นโยบายสาธารณะ
home project'48 news letter
แผนงาน : สภากาแฟ ช่วง คลื่นเสียงเพื่อสาธารณะ
รายละเอียดโครงการ

หัวข้อ
สภากาแฟวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 49
สภากาแฟวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2549
สภากาแฟวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548
สภากาแฟวันที่ 28 ตุลาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 14 ตุลาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 7 ตุลาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 30 กันยายน 2548
สภากาแฟวันที่ 23 กันยายน 2548
สภากาแฟวันที่ 9 กันยายน 2548
สภากาแฟ วันที่ 26 สิงหาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 19 สิงหาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 12 สิงหาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 5 สิงหาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 29 กรกฎาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 22 ก.ค. 48
สภากาแฟวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 1 ก.ค. 48
สภากาแฟวันที่ 24 มิถุนายน 2548
สภากาแฟวันที่ 17 มิ.ย. 48
สภากาแฟวันที่ 13 พฤษภาคม 2548

สภากาแฟวันที่ 28 ตุลาคม 2548
นโยบายสาธารณะ >> แผนงาน : สภากาแฟ ช่วง คลื่นเสียงเพื่อสาธารณะ (บทความ)
ผู้ดำเนินรายการ บัญชร วิเชียรศรี : อ.จรูญ หยูทอง

ผู้ดำเนินรายการ :
ข่าวประชาสัมพันธ์การรับบริจาคเลือดของหน่วยคลังเลือดโรงพยาบาล มอ. 0-7445-1575
สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องร้อนอยู่หลายเรื่อง เรื่องของการระเบิดรางรถไฟที่ยะลาดูเป็นเรื่องปกติเสียแล้ว ก่อนหน้านี้ที่เป็นประเด็นคุยกันมามีการด่ากันบ้าง เช่นรายการทางโทรทัศน์บางช่อง การมีความเห็นที่ต่างกันเป็นเรื่องที่ปกติ แต่ ท่าทีในการแสดงความคิดเห็นและข้อสรุปที่จะนำไปสู่การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การพูดถึงบุคคลต้องให้เกียรติให้ความเป็นธรรมกัน มีหลายประเด็นที่พูดกัน โดยเฉพาะกรณีการเสนอให้ยุบ กอส. หรือคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ หลายส่วนก็น่ารับฟัง หลายส่วนก็อยากแลกเปลี่ยน แต่ในสังคมเรามักด่วนตัดสินใจ และใช้อารมณ์เป็นหลัก ไม่ค่อยถามเหตุผล และมักเป็นแบบฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียด อย่างกรณีที่นายแพทย์ประเวศกล่าวว่าการมาทำหน้าที่ตรงนี้เป็นเรื่องที่อันตรายเพราะอยู่ระหว่างความขัดแย้งและยกตัวอย่างเช่นมหาตมคานธีที่อยู่ระหว่างความขัดแย้งของฮินดูและมุสลิมที่สุดแล้วท่านก็ถูกฆ่า แต่รายการของนายสมัคร นายดุสิต กลับสรุปว่าหมอประเวศยกตัวเทียบเท่าคานธีซึ่งเป็นการหลงตัวองและเป็นเรื่องไม่สมควร จริงๆเป็นการยกตัวอย่างเท่านั้น คนที่วิจารณ์หมอไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอย่างนั้น เพราะเขาไม่เคยถูกเลือกเพื่อกิจการอย่างนี้

มีคนตั้งข้อสังเกตว่าการตั้ง กอส.มีศักยภาพมีผู้รู้มากมายน่าจะมีประสิทธิภาพในการทำงาน ถ้าเราดูย้อนหลังและดูบทบาทที่แท้จริงน่าจะเข้าใจว่า 1.คณะทำงานนี้ไม่ได้เป็นหน่วยงานของทางราชการ 2.ไม่ใช่คณะกรรมการล่าสังหาญแห่งชาติ
มีคำ 2 คำที่สำคัญคือ “กรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์” และคำว่า “แห่งชาติ” ซึ่งถ้าเป็นแห่งชาติแล้วมักจะล้มเหลว เพราะหาผู้รับผิดชอบยาก

กรรมการอิสระ หมายความว่าเขาไม่ได้มาทำหน้าที่เหมือนหน่วยงานราชการ สมานฉันท์คือทุกฝ่ายต้องได้รับการดูแล แต่มักถูกกล่าวหาว่าอยู่ฝ่ายโจร อันเนื่องมากจากการพยายามเตือนสติสังคมว่าเราจะใช้ความเด็ดขาดก็ได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง

การที่มีการเสนอให้มีการยุบกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ แห่งชาติ มีการพิพากษาของศาลยกฟ้องจำเลยเดียวกับคดีในภาคใต้ แต่ศาลไม่เคยถูกวิพากวิจารณ์ว่าเข้าข้างโจร แต่กรรมการอิสระ หรือนักวิชาการกลับถูกพระกล่าวหาต่างๆนาๆ คล้ายกับเป็นการดูถูกดูแคลนความคิดของผู้ที่เสนอความคิดที่แตกต่างจากรัฐบาล ซึ่งสังคมอย่างนี้เป็นสังคมที่อันตรายมาก ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของใครหรือความคิดของใคร ถือว่าสถานภาพของคนไม่สำคัญเท่ากับความคิดเห็นที่แสดงออกมาว่ามีเหตุผลในการนำเสนอหรือไม่ อยากให้เราพ้นรูปแบบที่ว่าเมื่อเป็นคำพูดของพระแล้วเราจะแย้งไม่ได้ เชื่อว่าพระคือความดี แต่อะไรก็ตามที่ผิดธรรมชาติคงอยู่ไม่ได้ ท่านพุทธทาสยกย่องว่าจริงๆแล้วโลกนี้ว่างเปล่า แต่ที่มีปัญหาเพราะเราติดยึด แต่ไม่ได้บอกว่าให้เราวางเฉยต่อทุกสิ่งทุกอย่าง และบอกว่าให้รับรู้จนถึงที่สุด

จากการที่ไปดูร่องรอยสึนามิมา กรณีสึนามิ ทำให้พบว่าอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ธรรมชาติจะถูกสึนามิทำลายหมด แต่อะไรที่เป็นธรรมชาติอยู่ได้ ต้นไม้ไม่มีปัญหา แต่วัตถุต่างๆ มั่นคงอย่างไรก็อยู่ไม่ได้ เปรียบเทียบกับกรณี 3 จังหวัดก็เหมือนกัน เช่น พระราชกำหนด กฏหมายพิเศษต่างๆที่ลงมาในพื้นที่ มันเข้ากับพื้นที่ไม่ได้
สิ่งที่จะบอกว่ากฎที่วางลงไปเพื่อดูแลสังคมเป็นธรรมชาติก็คือความสงบสุข

มนุษย์เกิดมาด้วยกฎธรรมชาติ สรรพสิ่งเกิดขึ้น ดำรงอยู่ ต้องการที่อยู่อาศัย ต้องการอาหาร มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐมีวัฒนธรรมต่างจากสัตว์อื่นๆ ที่มีแค่สัญชาตญาณเป็นเดรัจฉาน สัตว์อื่นไม่มีปัญหาเรื่องกฎเพราะกฎธรรมชาติก็เอาอยู่
เมื่อมนุษย์ฉลาดกว่าสัตว์อื่นจึงมีศีลธรรมเกิดขึ้น แต่เมื่อศีลธรรมก็เอาไม่อยู่เพราะขึ้นอยู่กับจิตใจของคนที่มีศีลธรรมไม่เหมือนกัน จึงต้องมีกฏหมายขึ้นมาซึ่งเกิดหลังสุด อย่างไรก็แล้วแต่กฎหมายที่เกิดต้องเอื้อมาจากศีลธรรมและธรรมชาติ ถ้ากฎหมายไม่มีศีลธรรมและธรรมชาติรองรับ กฎหมายนั้นก็อยู่ไม่ได้

อย่างการจำกัดจำนวนการเลี้ยงไก่ไม่ให้เกิน 20 ตัวเพื่อป้องกันไข้หวัดนก เป็นการขัดธรรมชาติเพราะการที่มีไก่ตัวที่ 21 กับไก่ 20 ตัวมันต่างกันอย่างไรกับการแก้ปัญหาไข้หวัดนก จะต้องมีเหตุผลรองรับว่าทำไมต้องเป็นตัวที่ 20 ถ้าจะมีไข้หวัดนกระบาด 20ตัวกับ 1 ตัวมันต่างกันอย่างไร

ผู้ฟัง
คุณนพดล-
ใจหายที่อ.จรูญไม่อยู่วันก่อน กลัวโดนปิด และอยากให้รายการเพิ่มเวลาอีก วันนี้อยากให้เสียงตามสายหมู่บ้านรับตรงนี้ไปฟังเพราะเป็นรายการที่มีประโยชน์ต่อสังคม
การสมานฉันท์ เราไม่ได้ตั้งความหวังไห้เขาแก้เพื่อยุติ แต่เป็นสื่อแทนกลไกของรัฐที่เข้าไม่ถึง แต่ช่วงหลังกลไกของรัฐก็ปรับดีขึ้น เข้าถึงมากขึ้น แต่พวกที่ก่อกวน ก็ไม่ปล่อยทั้งที่ใจดีเยอะแล้ว แต่เขาปล่อยไม่ได้แล้วเพราะมีผลประโยชน์เพื่อตัวเอง
อยากบอกชาวบ้านว่าเขาไม่เข้าฝ่ายใดเพราะเขาต้องการทำเพื่อเขาเอง เขาฆ่าได้หมด ต่อไปชาวบ้านจะอยู่ยากยิ่งขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ:
เห็นด้วยกับคุณนพดล ที่สำคัญเราไม่รู้เท่าทัน ถ้าเรารู้เท่าทันปัญหาต่างๆจะคลี่คลาย เราขาดความรู้จริง รู้ไม่หมด ไม่รู้ทุกเรื่อง แต่อยากให้สังคมสงบสุข การไม่ได้พูดคุยไม่ได้ทบทวนจะทำให้ลงเหวมากขึ้น จึงจำเป็นต้องพูดคุยกัน และอาจถูกกล่าวหาว่าพูดอย่างเดียว แต่จริงๆเห็นใจคนที่ทำ อยากให้คนที่ทำ ทำแล้วให้เกิดมรรคเกิดผลมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คล้ายกับกรรมการสมานฉันท์ที่ต้องเสียสละพอสมควรแต่ คนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย มักออกมาประณามคนที่จะทำอะไรเพื่อสังคม ไปในทางเสียหาย

ผู้ฟัง:
อ.สุวรรณ-
ไม่เห็นด้วยกับ อ.จรูญที่ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเพราะไม่รู้เท่าทัน จริงๆรู้เท่าทันแต่เขาไม่ทำ และไม่เชื่อว่าจะจับผู้ก่อปัญหาไม่ได้ถ้าจับกันจริงๆ สงสัยว่าคนที่จับจะกลัวปัญหา และคิดว่าระดับเสนาธิการถ้าไม่รู้เท่าทันก็แย่
รายการใต้สันติสุขควรจะยุบไป เพราะดูแล้วยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้ายุบแล้วอาจจะสันติสุขขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ:
รายการใต้สันติสุขส่วนหนึ่งก็มีความสร้างสรรค์เพราะเป็นทางออกทางความรู้สึกได้ ต้องแยกแยะ
ประเด็นที่ อ.สุวรรณพูดที่น่าสนใจที่นายกว่ารู้ตัวผู้กระทำแล้ว ทำให้ประชาชนมีความหวังและรอการจับกุม แต่ นอกจากจับไม่ได้แล้วพอจับกุมได้ศาลก็มีการยกฟ้อง ทำให้สงสัยว่าที่บอกว่ารู้แล้วหมายความว่าอย่างไร รู้แล้วทำไมไม่จับ จับแล้วทำไมเอาผิดไม่ได้ หลักฐานที่บอกว่ามัดแน่น หายไปไหนหมด

ผู้ฟัง:
พระครูสิริญาณวิมล-
เรื่องรถไฟที่กรุงเทพฯที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ คิดว่าไม่ว่าใครจะทำ ผลประโยชน์ก็ตกที่ประชาชน ทำให้คิดเชื่อมโยงมาถึงปัญหาภาคใต้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่เขาทำเพื่อเขาหรือทำเพื่อประชาชน ถ้าทำเพื่อประชาชนน่าจะเป็นอีกแบบหนึ่ง
รายการใต้สันติสุขที่ว่า คิดว่าอันตรายพอสมควรเพราะบางทีมีการกล่าวถึงตำรวจ ทหาร ในทางเสียหาย
เรื่องการทอดกฐิน พระพุทธเจ้าบอกว่าอย่าเจาะจงว่าทำบุญกับพระรูปไหน สาระคือให้เราทำเพื่อส่วนรวมใช้ความจริงใจ สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้

เรื่องแถลงการณ์ของคณะสงฆ์จังหวัดปัตตานี เขาอยู่ในพื้นที่ตรง ถ้าเราอยู่นอกพื้นที่เราก็จะเข้าใจเป็นอีกอย่างหนึ่ง จากการถามข้อมูลเขาบอกว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ไม่เคยไปหาข้อมูลกับพระสงฆ์เลย และไม่มีหน่วยงานไหน และดูเหมือนว่าประเทศไทยถ้าไม่มีการกดดันก็มักไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามยังอยากให้มีกรรมการสมานฉันท์อยู่ แต่ให้เข้าถึงผู้นำศาสนาและไม่ใช่สมานฉันท์แค่ผู้นำศาสนามุสลิม เข้าถึงผู้นำศาสนาพุทธด้วย เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระเป็นเรื่องที่สะเทือนใจชาวพุทธอย่างรุนแรง

คุณวิมล-
รัฐบาลพร้อมมา 2 ปีแล้ว แต่ยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อยากถามอ.จรูญว่า ทำไมเวลาพระโดนฆ่าหรือวัดถูกเผามีหนังสือออกมาขอโทษจากจุฬาราชมนตรี การที่ผู้ก่อการร้ายอยู่ที่ไหนจะต้องมีคนรู้ แต่ทำไมผู้นำศาสนาอิสลาม ไม่เข้าไปพูดกับชาวบ้านให้รู้เรื่อง เพราะชาวบ้านเชื่อเขาทุกอย่าง
ถ้าเราเอาชาวบ้านมาเป็นแนวร่วมไม่ได้ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ อยากให้ผู้นำศาสนาอิสลามไปพูดกับชาวบ้านให้รู้เรื่อง
รายการใต้สันติสุขเปลี่ยนรูปแบบใหม่แล้วเป็นรายการเพื่อรัฐบาลอย่างเดียว ไม่มีประโยชน์อะไรเลยเลย

ผู้ดำเนินรายการ:
โจทย์ที่เป็นปัญหาคือเราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กระทำการทุกครั้งที่ผ่านมา ที่สรุปเช่นนี้เพราะไม่เคยจับใครได้ และถ้าจับได้ก็ไม่สามารถเอาผิดได้ เรารู้ไม่จริงว่าใครทำหรือรู้แล้วแต่ทำอีกอย่าง แต่ถึงแม้เราไม่รู้ว่าใคร แต่ถ้าทุกโครงสร้างทำหน้าที่ ปัญหายุติ ถึงแม้ไม่รู้ว่าปัญหามาจากใคร เพราะจะไปถึงต้นตอได้หมด
เมื่อรัฐบาลเชื่อมั่นในอำนาจ เชื่อมั่นในกฎหมาย อยากให้ย้อนกลับไปดูการใช้กฎหมายประสบความสำเร็จแค่ไหน อยากให้มีการประเมินเป็นระยะ เพราะการประเมินจะได้บอกว่าเราไม่ควรเอาชีวิตไปเสี่ยงกับความเชื่อมั่นของใครบางคน อยากให้เป็นความเชื่อมั่นของคนหลายๆคน

เรื่องของเบาะแส เห็นใจชาวบ้านที่ให้เบาะแส เพราะบางครั้งเขาไม่สามารถพูดได้ เพราะไม่มีใครสามารถคุ้มครองเขาได้ ตำรวจ ทหารก็ลำบาก เราเสียเปรียบฝ่ายที่อยู่ในที่มืด ที่เราพูดกันทุกวันนี้ก็เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้ต้องไปเสี่ยงกับนโยบายที่ไม่ได้ผล หรือมาตรการที่สูญเปล่า ที่สำคัญจะต้องสูญเสียชีวิตคนที่ยังมีคนที่รักรอคอยอยู่ข้างหลัง แม้จะได้รับการสดุดีว่าเป็นผู้เสียสละก็จะได้สักกี่วัน

ผู้ฟัง
คุณกรีฑา-
เรามักว่าประณามชนบทว่าไม่ให้ความร่วมมือกับราชการ มันเป็นเรื่องยาก ที่คนที่กรีดยางอยู่บนควนจะหวังให้เขาให้ความร่วมมือกับทางราชการ เราต้องให้ความเห็นใจกับเขาในขณะที่เราไม่ได้อยู่ในพื้นที่ ในคณะกรรมการสมานฉันท์ก็มีพระอยู่ด้วยหลายรูป เราไม่ได้รวบรวมปัญหาจากคณะสงฆ์ตรงนั้น

ตอนนี้กรรมการสมานฉันท์น่าสงสารที่สุด เพราะเป็นกันชนของรัฐบาล บอกตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่าอย่าไปตั้งความหวัง เพราะเขาเป็นผู้หาข้อมูล ไม่มีอำนาจใดๆ จะสั่งการ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องหาสาเหตุ เคยบอกหลายครั้งแล้วว่ารัฐบาลพูดผิดมาตั้งแต่ต้น กรณีตากใบควรพยายามดึงคนที่บริสุทธิ์ออกมา แต่กลับพยายามผลักให้ไปอยู่ฝ่ายโน้นหมดเลย เราเห็นว่าพวกที่ก่อความไม่สงบส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่น ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นลูกหลานของผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตรงนั้น ความกดดันจากเหตุการณ์ต่างๆประกอบกับการโดนยุยงบ้างทำให้เกิดการกระทำดังกล่าว ดังนั้นเราต้องค้นหาสาเหตุ

ผู้ดำเนินรายการ:
คุณชัยบอกว่าที่คุณหมอพรทิพย์พูดในรายการคุยคุ้ยข่าวทางช่อง 9 นั้นชาวบ้านบอกว่าเป็นเรื่องจริง และเชื่อว่าคุณหมอพรทิพย์พูดจากใจจริงไม่มีฐานเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เป็นคนที่พูดเรื่องปัญหา 3 จังหวัดได้รอบด้านที่สุด น่าเชื่อถือที่สุด ท่านเห็นใจทุกฝ่าย ต้องการให้เกิดผลดีกับทุกฝ่าย คนส่วนใหญ่สรุปอย่างนั้น

ผู้ฟัง:
คุณนนา-
เรื่องใหญ่ใน 3 จังหวัด คือ 1. ความกลัว เกิดจากสภาพของสังคม 2. การคิดวิเคราะห์ไม่มาก ดังนั้นข่าวสารต่างๆที่มาถูกบิดเบือนได้ง่าย 3. การพูดเท็จการพูดไม่จริงอย่างกว้างขวาง อันเนื่องมาจากความกลัว
นาวิกโยธิน จริงๆทำดีพอสมควร แต่พอถึงเวลาไม่สามารถหยิบยื่นความดีตอบแทนให้ได้ เป็นความหล่อหลอมของสังคม ไม่รู้เรื่อง บางทีสงสัยในมาตรฐานความถูกความผิด ความดีชั่วด้วย ส่งให้เห็นความมีปัญญา ไม่สามารถแสดงให้คนอื่นเห็นว่าตนเองต้องการอะไร เพียงแต่ใช้กำลัง ต้องแก้ที่รากฐานของเขาเอง ซึ่งก่อกำเนิดมาจากวิถีชีวิต

ผู้ดำเนินรายการ:
สรุปว่าเราต้องทำให้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้เกิดองค์ความรู้ขึ้นมาให้ได้มากที่สุดว่าปัญหาเกิดจากอะไร จะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร เหมือนกับสึนามิ ที่เรารู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ และวันนี้เราไม่มีอะไรไปยับยั้งได้ เราจะเอาบทเรียนอะไรที่เห็นมาใช้ในภายหน้า

UUUUUUU

โดย so (ip:61...150)  เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2548 13:13:13 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 3505 ครั้ง
 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 31 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 974366 person(s) and 2272186 hit(s) since Apr,01 2005 , current hit 1 time(s).
 Copyright ©2004-2017 Khlong-U-Taphao.Com.  All Rights Reserved.
 เลขที่ 859/71 ม.ปริญญา ม.1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร & Fax 074-474082
ได้รับการสนับสนุนจาก
แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)