้ไฟหรือความร้อนในการปรุงอาหาร รู้จักการหลอมและหล่อโลหะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้โลหะ ซึ่งนักโบราณคดีสันนิษฐานว่ามีชุมชนเกษตรกรรมที่ก้าวหน้า มีการพัฒนาด้านโลหะกรรม ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑ - ๔ นอกจากนี้ยังรู้จักทำเครื่องนุ่งห่มจากหนังสัตว์และจากเปลือกไม้ เมื่อประมาณ ๖,๕๐๐ - ๕,๐๐๐ ปีมาแล้ว
สำหรับความสัมพันธ์ทางสังคมน่าจะเน้นหนักที่ความสัมพันธ์ภายในกลุ่มเดียวกันเป็นหลัก เพราะสังคมภาคใต้ก่อนยุคประวัติศาสตร์มีลักษณะของสังคมเผ่าชนที่อยู่กันเป็นกลุ่ม อาจจะมีความสัมพันธ์หรือติดต่อกับคนต่างกลุ่มบ้าง
ทางด้านความเชื่อ นักโบราณคดีเชื่อว่า คนภาคใต้ก่อนยุคประวัติศาสตร์อาจมีพิธีกรรมทางไสยศาสตร์เกี่ยวกับการนับถือบุคลาธิษฐานหรือชีวิตศักดิ์สิทธิ์ (Totemism) ซึ่งอยู่ในรูปสัณฐานของสัตว์บางชนิดหรือพิธีกรรมเพื่อเพิ่มปริมาณการล่าสัตว์มาเป็นอาหาร โดยการเขียนภาพเป็นสื่อดังที่ปรากฏในภาพเขียนบนผนังถ้ำและเพิงผาหลายแห่งในภาคใต้

๒. ยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ (พุทธศตวรรษที่ ๕ - ๑๘)
สังคมหรือชุมชนภาคใต้ยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ เริ่มก่อตั้งเป็นชุมชนถาวรมากขึ้น และเนื่องจากคาบสมุทรมลายูมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องเทศ ของป่า ไม้หอม รวมทั้งที่ตั้งของประเทศไทยอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและทะเลจีนใต้ ซึ่งแหล่งการค้าที่สำคัญของโลก คือ อินเดีย ตะวันออกกลางและจีน จึงทำให้ดินแดนบนคาบสมุทรมลายูกลายเป็นศูนย์กลางการค้าของอินเดีย อาหรับ – เปอร์เชีย และจีน ทำให้ภาคใต้ได้รับอิทธิพลทางสังคมและวัฒนธรรมของชนชาติที่เข้ามาติดต่อ ทำให้ชุมชนพื้นเมืองเปลี่ยนไปสู่ลักษณะชุมชนใหม่ มีการตั้งถิ่นฐานรวมกันเป็นชุมชนเมืองหรือชุมชนนครรัฐ และเริ่มมีหลักฐานบันทึกเรื่องราวของชุมชนนี้

๒.๑ วิถีความเป็นอยู่
ส่วนใหญ่การก่อตั้งชุมชนในยุคนี้จะตั้งอยู่ริมทะเลทั้ง ๒ ด้าน แต่การตั้งถิ่นฐานของชุมชนทางฝั่งตะวันออกจะหนาแน่นกว่าฝั่งตะวันตก เพราะความแตกต่างทางลักษณะภูมิศาสตร์ อย่างไรก็ดีทางฝั่งตะวันตกมีปัจจัยดึงดูดให้เกิดชุมชน คือ มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เช่น ป่าไม้ ดีบุก และอยู่ในแนวชายฝั่งที่ติดกับมหาสมุทรอินเดียและอยู่ในเส้นทางที่พ่อค้าจากอินเดีย ลังกา อาหรับเดินทางเข้ามาจอดแวะหาวัตถุดิบและค้าขายกับจีน
สังคมภาคใต้ในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นสังคมเกษตรกรรม ทำการเพาะปลูกและทำการประมง แต่ได้มีการพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพมากขึ้น เช่น รู้จักใช้เครื่องมือที่ทำด้วยโลหะ การใช้แห อวนในการทำประมง มีการแบ่งกลุ่มอาชีพในชุมชน
ทางด้านความสัมพันธ์ทางสังคมนอกจากจะมีความสัมพันธ์กับคนภายในชุมชนแล้ว ยังมีความสัมพันธ์กับชุมชนภายนอก เช่น จีน อินเดีย ลังกา อาหรับ – เปอร์เชีย จึงทำให้ได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมเหล่านั้น โดยเฉพาะศาสนา ทำให้ความเชื่อของคนภาคใต้ในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์เป็นความเชื่อที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างผี พราหมณ์ พุทธและมุสลิม

๒.๒ การเข้ามาของศาสนาและชนชาติต่างๆ ในภาคใต้
มีอิทธิพลต่อความคิดและความเชื่อของคนภาคใต้ ทำให้ผู้คนและสังคมภาคใต้มีเอกลักษณ์ที่เด่นชัด อันสะท้อนให้เห็นถึงสังคมและวัฒนธรรมของภาคใต้ในปัจจุบัน
๑) การเข้ามาของศาสนาพราหมณ์ บางครั้งเรียกว่า ศาสนาฮินดู ชาวอินเดียที่มาติดต่อค้าขาย ได้นำวัฒนธรรมการนับถือศาสนาพราหมณ์เข้ามา และประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๘ เป็นช่วงที่ชาวอินเดียอพยพมาตั้งถิ่นฐานในภาคใต้มาก ซึ่งมีบันทึกหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า ชาวอินเดียเข้ามาตั้งถิ่นฐานที่เมืองดันซุน บริเวณลุ่มน้ำตาปีและลุ่มน้ำตะกั่วป่า มีทั้งพ่อค้าและพราหมณ์ ซึ่งพวกพราหมณ์ถือเป็นผู้มีความรู้และวัฒนธรรมสูงจึงได้รับการยอมรับจากชาวพื้นเมืองและเป็นที่โปรดปรานของเจ้าผู้ครองนคร เพราะได้นำลัทธิเทวราช ซึ่งทำให้ฐานะของเจ้าผู้ครองนครสูงขึ้น ศาสนาพราหมณ์เจริญสูงสุดประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๑ - ๑๔ โดยเฉพาะที่เมืองนครศรีธรรมราช หลังพุทธศตวรรษที่ ๑๔ เริ่มเสื่อมลงและศาสนาพุทธแบบมหายานเริ่มเข้ามาแทนที่
ศาสนาพราหมณ์มีความเชื่อเรื่องเทพเจ้า วิญญาณ ไสยศาสตร์ โชคลางและเวทมนต์คาถา สอดคล้องกับความเชื่อเดิมของคนพื้นเมืองทำให้คนพื้นเมืองรับได้ง่ายและนำมาดัดแปลงให้เข้ากับความคิดขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีอยู่เดิม แม้ว่าศาสนาพราหมณ์จะเสื่อมไปแล้วแต่ยังมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตชาวใต้อย่างมากโดยเฉพาะความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ
๒) การเข้ามาของศาสนาพุทธ ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๖ ลัทธิมหายานที่เจริญในอินเดียตอนเหนือได้เข้ามาในดินแดนภาคใต้ โดยเข้ามาทางเรือเข้าสู่เกาะสุมาตรา แหลมมลายู หลักฐานที่แสดงถึงร่องรอยความเจริญของมหายาน เช่น พระบรมธาตุไชยา พระบรมธาตุนครศรีธรรมราชองค์เดิม พระ-พุทธรูปแบบมหายาน เป็นต้น
ส่วนลัทธิลังกาวงศ์เข้ามาราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ เป็นช่วงที่พุทธศาสนาในลังกาเจริญรุ่งเรืองมาก ทำให้พระภิกษุจากพม่า มอญและไทยเดินทางไปศึกษาพระศาสนาในลังกาและเกิดศรัทธายอมบวชแปลงเป็นลัทธิลังกาวงศ์แล้วนำมาเผยแพร่ในบ้านเมืองตน พร้อมทั้งนำพระภิกษุจากลังกามาด้วย เชื่อกันว่าพระภิกษุจากไทยนั้นไปจากนครศรีธรรมราช เมื่อกลับมาได้ปรับปรุงพระศาสนาตามแบบลังกาและได้ให้ชาวลังกาสร้างพระมหาธาตุองค์ใหญ่ครอบพระมหาธาตุองค์เดิมไว้ภายในดังที่ปรากฏในปัจจุบัน
๓) การเข้ามาของศาสนาอิสลาม ศาสนาอิสลามเข้ามาสู่คาบสมุทรมลายูในช่วง พ.ศ. ๑๘๔๖-๑๙๓๐ โดยมาเจริญรุ่งเรืองอยู่ที่มะละกา แล้วแพร่ไปในท้องที่ต่างๆ ของคาบสมุทรมลายูและในสุมาตรา จากศูนย์กลางของการศึกษาศาสนาอิสลาม เช่น มะละกาและปัตตานี ในที่สุดก็ได้แพร่กระจายไปทั่วมลายูในตอนล่าง ครอบงำประชาชนที่พูดภาษามลายูไว้เกือบทั้งหมด และศาสนาอิสลามมีอิทธิพลต่อชาวไทยในภาคใต้ โดยเฉพาะใน ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล ซึ่งประชากร ๓ ใน ๔ ของแต่ละจังหวัดนับถือศาสนาอิสลาม หลักการสำคัญในศาสนาอิสลามคือ มุสลิมทุกคนจะต้องมีความเชื่อและศรัทธาในองค์อัลลอฮ เพียงองค์เดียว โดยเชื่อในคำสั่งสอนของพระองค์ที่ปรากฏอยู่ในมหาคัมภีร์อัล - กุรอาน ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่องค์อัลลอฮประทานมายังมนุษยชาติ โดยผ่านทางศาสดามูฮำหมัด มุสลิมทั่วโลกถือว่า มหาคัมภีร์อัล - กุรอาน เป็นธรรมนูญแห่งชีวิตหรือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตตราบเท่าทุกวันนี้
๔) การเข้ามาของคนจีน เข้ามาตั้งแต่สมัยช่วงแรกของยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของภาคใต้ โดยเข้ามาติดต่อค้าขายเมืองท่าทางฝั่งตะวันออกของภาคและอาศัยเมืองท่าเป็นจุดเชื่อมโยงในการแลก-เปลี่ยนสินค้ากับพ่อค้า อินเดีย อาหรับ เปอร์เชีย ซึ่งเดินทางเข้ามาค้าขายทางฝั่งตะวันตก แล้วใช้เส้นทางคาบสมุทร (Trans – Peninsula Routes) ในการขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้า ต่อมาเมื่อการเดินเรือทางทะเลมีความปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น เส้นทางคาบสมุทรจึงลดความสำคัญลง คนจีนได้ติดต่อค้าขายกับไทยเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์

๓. ยุคกลาง (ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๕)
ลักษณะเด่นของยุคนี้เป็นสมัยศักดินาตั้งแต่ระบบการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ในขณะที่ดินแดนภาคใต้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทยตามระบบรัฐบรรณาการ คือ ตกเป็นเมืองบริวารของกรุงสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ตามลำดับ
วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในภาคใต้ในสมัยต้นๆ ของยุคประวัติศาสตร์ไทยไม่ค่อยมีความกระจ่าง จนเข้าสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นในรัชกาลที่ ๔ ไทยได้ทำสัญญาเบาว์ริ่งกับต่างชาติในปี พ.ศ. ๒๓๙๘ เป็นผลให้ไทยต้องเปิดประเทศติดต่อค้าขายกับต่างชาติ ทำให้ลักษณะเศรษฐกิจไทยเริ่มเปลี่ยนจากการผลิตเพื่อยังชีพ เป็นการผลิตแบบพึ่งพา เศรษฐกิจแบบเงินตรา (money economy) เกิดขึ้นพร้อมกับการขยายตัวของการผลิตแบบพึ่งพา
ความจริงสังคมเงินตราได้เกิดขึ้นในภาคใต้ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์ ซึ่งภาคใต้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศในระยะแรกเงินตราที่ใช้มาจากพ่อค้าต่างชาติ เช่น เงินเหรียญเม็กซิโกและเปอร์เชีย เป็นต้น ต่อมาคนภาคใต้ได้ผลิตเงินเหรียญของตนขึ้นเรียกว่า ปี้ เช่น ปี้เมืองสงขลา ปี้เมืองปัตตานี เป็นต้น อย่างไรก็ตามการใช้เงินตราในยุคนั้นอยู่ในแวดวงค่อนข้างจำกัด ไม่แพร่หลายเช่นสมัยหลังจากไทยทำสัญญาเบาว์ริ่งกับต่างชาติเป็นต้นมา

๔. ยุคใหม่
สังคมไทยทุกภาครวมทั้งภาคใต้ถึงจุดเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอีกครั้งเมื่อไทยเริ่มประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ เป็นต้นมา ประเทศไทยมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้กระแสของอารยธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทยมาก ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนในภาคใต้ต้องเปลี่ยนแปลงและเกิดผลกระทบต่างๆ ตามมามากมาย
๑) การตั้งถิ่นฐาน ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงตั้งถิ่นฐานอยู่ในชนบท มีทั้งบริเวณที่สูงหรือที่เขาควน ที่ราบและชายฝั่งทะเล แต่ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ การตั้งถิ่นฐานในเขตเมืองที่ขยายตัวสูงขึ้น เพราะการขยายตัวของเศรษฐกิจการค้าที่เพิ่มขึ้นมาก คนไทยเชื้อสายจีนส่วนมากจะตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตเมืองเพราะประกอบอาชีพด้านค้าขาย ในขณะที่ชนบทเริ่มประสบปัญหาจากการพัฒนาที่ไม่สมดุล ความเจริญของเมืองและปัญหาความยากจน เป็นปัจจัยผลักดันให้คนในชนบทอพยพเข้ามาทำงานในเมือง ทำให้มีปัญหาตามมาในเขตเมือง เช่น ปัญหาชุมชนแออัด การจราจร อาชญากรรมและยาเสพติด เป็นต้น
๒) วิถีการทำมาหากิน ประชาชนส่วนใหญ่ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่รูปแบบการผลิตเปลี่ยนจากการผลิตเพื่อยังชีพเป็นการผลิตเพื่อจำหน่าย ฉะนั้นจึงทำการปรับวิธีการผลิตให้ได้มากๆ เช่น การใช้เครื่องจักร ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง เปลี่ยนแปลงวิธีการปลูกพืชจากสวนผสมหรือหลายชนิดเป็นปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้การพึ่งพาตนเองได้ลดลง ที่สำคัญคือ การปลูกยาง ซึ่งกลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ผลผลิตออกมาในลักษณะที่มีความถี่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับพืชอื่น ทำให้การใช้จ่ายในภาคใต้ค่อนข้างสูง ช่วงใดที่ราคายางสูงบริเวณชุมชนจะคึกคักด้วยผู้คน ธุรกิจจะหมุนเวียนมาก แต่ถ้าช่วงใดที่ยางราคาต่ำลงจะทำให้ธุรกิจซบเซา นอกจากนี้ การที่ผลผลิตยางออกค่อนข้างถี่ทำให้สังคมทั่วไปมีการอดออมน้อยกว่าที่ควรเป็น
๓) การเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ทางสังคม จากการที่การผลิตเปลี่ยนเป็นการผลิตเพื่อค้าขาย ทำให้
- ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว การอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวมีน้อยลง และครอบครัวมีขนาดเล็กลง
- ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน การใช้เวลาร่วมกิจกรรมหรือช่วยเหลือในชุมชนลดลง เพราะต้องใช้เวลาในการทำมาหากินมากขึ้น การช่วยเหลือเปลี่ยนจากการช่วยแรงงานเป็นการช่วยด้วยเงิน
- ความสัมพันธ์กับคนนอกชุมชน มีการติดต่อกันมากกว่าเดิม ทำให้เกิดการรับความคิดหรือสิ่งต่างๆ เข้าชุมชน เป็นผลให้แนวความคิดหรือวิถีการดำเนินชีวิตเปลี่ยนจากเดิม

สรุป
สังคมและชุมชนภาคใต้มีพัฒนาการที่ยาวนาน ซึ่งจากหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติ-ศาสตร์ พอจะสันนิษฐานได้ว่าคนพื้นที่ภาคใต้ยุคก่อนประวิตศาสตร์อาศัยอยู่ในถ้ำบริเวณป่าเขาและบนเกาะต่างๆ รวมทั้งที่ราบตามริมฝั่งน้ำ ยังชีพโดยการล่าสัตว์ จับสัตว์น้ำและหาของป่า รู้จักการทำภาชนะ เครื่องมือและเครื่องนุ่งห่ม มีความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเคารพภูตผี
ต่อมาในยุคแรกเริ่มประวัติศาสตร์เริ่มก่อตั้งเป็นชุมชนถาวรมากขึ้นและเริ่มมีการติดต่อกับชาวต่างชาติ เช่น อินเดีย อาหรับ-เปอร์เชีย และจีน เพราะคาบสมุทรมลายูซึ่งเป็นที่ตั้งของภาคใต้อุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องเทศ ไม้หอมและของป่าต่างๆ ทำให้ชุมชนบางแห่งพัฒนาเป็นชุมชนเมืองท่า และได้รับอิทธิพลด้านวัฒนธรรมจากชาติที่เข้ามาติดต่อ โดยเฉพาะทางด้านศาสนา พร้อมกันนั้นมีกลุ่มชนบางกลุ่มได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน จึงทำให้โครงสร้างสังคมภาคใต้ประกอบด้วยคนไทยพุทธ ไทยมุสลิมและกลุ่มคนจีน ซึ่งสังคมภาคใต้ได้มีการพัฒนา จนสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้ทำสัญญาเบาว์ริ่งกับประเทศตะวันตกทำให้ลักษณะเศรษฐกิจเปลี่ยนจากยังชีพเป็นการผลิตแบบการค้า
จุดเปลี่ยนที่สำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมอีกครั้ง คือ เมื่อมีการใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำให้กระแสของอารยธรรมตะวันตกหลั่งไหลเข้ามามาก ส่งผลให้วิถีชีวิตของคนภาคใต้เปลี่ยนแปลงไป มีการอพยพเข้าทำงานในตัวเมืองเป็นการผลิตเพื่อการจำหน่าย ครอบครัวมีขนาดเล็ก การช่วยเหลือเปลี่ยนจากการช่วยแรงงานเป็นช่วยด้วยเงิน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมรวมทั้งการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ ทำให้ความเชื่อเกี่ยวกับพิธีกรรมและประเพณีลดความเข้มข้นลง

โดย kai (ip:61...150)  เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2548 22:13:36 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 15189 ครั้ง ความคิดเห็น 15 รายการ ล่าสุดเมื่อ 8 สิงหาคม 59 16:12:25
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
  เออขอเป็นประวัติการเข้ามาของศาสนาพุทธในประศมาเลเซียแทนจะได้ไหม กรุณาช่วยหาให้ด้วยและด่วนมากเพราะจะเอาไปทำรายงาน ขอบคุณมาก

จาก 1253(ip:203...46)  เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 17:27:00 น.


  ลำดับที่ 2
  เว็บนี้คงไม่สามารถบริการในลักษณะร้องขอเช่นนี้ได้ และคิดว่าการได้มาซึ่งข้อมูลลักษณะนี้ไม่น่าจะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ของน้องด้วยนะ

จาก kai(ip:222...17)  เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2550 17:29:03 น.


  ลำดับที่ 3
  ขอประวัตไม่ใช้อันอื่น

จาก 555(ip:124...3)  เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2555 17:44:33 น.


  ลำดับที่ 4
 

จาก หวังดี(ip:124...3)  เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2555 17:46:06 น.


  ลำดับที่ 5
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:03 น.


  ลำดับที่ 6
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:04 น.


  ลำดับที่ 7
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:04 น.


  ลำดับที่ 8
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:05 น.


  ลำดับที่ 9
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:06 น.


  ลำดับที่ 10
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:07 น.


  ลำดับที่ 11
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:07 น.


  ลำดับที่ 12
 

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:17:08 น.


  ลำดับที่ 13
  uiluilu,lbcb/.vlbfbl,v,b.,nbhkjbnbnbmnmbnmnm

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:18:55 น.


  ลำดับที่ 14
  uiluilu,lbcb/.vlbfbl,v,b.,nbhkjbnbnbmnmbnmnm

จาก รักภาคใต้(ip:171...17)  เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2557 10:19:00 น.


  ลำดับที่ 15
  ไม่ทราบว่าข้อมูลอ้างอิงขางไหนคะ

จาก สอบถาม(ip:1...215)  เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559 16:12:25 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 26 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla. Nedstat Basic - Free web site statistics
Personal homepage website counter
User count is 7942183 person(s) and 26522153 hit(s) since Apr,27 2004 , current hit 1 time(s).
The Coca-Cola Foundation