นโยบายสาธารณะ
home project'48 news letter
แผนงาน : สภากาแฟ ช่วง คลื่นเสียงเพื่อสาธารณะ
รายละเอียดโครงการ

หัวข้อ
สภากาแฟวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 49
สภากาแฟวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2549
สภากาแฟวันที่ 4 พฤศจิกายน 2548
สภากาแฟวันที่ 28 ตุลาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 14 ตุลาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 7 ตุลาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 30 กันยายน 2548
สภากาแฟวันที่ 23 กันยายน 2548
สภากาแฟวันที่ 9 กันยายน 2548
สภากาแฟ วันที่ 26 สิงหาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 19 สิงหาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 12 สิงหาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 5 สิงหาคม 2548
สภากาแฟ วันที่ 29 กรกฎาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 22 ก.ค. 48
สภากาแฟวันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม 2548
สภากาแฟวันที่ 1 ก.ค. 48
สภากาแฟวันที่ 24 มิถุนายน 2548
สภากาแฟวันที่ 17 มิ.ย. 48
สภากาแฟวันที่ 13 พฤษภาคม 2548

สภากาแฟวันที่ 22 ก.ค. 48
นโยบายสาธารณะ >> แผนงาน : สภากาแฟ ช่วง คลื่นเสียงเพื่อสาธารณะ (บทความ)
สภากาแฟวันที่ 22 ก.ค. 48

พระราชกำหนด

บัญชร วิเชียรศรี : อ.จรูญ หยูทอง

คุณทัศนวรรณ ผู้สื่อข่าว รายงานถึงการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เรื่องการแก้ไขสถานการณ์ปัญหาภาคใต้ โดยมีรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ คุณประดิษฐ์ เป็นผู้แถลงข่าว พูดถึงพระราชกำหนดฉุกเฉิน ปี 2548 ในเรื่องของ 3 จังหวัดภาคใต้ เป็นเรื่องของการเร่งรัดคดีต่างๆ ไม่ให้เป็นคดีที่คั่งค้าง เช่นคดีคนหาย การหาแนวทางให้ผู้ที่กระทำผิดแล้วกลับใจ รวมถึงการดำรงชีวิตของครู การให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมามีส่วนร่วมของที่ปรึกษาในอำเภอ รวมถึงการกล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ว่าถ้าในอนาคตมีเหตุการณ์เช่นนี้อีก ทางกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจำเป็นต้องมีการสถาปนาศูนย์ที่ให้ข้อมูลกับประชาชนได้ทันที โดยจะมีการจัดตั้ง call center 1881 ใน3 จังหวัดเพื่อให้ประชาชนได้ติดต่อกับส่วนราชการ บอกกล่าวข่าวสาร หรือขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้ใช้วิธีที่ถูกต้องในการควบคุมสถานการณ์ หรือการเพื่อตรียมพร้อมพี่น้องประชาชนในสถานการณ์ความไม่สงบ ให้มีความร่วมมือ รวมถึงการอยู่ในอาคารบ้านเรือนด้วย

เรื่องใหม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชกำหนดที่นักข่าวซักถามว่าอาจเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจชัดเจน ทางรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติกล่าวว่าในเรื่องนี้ อาจมีสื่อมวลชนที่เข้าใจไม่ถูกต้องเมื่อนำข่าวไปเผยแพร่อาจจะทำให้บิดเบือนไป มีการจัดตั้งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้แก่ประชาชน ว่าพระราชกำหนดนี้มีกี่ข้อและมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง

นอกจากนี้มีประเด็นที่เจ้ากรมพลเรือนทหารบกกล่าวถึงเรื่องการก่อสร้างต่างๆ ที่ได้ก่อสร้างไปแล้วและเหตุการณ์ความไม่สงบอาจทำให้ไม่สิ้นสุด ในส่วนนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบอกว่ามีกองทหารพัฒนาเข้าไปดูแลในส่วนของโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ในส่วนของครูก็เช่นเดียวกันตอนนี้มีทหารชั้นประทวนประมาณ 800 นายที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปดำเนินการสอนนักเรียนแทนครูได้ถ้าทางกระทรวงศึกษาธิการแจ้งมาว่ามีความต้องการ

ข้อมูลที่ได้น่าจะทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้นเพราะที่ผ่านมา ดูเหมือนรัฐพยายามทำงานแต่ประชาชนไม่เข้าใจ ส่วนหนึ่งเพราะเกรงว่าจะทำให้เสียรูปคดี หรือการขยายผลการดำเนินการจะเป็นไปโดยไม่สะดวก ทำให้เราไม่ค่อยได้รู้เรื่องอะไร การได้ออกมาคุยอย่างนี้ทำให้เราได้รู้อะไรมากขึ้น

ดูภาพรวมเป็นเรื่องที่เราได้ยินมาก่อนแล้ว
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปัญหาความเป็นคนไทยที่ประเทศไทยมีปัญหาอย่างนี้มาบ้างแล้วที่ใกล้เคียงที่สุด เนื้อหาใกล้เคียงกับการต่อสู้กับขบวนการคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย แล้วเราก็ใช้กำลังปราบปราม ให้อำนาจฝ่ายบริหาร สุดท้ายได้ข้อสรุปว่าการใช้กำลังทางการทหารนำในการปราบปรามนั้นไม่ได้ผล เลยมาใช้คำสั่ง 66/2523 ในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ใช้การเมืองนำการทหารในสมัยนั้น ใช้กระบวนการเพิ่มความสันติสุขในสังคม ที่มีการลดการแบ่งพรรคแบ่งพวกและพยายามทำให้เป็นพวกเดียวกัน

ข้อสรุปว่าสงครามทั้งในอดีตและปัจจุบันมันไม่ได้นำมาซึ่งความสงบสุขและไม่ได้ส่งผลดีต่อใครเลย แต่ปัญหาในขณะนี้ เราได้เห็นสงครามแบบไทยๆ ที่เราประสบสงครามพร้อมกับอังกฤษและสหรัฐ ทำให้มองเห็นแต่ละฝ่าย ฝ่ายแรกคือฝ่ายผู้นำ ที่ประเทศอังกฤษเมื่อเกิดระเบิดขึ้นนายกรัฐมนตรีของเขาเรียกผู้นำฝ่ายค้านมาหารือนอกรอบ แล้วออกฎหมาย แล้วหลังจากนั้นก็มีการคุยกับผู้นำมุสลิมในอังกฤษ และผู้นำชุมชนชาวมุสลิม สองกลุ่มนี้ก็ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำ คล้ายกับบ้านเรา แต่ที่ต่างกันในส่วนของผู้นำ ที่ของเราไม่หารือกัน 2 ในส่วนของประชาชน ที่ประเทศอังกฤษเขาบอกประชาชนว่าอย่าตื่นตกใจเพราะการตื่นตกใจจะไปเข้าทางกับกลุ่มก่อการร้ายที่เขาต้องการอย่างนั้น การที่เขาสั่งประชาชนเขาได้ไม่ใช่เพราะเขาเผด็จการแต่เป็นเพราะเขาเป็นต้นแบบประชาธิปไตย สิ่งหนึ่งที่เขามีคือความมีวินัย ความเชื่อมั่นในรัฐบาลของเขา ในส่วนของประเทศอังกฤษเขาสมารถทำได้ที่จะสั่งประชาชนของเขา แต่คนไทยที่ไม่เชื่อเพราะอาจเพราะเขาขาดวินัยหรือเป็นเพราะการที่เขาไม่เชื่อว่าการที่เขาอยู่ใต้คำสั่งของรัฐบาลเขาจะปลอดภัยจริง เป็นบทเรียนที่สั่งสมมาในสังคมไทย ดังนั้นไม่ว่าผู้นำหรือประชาชนไทยก็เห็นความแตกต่างกันอยู่ ปัญหาในขณะนี้ไม่ว่าเรื่องพระราชกำหนดหรือก่อนหน้านี้ไม่ว่าการประกาศกฎอัยการศึก การแต่งตั้งกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ หรือการยกเลิก ศอบต. ต่างๆ กระบวนการคิดในสังคมไทยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาตลอด ฝ่ายรัฐบาลเป็นฝ่ายธรรมะ จะรักษาความชอบธรรมและถูกต้อง และการฆ่ากันก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องถ้าเป็นการกระทำของรัฐบาล เพื่อความสงบสุข ที่สำคัญคือความมั่นคงแห่งชาติซึ่งเป็นนามธรรมถูกจินตนาการโดยจินตภาพที่แตกต่างไป เพราะฉะนั้นการกระทำของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองบางส่วนก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประชาชนได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในกระบวนการสร้างวิธีคิด สิ่งที่เป็นห่วงมากคือ เรากำลังเข้าไปสู่ก่อน 6 ตุลา 19 และน่าจะรุนแรงมากกว่า เพราะสังคมซับซ้อนมากขึ้น มีความหลากหลายและเป็นความหลากหลายที่น่ากลัว ยกตัวอย่างเช่นกรรมาธิการการเลือกตั้งเปลี่ยนการกากบาทเป็นการใช้ตรายางประทับน่าจะเป็นความสอดคล้องของสังคมวิถีปัจจุบันแล้ว แต่บัตรเสียที่เกิดขึ้นกลับเอาด้านอื่นไปประทับแทน ทำให้เห็นว่าสังคมไทยมีความแตกต่าง มีความทับซ้อนกัน ยังมีสังคมแบบชนเผ่าอยู่ในขณะเดียวกันก็มีสังคมแบบตะวันตกอยู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราถกถียงกันอยู่เป็นสังคมของคนอีกระดับหนึ่งคือสังคมอุตสาหกรรม เป็นสังคมเมือง สังคมที่นั่งต่อหน้าสื่อ เราเกิดเหตุการณ์เดียวกับอังกฤษแต่พัฒนาการทางสังคมต่างกันมาก โดยเฉพาะในส่วนของประชาชนและกลไกของอำนาจรัฐที่จะดูแลบ้านเมือง

ขณะนี้ เกิดม็อบเฉลี่ยขึ้นมาในสังคมไทย ขอเรียกร้องผู้ว่าราชการจังหวัด ว่าท่านจะเห็นด้วยกับรัฐบาลเป็นเรื่องธรรมดาแต่ขอให้ทำไปตามบทบาทหน้าที่ อย่าใช้โอกาสตรงนี้ไปเอาใจผู้บริหารโดยการจัดม็อบแสดงพลังเพราะสิ่งนี้แทนที่จะเป็นผลดีต่อพี่น้อง 3 จังหวัดจะไม่ดี

เข้าใจว่าโดยพื้นฐานของพี่น้องส่วนใหญ่ปรารถนาดีต่อคน 3จังหวัดชายแดนใต้ ไม่อยากให้อำนาจการปกครองหรือเจตนาของบางฝ่ายที่เคลือบแฝงอยู่ เราต้องคิดในจุดนี้ด้วยแม้เราจะมีความหวังดีก็ตาม เราอย่าสร้างเงื่อนไขให้สามารถถูกแปรเป็นอย่างอื่นเพราะคนเรารู้ข้อมูลไม่เท่ากัน ความรู้ไม่เท่ากัน แม้แต่เรื่องพระราชกำหนดยังถูกเรียกร้องว่าให้มีการแปลเป็นภาษายาวีเพราะเราจะนำกฎหมายไปใช้กับคนในพื้นที่โดยที่เขาไม่รู้ว่าใช้อย่างไรบ้างไม่ได้ เพราะโดยหลักของบ้านเราการใช้กฎหมายประชาชนจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แม้ไม่รู้จริงๆก็ไม่มีสิทธิ์อ้าง เพราะฉะนั้นเชื่อว่าทุกฝ่ายมีความปรารถนาดีต่อสังคมไทย แต่อยากเรียกร้องให้มีความสามัคคีกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ให้ทุกคนทำไปตามบทบาทและหน้าที่

การประกาศยุบกรรมการสมานฉันท์หลังจากออกพระราชกำหนดและองค์กรครูสนับสนุนเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงมากเพราะเท่ากับว่าครูประกาศว่ามาตรการความเด็ดขาดคือทางเลือกทางเดียว อยากให้มีทางเลือกมากกว่านี้ และอยากให้มีความเห็นที่หลากหลายในสังคมไทย แม้แต่ผู้ที่เราจะปราบปราม

สังคมไทยถูกสอนให้มีการเลือกสองทางเสมอ แม้จะมีทางเลือกอื่นๆก็ตาม กรณี 3 จังหวัดก็เหมือนกันเราต้องการเลือกเอาแต่ทางที่เด็ดขาดทางเดียว เรื่องของการสมานฉันท์ การปรองดองถูกปฏิเสธไป เราเชื่อมั่นว่ามาตรการที่เด็ดขาดการออกกฎหมายเช่นนี้จะเป็นทางแก้ที่ยั่งยืน

คุณสุวรรณ-
มีบทความกล่าวว่าในองค์กรที่มีฝ่ายบริหารโดยสมบูรณ์มีฝ่ายค้านเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย จะนำองค์กรนั้นไปสู่ความเลวร้ายและล่มสลายในที่สุด สังคมไทยที่ไม่มีความเชื่อในตัวผู้นำไม่ใช่เพราะความเป็นไทยๆ แต่จะต้องแสดงบทบาทให้เห็นว่าทำให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ถ้าประชาชนเดือดร้อนแต่ผู้นำอยู่สบาย ความช่องว่างที่ต่างกันมากประชาชนก็ไม่เชื่อ ในขณะนี้ประชาชน 3 จังหวัดภาคใต้ลำบากมากถึงขนาดที่โดนปล้นกระทั่งน้ำยาง ผลิตผลทางการเกษตรก็ขายไม่ได้เนื่องจากไม่มีคนกล้าเข้าไปซื้อ ที่ขายได้ก็ราคาต่ำมาก งบประมาณในการแก้ปัญหาก็ไม่มี เพราะฉะนั้นความเชื่อมั่นจึงไม่มี

คุณนพดล-
การแบ่งแยก 3 จังหวัด เมื่อแบ่งแยกแล้วก็ต้องโดนปกครองอยู่ดี ดังนั้นถ้าไม่พอใจก็อยากให้มีการเจรจา อย่ามาก่อความวุ่นวาย มันไม่มีผลดีไร การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำของคนไม่มีศาสนา เพราะศาสนาทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี
คุณกรีฑา-
ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาที่เกิดมานาน สมัยคุณชวนก็มี แต่เมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อรัฐเข้ามาแก้ปัญหาก็จะซาไป สังคมทุกที่เชื่อว่าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นฝ่ายซ้าย กลุ่มหนึ่งเป็นฝ่ายขวา อีกกลุ่มหนึ่งอยู่ตรงกลางที่สามารถโอนไปได้ทั้งสองฝ่าย การยุบ ศอบต. แล้วเปลี่ยนเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ซึ่งไม่ได้อยู่และฝังตัวในพื้นที่ จะไม่รู้ปัญหา ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายรัฐบาลจะกลายเป็นคนที่จ้องจะล้มรัฐบาล

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาพี่น้อง 3 จังหวัดมีฉันทามติเห็นด้วยกับพรรคประชาธิปัตย์ คือเรียกร้อง ศอบต.คืนมา เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ภาครัฐไม่ควรนิ่งเฉย ถ้าการคืน ศอบต. พทท.43 ทำแล้วประชาชนจะล้มตายน้อยลง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเสียหน้า

การคืน ศอบต.คืนมาคือการคืนรูปแบบเดิม ส่วนคนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดิมก็ได้ แล้วออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้เขา ให้คนที่กระทำความผิดเข้ามามอบตัวที่แล้วมาให้แล้วไปแต่ต่อไปให้โอกาสในการพัฒนาตัวเอง และรับผิดชอบญาติพี่น้องของคนที่ตายที่กรือเซะ

เราควรที่ทบทวนตัวเองให้มาก ที่สำคัญคือเราไม่ค่อยจะตั้งคำถาม เช่นว่า ทำไมเมื่อยุบ ศอบต. และพทท.43 แล้ว เหตุการณ์ที่เคยเกิดไม่มากนัก อะไรเป็นต้นเหตุของความโหดเหี้ยมที่มีมากขึ้น คำตอบที่ว่ามาถูกทางแล้วถูกทางจริงหรือไม่ ถูกทางไหน แล้วทำไมทำทุกวิถีทางแล้วแต่สถานการณ์ก็ยังไม่ดีขึ้น ปัญหาที่เกิดมันซับซ้อนเกินกว่าที่จะใช้ทางใดทางหนึ่งในการแก้ปัญหา

พระราชกำหนดฉบับนี้ถ้าเปรียบกับยาก็เป็นยาที่แรง ให้คนไข้แล้วอาจจะช้อค เพราะฉะนั้นหลักประกันตรงนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่จะเกิดซ้ำกับพรรคต่อสู้คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือฟังหลายๆฝ่ายในสังคมให้มากขึ้น ที่สำคัญคือผู้ที่อยู่ในพื้นที่โดยตรง

ลุงหวัด-
คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งเรื่องสุขเวทนา และทุกขเวทนาล้วนเวทนาเหมือนกันแต่ถ้าไม่สุขไม่ทุกข์ก็ต้องยึดหลัก มัชฌิมาปทิปาทาคือการยึดทางสายกลางดีที่สุด การสุขเกินขอบเขตก็ต้องควบคุมบ้าง การทำกรรมชั่วต้องระวังผลของกรรม เพราะอาจจะทำให้ครอบครัวต้องลำบากไปด้วย

ตอนนี้หลายฝ่ายใหช้ความรู้สึกคือความรู้สึกทุขเวทนากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราต้องใช้ความรู้ความเข้าใจ เหมือนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเตือนสติอยู่เสมอว่า ให้รู้รักสามัคคี แต่เราจะแปลความได้ตรงหรือเปล่า

เราอาจจะต้องตั้งต้นที่คำว่า เราจะหาความเป็นพวกเดียวกันได้อย่างไร หรือการแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ที่ใช้หลังจากการปฏิวัติยุคพลเอกสุจินดา คือการขยายแต่จุดร่วม แต่จุดต่างจะไม่ขยาย ถ้าเราใช้หลักของศาสนาที่ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี และอย่างไรก็แล้วแต่สุดท้ายเราก็ตายกันทุกคน แล้วเราจะเข่นฆ่ากันทำไมในเมื่อเราก็เป็นคนไทยด้วยกัน จึงน่าจะมีความบกพร่องอะไรสักอย่างที่ทำให้คนลุกมาฆ่ากัน ดังนั้นโจทย์ที่เราจะต้องตั้งคำถามก็คือว่า เหตุมันเกิดมาจากอะไร แล้วเราไปดับด้วยวิธีการที่เหมาะที่ควร อย่าใช้เลือดล้างเลือด ไม่ว่าในพื้นที่3 จังหวัดหรือที่ไหน เพราะเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นทั่วไปเพียงแต่ว่าที่ไหนรุนแรงกว่า

สังคมที่เพี้ยนเราจะไม่มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เรามีเวลามาแสดงความคิดเห็นทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านหรือขาประจำต่างๆที่มองเห็นแต่ด้านร้ายของรัฐบาลมาหารือกัน มาให้กำลังใจกัน ฝ่ายรัฐบาลก็รับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆให้มากขึ้น อย่าใช้อำนาจนำหน้า ฟังเสียงประชาชน อย่าเอาจำนวนมือในสภามากำหนดทิศทางบ้านเมือง ทุกฝ่ายมีสิทธิและมีส่วนในการที่จะรับผลดีร้ายของสังคม

ความเป็นไปได้ในการที่ฝ่ายรัฐบาลจะประชุมปรึกษาหารือกับฝ่ายค้านนั้นมี เพราะท่าทีของฝ่ายค้านดีขึ้น มีความเป็นไปได้ทั้งสองฝ่ายแต่อาจจะไม่สนิทแนบแน่นเพราะความความขัดแย้งมีความชัดเจนมากกว่า ถ้าเราสถานการณ์ความขัดแย้งในขณะนี้เป็นยาใจทั้งสองฝ่ายเป็นเรื่องทีดี

เรื่องความเข้าใจเรื่อง พรก.น่าจะได้มีการขยายความต่อไป

โดย so (ip:61...150)  เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2548 13:59:21 น.

 print friendly version 
 จำนวนคนดู 3335 ครั้ง
 แสดงความคิดเห็น

กรณีที่ท่านไม่ได้เป็นสมาชิก กรณีที่ท่านเป็นสมาชิก
ชื่อผู้ตั้งหัวข้อ  ! username
อี-เมล์ password
ข้อความ :: !
Bold Italic Underline Left Center Right Ordered List Bulleted List Text Color Background Color Hyperlink Image Horizontal Rule
งง ยิ้มยิงฟัน หน้าบึ้ง โกรธ ง่วง กรอกตา ยิ้ม แลบลิ้น ขยิบตา เยี่ยม มาดเท่ห์
รูปภาพ : Options
ป้อนเลข 0 ในช่อง - > เพื่อเป็นการตรวจสอบและป้องกัน spam message
 Member username  password remember me  สมัครสมาชิก  Go to top.
 Web Statistics : online 0 member(s) of 30 user(s) from all 203 member(s). SoftGanz Group. My Sql Database Server. PHP. The Apache. Mozilla.
User count is 974366 person(s) and 2272177 hit(s) since Apr,01 2005 , current hit 1 time(s).
 Copyright ©2004-2017 Khlong-U-Taphao.Com.  All Rights Reserved.
 เลขที่ 859/71 ม.ปริญญา ม.1 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 90110 โทร & Fax 074-474082
ได้รับการสนับสนุนจาก
แผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
และมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)