นโยบายสาธารณะ
home project'48 news letter
แผนงาน : สภากาแฟ ช่วง คลื่นเสียงเพื่อสาธารณะ
รายละเอียดโครงการ

หัวข้อ
สภากาแฟวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 49
สภากาแฟวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2549
สภากาแฟวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548
สภากาแฟวันที่ 28 ตุลาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 14 ตุลาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 7 ตุลาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 30 กันยายน 2548
สภากาแฟวันที่ 23 กันยายน 2548
สภากาแฟวันที่ 9 กันยายน 2548
สภากาแฟ วันที่ 26 สิงหาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 19 สิงหาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 12 สิงหาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 5 สิงหาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 29 กรกฎาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 22 ก.ค. 48
สภากาแฟวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 1 ก.ค. 48
สภากาแฟวันที่ 24 มิถุนายน 2548
สภากาแฟวันที่ 17 มิ.ย. 48
สภากาแฟวันที่ 13 พฤษภาคม 2548

สภากาแฟ วันที่ 7 ตุลาคม 2548
นโยบายสาธารณะ >> แผนงาน : สภากาแฟ ช่วง คลื่นเสียงเพื่อสาธารณะ (บทความ)
อรุณรัตน์ แสงละออง บัญชร วิเชียรศรี อ.จรูญ หยูทอง

ผู้ดำเนินรายการ-
ประชาสัมพันธ์การแข่งขันกีฬาฟุตบอลพลาสติกการกุศลศรีนครคัพครั้งที่ 3 วันที่ 5-6 พ.ย. ถ้วยรางวัลจาก รับสมัคร 15-27 ตุลาคม ค่าสมัคร 1200 บาท ค่าประกันทีม 300 บาท วัตถุประสงค์เป็นทุนอาหารกลางวันนักรเรียนเรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์

วิทยาลัยวันศุกร์วันนี้เริ่มตั้งแต่ 4 โมงเย็น มีการถ่ายทอดสดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ถ่ายทอดสดจากหอประชุมเล็กมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากนั้นมีการนำเสวนา โดย อ.พิชัย ศรีใส เรื่อง....ชาวหาดใหญ่มีความสนใจรายการนี้มาก
วันที่ 22 ต.ค.นี้ มีกิจกรรมการปลูกข้าวของบ้านเรียนรู้ ไปร่วมเรียนรู้การปลูกข้าวที่เด็กปัจจุบันนี้ไม่ทราบว่ากว่าที่จะมาเป็นข้าวที่เห็นจะต้องผ่านกระบวนการอย่างไรบ้าง ทำให้เด็กมีความสนใจใน ....รับจำนวน 20 คนเท่านั้น
เน้นเป็นครอบครัว 05-8979378 09-9744226

เรื่องที่จะคุยวันนี้ต่อเนื่อง จากการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางลงมานอนที่ภาคใต้ โดยเฉพาะที่ตันหยงลิมอร์ ไม่อยากให้เราตื่นเต้นในเรื่องนี้ อยากให้ตื่นเต้นกับ ความเป็นความตายที่เกิดขึ้น และค้นหาสาเหตุและนำเอาปรากฏการณ์ทั้งหมดในสังคม ที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในพื้นที่บ้านเรา ในขณะที่ผู้มีความเชื่อ 3 ศาสนา กำลังอยู่ในช่วงสันติสุข เรื่องของการกินเจที่ไม่เบียดเบียนกันที่ชาวพุทธกำลังส่งปู่ย่าตายาย อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลกันในเทศกาลทำบุญเดือนสิบ พี่น้องมุสลิมก็ถือบวช จะเห็นเป็นเดือนสันติสุขเดือนแห่งการทำบุญ การเสียสละ การให้ทานชีวิต แต่ทั้งหมดต้องอยู่บนพื้นทฐานของความเชื่อที่เป็นปัญญาไม่ใช่ศรัทธาอย่างเดียว เพราะว่า ถ้ามองเรื่องของศรัทธาอาจทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่าใครดีกว่าใคร เช่นการจะสรุปว่าคนกินพืชดีกว่าคนที่กินสัตว์ นั้นจะต้องมองถึงอิริยาบทอย่างอื่นด้วย ในสังคมก็เช่นเดียวกัน การที่ท่านลงมาในพื้นที่ก็เหมือนกับช้างเหยียบงา พญาเหยียบเมือง มักเกิดความศิริมงคลกับพื้นดินแค่ไหน
ซึ่งก็มองได้หลายแบบ อยู่ที่ความคาดหวัง ถ้าผู้ที่มีบุญบารมีมาในพื้นที่แล้วคนในพื้นที่ยินดีก็เป็นมงคล แต่ถ้ามาแล้วต้องทำให้เกิดการอารักขา เกิดความวุ่นวายขึ้นก็จะทำให้สำนวนนี้ไม่เป็นมงคล
แต่อย่างน้อยคิดว่าการที่ผู้หลักผู้ใหญ่มาในพื้นที่จะมีผลดีมากกว่าผลเสีย แต่ทั้งนี้ต้องไปให้ถึงปัญหา อยากให้ไปให้ถึงฝัน เช่นเดียวกับการทำบุญทำให้ถึงอานิสงค์จริงๆ

การรับเปรตหรือส่งเปรตก็เป็นเป้าหมาย ในการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ นำเอาสิ่งดีๆที่บรรพชนทำมาปฏิบัติ พี่น้องมุสลิมก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเราไปถึงฝันทั้งหมด คงลดปัญหาต่างๆได้

เมื่อวาน 6 ตุลาคม เมื่อ 29 ปีที่แล้วเกิดการฆ่ากันครั้งใหญ่ในใจกลางมหานคร มีการทำบุญกันเยอะมาก คนที่เห็นความสำคัญก็รู้สึก น้อยใจรัฐมนตรีที่เป็นคน 6 ตุลาบางคนและคนส่วนใหญ่ที่ลืมกัน อีกความรู้สึกหนึ่งคือการสูญเสียคุณตี้ กรรมาชน คน6 ตุลา ที่เสียชีวิต แต่โดยสรุปมองว่าสังคมแย่ลง วิกฤตศรัทธา ความเชื่อ ความเห็น อย่างเช่น การฟ้องร้องกันด้วยเงิน 1 บาท อีกฝ่ายหนึ่ง 500 ล้านบาท คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสื่อโดนฟ้องร้องหลายคน ดำเนินคดีอยู่กับฝ่ายรัฐบาล กับนายกรัฐมนตรี ภาพสะท้อนตรงนี้สะท้อนให้เห็นถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หรือเชื่อพระเจ้าคนละองค์กัน ฝ่ายหนึ่งที่ฟ้องร้องด้วยเงิน 1 บาทเชื่อว่าเงินไม่ใช่พระเจ้า แต่สิ่งที่ต้องการคือต้องการให้สังคมเห็นว่าสิทธิ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องสำคัญ ใครจะมาละเมิดหรือแทรกแซงนั้นยอมไม่ได้ แต่อีกฝ่ายเห็นว่าสิทธิส่วนบุคคลใครจะละเมิดไม่ได้ การใช้เสรีภาพจะต้องมีขอบเขต เรียกไป 500 ล้าน ทั้งสองฝ่ายทำให้เห็นเจตนาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญคือฝ่ายหนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีที่ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะแม้วิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ทุกเรื่องแต่ก็ไม่น่าฟ้องร้องถึง 500 ล้าน

อย่างไรก็ไม่ใช่สาระสำคัญของชีวิต การมีเงินมากมายคงเป็นเรื่องที่ลำบาก ต้องชื่นชมผู้นำของเราที่สามารถทำได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ไม่ใช่ว่าคนไม่มีจะไม่มีประโยชน์ อย่างที่ท่านอังคาร เคยเขียนไว้ว่า ในโลกนี้มีทั้งทรายและอัญมณี ทรายมีคุณค่าในการนำมาก่อสร้าง อัญมณีมีค่าในการเป็นเครื่องประดับ และมีค่าได้ก็เพราะมีทรายให้เปรียบเทียบ ว่าในทางความสวยงามทรายมีคุณค่าน้อยกว่า แต่ในทางอัตถประโยชน์ อัญมณีสู้ทรายไม่ได้

คุณกรีฑา-
ต้องแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ สอ.ที่เสียชีวิต
การฟ้องสื่อ คณะรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเขียนหนังสือลาออก สามารถลาออกด้วยวาจาก็ได้ ไม่เหมือนกับข้าราชการที่ต้องทำหนังสือลาออกและต้องได้รับการเซ็นอนุมัติจากผู้บังคับบัญชา
เรื่องของคุณสนธิ ตอนนี้ ซีดี ขายดีมาก การฟ้องร้อง เรียกร้องครั้งนี้เป็นการเรียกร้องเบื้องต้น แต่เมื่อขึ้นถึงศาลและศาลพิจารณาแล้วเขาอาจจะปรับสักห้าหมื่น ไม่จำเป็นว่าต้องได้ตามที่โดนฟ้องร้อง ดังนั้นขอทำความเข้าใจคนที่ให้กำลังใจคุณสนธิว่าไม่ต้องเป็นห่วงเป็นแค่การฟ้องเพื่อไม่ให้คุณสนธิออกมาวิพากษ์วิจารณ์เท่านั้น เพราะหลังจากที่ทนายได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้วก็ได้ทำหนังสือถึงศาลเช่นกันให้คุณสนธิ และคุณสโรชา หยุดวิพากษ์วิจารณ์เป็นการนายกชั่วคราวจนกว่ากระบวนการศาลยุติธรรมจะเรียบร้อย สุดท้ายอาจเป็นการยอมความกันก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ใช่เรื่องร้ายแรง
เรื่องที่ร้ายแรงคือเรื่องของเด็กอายุ 14 ที่หาดใหญ่ที่ส่งอินเทอร์เนตพบกับผู้ชายที่กรุงเทพฯเป็นเรื่องใหญ่แน่ เพราะเป็นการยินยอม

คุณนพดล-
ยอมรับว่าท่านนายกทำงานดี แต่ส่วนหนึ่งเมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ โดยเฉพาะคนที่มีปัญญาอย่างคุณสนธิ ซึ่งการที่คุณสนธิวิจารณ์ดีกว่าการที่ประชาชนต้องลุกฮือขึ้นต้านเหมือนกับต่างประเทศ ต้องยอมให้เขาโต้แย้งบ้าง เช่นการที่เอาน้ำมันเข้าหุ้นแล้วรีดให้เป็นกำไร เมื่อคุณสนธิเอาเรื่องจริงมาแฉ ก็ไม่พอใจ ทั้งที่เศรษฐกิจย่ำแย่แต่เอากำไรน้ำมันไปแบ่งปันกันเขารวยอยู่แล้ว แต่ประชาชนต้องรับภาระกับราคาของแพง
การที่ลงมาทางใต้ก็ต้องเพิ่มภาระในการคุ้มกัน มันไม่มีอะไรดีขึ้น สู้เอาความจริงใจมาแก้ปัญหาจะดีกว่า
การนำไฟฟ้าไปเข้าหุ้น มันเรื่องอะไรกันที่จะต้องเอาไปเป็นของรัฐ ทั้งที่ควรจะเป็นสวัสดิการของประชาชนควรคิดว่าทำอย่างไรให้มันถูก แต่นี่คิดแต่จะเอากำไรไปแบ่งกัน

ผู้ดำเนินรายการ
ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าทำไมรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกำไรถึงไม่เอาเข้าตลาดหุ้นบ้าง แสดงว่าไม่ได้คิดถึงประชาชนเป็นหลัก ที่จริงรัฐวิสาหกิจเกิดในยุคเผด็จการแต่ถูกใช้ประโยชน์ในยุคประชาธิปไตยเหมือนกับสถานีโทรทัศน์ เรื่องการฟ้องสื่อมวลชนยุคก่อนก็ไม่มี

คุณเทียนชัย -
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกับลูกโป่งที่ถูกบีบมากๆก็จะระเบิด คนเดี๋ยวนี้ไม่ได้โง่ ถูกปิดหูปิดตา ปิดโอกาส เมื่อไม่สามารถหาความยุติธรรมได้ในประเทศ เขาก็ไปแสวงหาจากต่างประเทศ ดังนั้นก็ต้องคิดว่าใครกันแน่ที่ทำลายชาติ
ยะลาได้ฟังเสียงคุณสนธิสดๆ แต่หาดใหญ่ไม่มีสักสถานี ถือเป็นความอัปยศ ทั้งที่เป็นเมืองการศึกษา เมืองเศรษฐกิจ อยากให้หาดใหญ่มีการถ่ายทอดเสียงคุณสนธิบ้าง

ผู้ดำเนินรายการ-
ประเด็นการถ่ายทอดน่าสนใน และเป็นธรรมชาติของคนไทยที่กลัวความจริงเพราะมีบทเรียน กับหลายๆคน
ในตะวันตกมี2เรื่อง คือเรื่องที่รู้แล้วและยังไม่รู้ ซึ่งเมืองไทยก็มี 2 เรื่องคือเรื่องพูดได้กับพูดไม่ได้ ก็มีความจริงที่ปกปิดมามาย บอกไม่ได้ว่าจะหมดเมื่อไหร่ แต่ก็ยังมีคนที่กล้าหาญแม้ว่าคนเหล่านั้นมักไม่มีแผ่นดินอยู่ และไปเสียชีวิตที่ต่างประเทศ ตั้งแต่ท่านปรีดี พนมยงค์ จิตร ภูมิศักดิ์ ท่านอัสนี พลจันทร์ และตอนนี้สังคมพูดถึงเขาเหล่านี้น้อยลง
เรื่องของสื่อวิทยุตอนนี้ กสช. เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว แต่เราจะคาดหวังจากคนไม่กี่คนไม่ได้ ต้องมองทั้งโครงสร้างของสังคมทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความทั้งหมดเมื่อออกมาชัดเจนแล้วว่าใครทำอะไร
สิ่งที่สังคมนี้หายไปคือจิตสำนึกเพื่อสาธารณะเลยมีปัญหาทุกเรื่อง คุณหญิงพรทิพย์น่าจะเป็นเยี่ยงอย่างแก่บุรุษทั้งหลายในเรื่องการพูดความจริง สังคมได้ประโยชน์จากคนที่พูดความจริงทุกด้าน นอกจากการพูดความจริงต้องรับฟังจากทุกฝ่าย แม้แต่หมอก็ไม่โหกคนไข้แต่ใช้ศิลปะในการพูดความจริง

ที่สำคัญคือจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม เราเรียกร้องเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ตามข่าวเราอาจมองว่า..แต่ในความเป็นจริงสังคมยังมีเรื่องดีอยู่ดูจากเทศกาลต่างๆ เช่น การทำบุญเดือนสิบ การกินเจ และการถือศีลอด ยังมีการแสวงหาความดีกันอยู่
ความจริงเรื่องของจิตสำนึกสาธารณะนั้นคนไทยมีพื้นฐานที่ดีมาก่อน แต่ด้วยระบบราชการและระบบการศึกษาแบบตะวันตกเข้ามาทำลายที่เข้ามากับสื่อมวลชนเมื่อพ.ศ. 2504 ค่านิยมเปลี่ยนไปโดยทุนนิยม แม้แต่คนต่อว่าพระถือว่าเป็นคนไม่ปกติ สังคมไทยโดยเฉพาะสังคมใต้มีส่วนร่วมในเรื่องความรับผิดชอบ แรงงาน นาวาร การออกปากมีมานานแต่ระบบทุนนิยมที่เข้ามาทีหลัง โดยเฉพาะระบบการศึกษาทำให้วิถีเปลี่ยนไป เป็นตัวใครตัวมัน เพราะไม่มีใครคุ้มครองใครได้ ระบบสายสัมพันธ์เปลี่ยนแปลง อย่างคำกล่าวที่ว่า “พัทลุงกังกั้ง สงขลาหมัง ตรังยอน นครรุม” สะท้อนวิถีความสัมพันธ์ของคนในยุคก่อน แต่ปัจจุบันเหมือนกันหมดคือตัวใครตัวมัน ถ้าจะมีแบบสายสัมพันธ์บ้างก็เกี่ยวโดยเป็นเครือญาติ นามสกุลเดียวกัน

ในเรื่องการเลือกตั้งถึงแม้นามสกุลเดียวกันก็ต้องดูที่วิสัยทัศน์ ความสามารถด้วย สังคมประชาธิปไตยต้องใช้เหตุผล
การที่นายกมาที่ภาคใต้ที่ที่สี่ยงภัยที่สุด ถือเป็นกำลังใจแต่อาจเป็นอันตราย ควรทำสิ่งที่ควรจะทำ การรับฟังความคิดเห็นที่เป็นจริง นำไปสู่การปฏิบัติที่หวังผลได้ เรื่องการให้กำลังใจเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย คนที่ต้องมาเป็นกำลังใจคือหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชา เพราะเราไม่ได้อยู่กันด้วยสุนทรพจน์ แต่เราอยู่กันด้วยความจริง ความตายที่เกิดขึ้นเป็นความจริงและเป็นความจริงที่เจ็บปวดและไม่ควรเกิด และผู้นำจะพูดอะไรต้องคำนึงถึงคนในพื้นที่เพราะเขาเหล่านั้นไม่มีที่ไป และให้พูดความจริงว่าถึงแม้จะเสียขวัญก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายการปกปิดและบอกว่าขวัญกำลังใจดี การแสดงพลังลดหน่อยก็ดีไม่มีผลทางปฏิบัติ ดีไม่ดีอาจถูกมองว่าเป็นการท้าทาย

??????

โดย so (ip:203...177)  เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2548 00:44:04 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 3399 ครั้ง
 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 35 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 974366 person(s) and 2272182 hit(s) since Apr,01 2005 , current hit 1 time(s).
 Copyright ©2004-2017 Khlong-U-Taphao.Com.  All Rights Reserved.
 เลขที่ 859/71 ม.ปริญญา ม.1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร & Fax 074-474082
ได้รับการสนับสนุนจาก
แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)