นโยบายสาธารณะ
home project'48 news letter
เปิดนโยบาย"เลือกตั้ง" เมื่อ"พรรคการเมือง"เมิน"การศึกษา"??
นโยบายสาธารณะ >> นโยบายสาธารณะทั่วไป (บทความ)
เปิดนโยบาย"เลือกตั้ง" เมื่อ"พรรคการเมือง"เมิน"การศึกษา"??

มติชน วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เวลา 12:10:09 น.


ใกล้ถึงโค้งสุดท้ายแล้ว กับ "การเลือกตั้ง" ผู้แทนราษฎร ที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคมนี้

บรรยากาศ การหาเสียงของแต่ละพรรค ต่างก็ขับเคี่ยวกันมากมาย โดยเฉพาะ "นโยบาย" หาเสียงของแต่ละพรรคการเมือง ที่นำมาเป็นหมัดเด็ดเพื่อเรียกคะแนนเสียงจากประชาชน

ในส่วนของนโยบายด้าน "การศึกษา" นั้น พรรคการเมืองใหญ่ๆ ได้ให้ความสำคัญไม่แพ้นโยบายด้านอื่น

โดยเฉพาะ 2 พรรคการเมืองใหญ่ที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" และ "พรรคเพื่อไทย"



เริ่ม จากพรรคประชาธิปัตย์ ชูสโลแกน "เรียนฟรี เรียนดี มีงานทำ" ได้กำหนดเป็นนโยบายออกมา 3 ด้านหลัก ได้แก่ "เด็กไทยทุกคนจะได้เรียนฟรีจริงตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ม.6 อย่างมีคุณภาพ" โดยจะจัดสรรงบประมาณให้จังหวัด/โรงเรียน ทำการจัดซื้อตามงบประมาณต่อหน่วยที่กำหนดไว้ คือ นม 6 บาท/กล่อง จำนวน 230 วัน อาหารกลางวัน 400 บาท/คน จำนวน 200 วัน เครื่องแบบนักเรียนคนละ 2 ชุด/ปี และตำราเรียนฟรี โดยจะออกข้อบังคับห้ามโรงเรียนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากนักเรียน และแจ้งให้ผู้ปกครองทราบถึงนโยบายเรียนฟรีจริง

นโยบายต่อมา "จบการศึกษาแล้วต้องทำงานเป็น สร้างงานได้ มีงานทำ" โดยจะร่วมกับภาคเอกชนปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับตลาดงาน จริง จัดให้มีการฝึกงานภาคฤดูร้อน เพื่อการพัฒนาทักษะ และทัศนคติของนักศึกษาให้พร้อมทำงาน โรงเรียน/มหาวิทยาลัย จัดตั้งหน่วยงานช่วยจัดหางานให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษา และให้ถือการมีงานทำเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการศึกษา ไม่ใช่เพียงการเรียนสำเร็จตามหลักสูตร และได้รับวุฒิบัตรหรือปริญญาบัตร จัดระบบการทดสอบระดับฝีมือ/ทักษะด้านอาชีวศึกษาให้กระจายทั่วประเทศ เพื่อออกประกาศนียบัตรรับรองระดับฝีมือ/ทักษะ เพื่อเป็นฐานการกำหนดค่าตอบแทน

นโยบายด้านต่อมาคือ "การเพิ่มศูนย์เด็กเล็กใกล้บ้านและที่ทำงาน" ทั่วถึง จะโอนงบประมาณให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตามกรอบค่าใช้ จ่ายต่อหน่วยที่กำหนด ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ให้สามารถดูแลเด็กเล็กได้ตามหลักวิชาเพื่อการ เจริญเติบโตของร่างกาย สมอง และจิตใจ

"นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะผู้ขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า "จุดเน้นของพรรคประชาธิปัตย์ต้องทำทันที ต่อเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ทำอยู่ เช่น นโยบายเรียนดี เรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสให้ทั่วถึง และเท่าเทียม การเพิ่มรายหัวอาหารกลางวันเด็ก การเพิ่มโอกาสในการเรียนต่อมหาวิทยาลัย ด้วยการเพิ่มเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ทางพรรคได้ริเริ่มมา 15 ปีที่แล้ว เพื่อให้เด็กไทยสามารถกู้เรียนได้เพิ่มขึ้น และยังมีนโยบายการพัฒนาคุณภาพครูด้วย เป็นต้น

"พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษามาก สามารถจับต้องได้ในแง่งบประมาณ สามารถปฏิบัติได้อย่างจริง"



ขณะ ที่ "พรรคเพื่อไทย" ยึดนโยบายการศึกษาที่เน้น "การพัฒนาการศึกษาของประชาชนไทย ที่เป็นหัวใจของทางออกในทุกปัญหาของการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพและมาตรฐานทางการศึกษา โดยการเร่งพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษาให้ได้มาตรฐาน และมีความเท่าเทียมกันของโอกาส ที่จะเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานเดียวกัน"

โดยการประกาศนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ได้ชูนโยบายหาเสียงเรื่อง การสร้างแรงงานมีฝีมือด้วย Training Center ในอาชีวศึกษา การจัดตั้งกองทุน 1 พันล้านบาท ในทุกมหาวิทยาลัยทั้งรัฐ และเอกชน การปรับโครงสร้างหนี้ให้ครู และโครงการ "One tablet PC per Child ฟรีเพื่อการศึกษา" หรือการจัดซื้อคอมพิวเตอร์แล็บท็อปให้เด็กไทยทุกคน

ซึ่ง การกำหนดนโยบายการศึกษาของพรรคเพื่อไทยนั้น "นายภาวิช ทองโรจน์" ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ที่ร่วมกำหนดนโยบายการศึกษา ได้ระบุก่อนหน้านี้ว่า การกำหนดนโยบายด้านการศึกษาของพรรคเพื่อไทย เริ่มจากความต่อเนื่องตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล โดยเน้นเข้าไปแก้ไขเรื่องคุณภาพด้านการศึกษาเป็นหลัก และต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท หรือเป็นส่วนช่วยด้วย รวมทั้งการเข้าไปแก้ไขเรื่องการผลิตครูด้วย



ทั้งนี้ สำหรับนโยบายของพรรคการเมืองอื่นๆ เช่น พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย นั้น ไม่ได้ชูนโยบายการศึกษา จึงทำให้ยังไม่เห็นนโยบายออกมา จะมีก็แต่พรรคภูมิใจไทยที่ขายนโยบายสร้างโรงเรียนนักกีฬาอาชีพ เพื่อจะพัฒนานักกีฬาให้มีรายได้จากกีฬา ดังนั้น หากจะเปรียบเทียบนโยบายการศึกษาในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งที่ผ่านมา จะมีความโดดเด่นมากกว่าครั้งนี้

โดย "นายไพทูรย์ สินลารัตน์" รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ละพรรคให้ความสำคัญกับการศึกษาน้อยเกือบทุกพรรคการเมือง และไม่มีความชัดเจนในการจัดการทางการศึกษาในอนาคต จะมีพรรคประชาธิปัตย์ที่จะคิดเป็นระบบที่มองในเรื่องโอกาส การดูคุณภาพ การดูเด็กด้อยโอกาส อาชีวศึกษา ส่วนพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้สะท้อนการจัดการศึกษาเท่าใดนัก ในขณะที่พรรคการเมืองอื่นแทบจะไม่มีนโยบายการศึกษาเลย

"ผมคิดว่าสิ่ง ที่เห็นจากนโยบายการศึกษาของพรรคการเมือง สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในด้านการศึกษาของนักการเมืองน้อยมาก หากสภาพการณ์เป็นแบบนี้ อนาคตการศึกษาที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ก้าวหน้าไปในทางที่ดี ขึ้นก็เป็นไปได้น้อย และหลังจากมีพรรคไหนได้จัดตั้งรัฐบาล และเข้ามาดูการศึกษา ก็จะไม่มีทิศทาง แต่จะทำตามสิ่งที่ราชการเสนอมากกว่า"

สอด คล้องกับ "นายโอภาส สุขสุชีพ" รองประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนศึกษานารี เห็นว่ากระแสการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการศึกษาน้อยมากเกือบทุก พรรค และเวลาลงพื้นที่หาเสียงของแต่ละพรรค จะไม่พูดถึงเรื่องการศึกษาเลย ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนโยบายการศึกษาเห็นผลช้า และจับต้องได้ยากกว่านโยบายด้านอื่น จึงทำให้พรรคการเมืองไม่ให้ความสำคัญ จึงไปมุ่งเน้นเรื่องปากท้องของประชาชนมากกว่า ซึ่งในฐานะผู้ปกครองรู้สึกน้อยใจกับเรื่องดังกล่าว

จากนโยบายของพรรค การเมืองต่างๆ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศในอนาคตอันใกล้นี้ ยังให้ความสำคัญด้านการศึกษาน้อยมาก!!

โดย kai (ip:223...75)  เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2554 15:32:33 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 83284 ครั้ง ความคิดเห็น 1 รายการ ล่าสุดเมื่อ 19 มิถุนายน 54 22:09:33
 ความคิดเห็น
  ลำดับที่ 1
 

จาก รักชาติ(ip:1...73)  เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2554 22:09:33 น.


 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 28 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 974804 person(s) and 2272738 hit(s) since Apr,01 2005 , current hit 1 time(s).
 Copyright ©2004-2017 Khlong-U-Taphao.Com.  All Rights Reserved.
 เลขที่ 859/71 ม.ปริญญา ม.1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร & Fax 074-474082
ได้รับการสนับสนุนจาก
แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)